ข่าว

ถามจริงเถอะปรองดองอะไร

ถามจริงเถอะปรองดองอะไร

21 มิ.ย. 2553

คล้อยหลังเหตุการณ์นองเลือดกลางกรุงมาได้หนึ่งเดือน ความสงบยังคงปรากฏขึ้นบนความรู้สึกไม่มั่นใจของผู้คนทุกฝ่ายว่าความอึมครึมที่ยังมีอยู่นั้นจะปะทุเหมือนดังภูเขาไฟใต้สมุทรอีกเมื่อใด ที่สำคัญคือความสงบเฉพาะกิจที่คนไทยกำลังเสวยสุขกันอยู่นี้ไม่ได้มาจากความปรองด

 แต่เป็นความสงบภายใต้การจ้องใช้อำนาจกฎหมายของฝ่ายรัฐที่จะเล่นงานผู้แหลมออกมา ความปรองดองเกิดขึ้นอย่างแท้จริงไม่ได้ด้วยสภาพอย่างนี้

 สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำทั้งห้าข้อ ไม่ว่าจะเป็นการเทิดทูนสถาบัน การปฏิรูปสังคม ขจัดความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปสื่อหรือปฏิรูปการเมืองนั้นไม่ใช่การปรองดอง แต่เป็นงานปกติที่ทุกรัฐต้องกระทำอยู่แล้ว ผลที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่การปรองดองระหว่างรัฐบาลซึ่งตอนนี้เป็นคู่กรณีไปแล้วกับฝ่ายเสื้อแดง แต่เป็นความพยายามโน้มน้าวชักจูงให้ฝ่ายเสื้อแดงหันมายอมรับรัฐบาล ซึ่งรัฐกำลังใช้วิธีการอื่นๆ นอกเหนือจากแนวทางที่กล่าว การบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด การพยายามตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงฝ่ายเสื้อแดงและการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร นั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำหนักกว่าตามแผนการปรองดองซะอีก

 ในทางหลักการ สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นตรงตามหลักยุทธศาสตร์ เพราะทันทีที่ชนะทางยุทธการที่ราชประสงค์ สถาปนาความมั่นคงได้ เฟสต่อไปก็ต้องเดินเครื่องให้มวลชนฝ่ายตรงข้ามหันมารักตน ให้ฝ่ายตรงข้ามนอกยุทธบริเวณเลิกคิดต่อสู้ด้วยการสร้างความสมานฉันท์ ยิ่งตกเป็นรองทางยุทธศาสตร์ที่อุดมการณ์แดงแพร่ไปทั้งแผ่นดินแล้วยิ่งต้องเร่งทำ แต่ก็ยังต้องติดอยู่ในกรอบของความหวาดระแวงฝ่ายตรงข้าม เพราะบาดแผลความขัดแย้งนั้นยังสดอยู่ การกระทำเพื่อความสมานฉันท์นั้นจึงไม่ปรองดองจริง แต่เป็นการใช้ทั้งอ่อนและแข็งให้เสื้อแดงยอมสยบ แล้วเสื้อแดงจะยอมหรือ

 คำประกาศว่าจะไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้ายของฝ่ายหนึ่ง กับคำท้าไม่ยอมก้มหัวให้ฆาตกรร้อยศพของอีกฝ่าย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรองดองกันไม่ได้ทางอุดมการณ์ ความหวาดระแวงทำให้รัฐบาลไม่สามารถสนองตอบเงื่อนไขที่เสื้อแดงต้องการ ตั้งแต่เรื่องที่เบาที่สุดคือการเลิกให้คนมาด่าฝ่ายตรงข้ามออกทีวีรัฐ ขณะเดียวกันฝ่ายเสื้อแดงที่สูญเสียอย่างหนักก็หวาดระแวงขึ้งเคียดต่อรัฐบาลไม่รู้วันเลิกเช่นกัน สภาพแบบนี้ส่งผลให้การปรองดองระดับชาตินั้นไม่มีอนาคต แต่ยังมีแสงสว่างของความสงบถาวรได้หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะกันอย่างเด็ดขาดตามอุดมการณ์ของตน ส่วนจะใช้กำลังสนับสนุนแนวคิดกันขนาดไหนก็เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว

 อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องไปห่วงการปรองดองระดับประชาชน เพราะชาวบ้านเขาสมานฉันท์เป็นประจำ คนที่มีอุดมการณ์ต่างกันก็ไม่คุยกันเรื่องการเมือง แต่ทำงานร่วมกันอย่างอื่นได้ คนที่แจ็กพอตเจอสหบาทาหรือไล่ลงจากรถรับจ้างเนื่องจากแสดงความกร่างดูถูกความเชื่อของคนอื่นนั้นก็มีไม่มากนัก