ข่าว

คลังชี้สัญญาณบริโภค-ลงทุนแผ่นหวั่นฉุดไตรมาส4ทรุดเล็งปรับจีดีพีปีนี้ใหม่

คลังชี้สัญญาณบริโภค-ลงทุนแผ่นหวั่นฉุดไตรมาส4ทรุดเล็งปรับจีดีพีปีนี้ใหม่

20 มิ.ย. 2553

คลังเตรียมปรับประมาณการจีดีพีปี 53 ใหม่ 29 มิ.ย.นี้ พบสัญญาการบริโภคการลงทุนแผ่วลงมาก หวั่นไตรมาส 4 ทรุดหนักจากผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอตัวซ้ำเติม แนะต่ออายุมาตรการช่วยค่าครองชีพ

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันที่ 29 มิถุนายนนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมจะปรับประมาณการเศรษฐกิจทั้งปีใหม่ หลังจากได้ประเมินข้อมูลช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาอีกครั้ง โดยไตรมาสแรกพบว่า การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนดีขึ้นมาก แต่มาถึงเดือนเมษายน-พฤษภาคม กลับพบสัญญาณการชะลอตัวลงจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง เห็นได้จากรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองและวันหยุดยาวในเดือนพฤษภาคม จึงทำให้ขณะนี้ประเทศไทยยังคงพึ่งภาคการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก

 "แม้ว่าจีดีพีไตรมาสแรกจะขยายตัวดีมากและได้อานิสงส์มาจากการส่งออก แต่ไตรมาส 2 คาดว่าการขยายตัวจะแผ่วลง จากปัญหาการเมืองในประเทศ แต่จากตัวเลขที่ได้รับมาเบื้องต้นก็ยังดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยสศค.ยังมีความกังวลว่า ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้เศรษฐกิจโดยรวมอาจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่การบริโภคและการลงทุนที่ควรจะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสแรกต่อเนื่องไตรมาส 2 นั้น ไม่เป็นไปตามคาด และการต่อเนื่องไปไตรมาส 3 และ 4 ด้วย ดังนั้นเมื่อเราพึ่งพาเครื่องจักรการส่งออกเพียงด้านเดียวจึงอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งระบบได้" นายเอกนิติ กล่าว 

 ทั้งนี้ มองว่า เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจยังเป็นเช่นนี้ จึงทำให้รัฐบาลยังไม่สามารถถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทั้งหมด ยังจำเป็นต้องเป็นตัวนำการลงทุนเพื่อประคองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ผ่านการจัดทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2554 ที่ขาดดุล 4.1% ของจีดีพี โดยการขาดดุลงบประมาณดังกล่าวเพื่อรองรับการใช้งบลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป และจากการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2553 จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม พบว่า ได้เบิกจ่ายแล้ว 64% เหลือเวลาอีก 3 เดือนจะสิ้นปีงบประมาณ คาดว่าหน่วยงานรัฐสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าที่ 94% ซึ่งจะช่วยประคองเศรษฐกิจได้ในช่วงที่เอกชนยังไม่มั่นใจลงทุน  

 สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน 4 มาตรการที่จะสิ้นสุดในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเศรษฐกิจภาพรวมว่าจะต่ออายุมาตรการต่อไปอีกหรือไม่ แต่โดยปกติการตัดสินใจต่ออายุมาตรการขึ้นกับนโยบายของฝ่ายการเมืองเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากผู้ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ พบว่าเป็นประชาชนระดับฐานรากเป็นส่วนใหญ่ และจากสัญญาณการบริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว จึงอาจจำเป็นที่รัฐบาลจะต่ออายุมาตรการออกไปชั่วคราวอีก 2-3 เดือน