ข่าว

หลากสีถกวิกฤติชาติรบ.ต้องลดเหลื่อมล้ำรากหญ้า

หลากสีถกวิกฤติชาติรบ.ต้องลดเหลื่อมล้ำรากหญ้า

20 มิ.ย. 2553

หลากสีถกวิกฤติชาติ ย้ำรัฐบาลโควตาต้องแก้ปัญหา ‘ ยากจน - ความรู้ ’ สางปมอาวุธ ก่อการร้าย ลดเหลื่อมล้ำรากหญ้า ก่อนปฏิรูปประเทศ “นพ.ตุลย์” ยกพลหนุนให้กำลังใจ “ธาริต” สอบนายทุนแดง

 (20มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดเสวนาเรื่อง “แผนปรองดอง ดับวิกฤตชาติจริงหรือ” มีนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ดำเนินการเสวนา วิทยากรประกอบด้วย พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ นาย และนาย บวร ยสินทร ผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มคน เสื้อหลากสี ร่วมเสวนา

 พล.ท.นันทเดช กล่าวว่า ในการนำเสนอแผนปรองดองของรัฐบาล โดยเฉพาะกับกลุ่มคนเสื้อแดงหรือ ส.ส.ที่ต้องคอยฟังพ.ต.ท.ทักษิณ ตลอดเวลา คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่ม นพ.ตุลย์ เกิดขึ้นมาทันเวลา ทำให้นายกฯ ได้เล็งเห็นและรู้สึกตัวลุกขึ้นสู้อีกครั้ง และทำให้อะไรหลายอย่างไม่เดินไปสู่ความผิดพลาด จึงถือเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ที่ขัดขวางการกระทำของคนเสื้อแดง ทั้งนี้เชื่อว่าการที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมได้ยาวนานอย่างได้ใจ เพราะมีกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายคอยช่วยเหลือ ทำให้รัฐบาลคาดไม่ถึง จนวางแผนผิดพลาดในการรับมือ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าในอีก 2 สัปดาห์ แหล่งเงินที่ใช้ในการชุมนุมจะแน่ชัดว่ามาจากแหล่งใด

 “แผนการปรองดอง เริ่มแรกรัฐบาลต้องหาข้อยุติใน 2 เรื่องให้ได้ก่อน คือ เรื่องกองกำลังไม่ทราบฝ่ายในกลุ่มคนเสื้อแดงจริงหรือไม่ และเรื่องของการสะสมอาวุธหรือไม่ เพราะเมื่อทุกอย่างมีความชัดเจนขึ้น แผนการปรองดองจึงจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้หากรัฐบาลจะคิดถึงเรื่องปรองดอง ควรแก้ไขจัดการปัญหาของประชาชนรากหญ้าก่อน เช่น ปัญหาภัยแล้ง ปัญหายากจน ไม่ใช่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่เช่นนั้นคงยากที่ประชาชนทั่วไปจะให้การสนับสนุน” พล.ท.นันทเดช กล่าวและเปรียบเทียบว่า

  ในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ที่การแจกเงินได้เข้าถึงประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะคนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีใครกล้าโกง เพราะกลัวถูกย้าย แต่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เงินถึงมือประชาชนน้อยกว่า เนื่องจาก นายกฯไม่กล้าทำอะไร เพราะรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลโควตา ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ทำเพียงคนในรัฐบาลเพียง 4-5 คน จะทำให้การปรองดองเกิดไม่ได้ จะกลับเข้าสู่วัฎจักรเดิมต้องกลับมาสู่การชุมนุมเรียกร้องกันอีกครั้งได้

 พล.ท.นันทเดช กล่าวต่อถึงการตั้งคณะ กรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความ ปรองดองแห่งชาติ ( คอป.) ที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน โดยตนเห็นว่าผลสรุปน่าจะเป็นไปในแนวทางประนีประนอมมากกว่าการหาข้อเท็จจริง ดังนั้นหากรัฐบาลไม่หาทางดับไฟ ประชาชนยังมีความเชื่อว่ารัฐบาล นายกฯ เป็นฆาตกร ความปรองดองก็คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้

 ด้านนายบวร กล่าวว่า แผนปรองดองถือเป็นเรื่องดี หากไม่เกิดการปรองดองคงไม่สามารถดับวิกฤติได้อย่างแท้จริง โดยการเริ่มต้นการปรองดองจะต้องแยกเป็น 2 เรื่อง คือ เรื่องที่เกิดจากความขัดแย้ง และเรื่องที่เกิดจากความรุนแรง รวมทั้งต้องวิเคราะห์ถึงเบื้องหลังของการชุมนุมด้วย เพราะบางคนมาชุมนุม เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่บางคนมาชุมนุมเพราะตัว พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตามความปรองดองจะเกิดขึ้นได้หากคู่ขัดแย้งได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่

 “รัฐบาลเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อนั้น มีบางข้อไม่ใช่ประเด็นของการปรองดอง เช่น เรื่องการจงรักภักดี เพราะเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายมากกว่า อย่างไรก็ตามผมเห็นว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรี บางครั้งไม่มีความรับผิดชอบ เช่นเรื่องการปรองดอง การปฏิรูปประเทศ แทนที่จะทำตั้งแต่แรกแล้ว แต่กลับรอเวลา โยนหินถามทางประชาชน ถือเป็นวิธีการของนักการเมือง และผู้บริหารที่ไม่รับผิดชอบ หากผิดพลาดจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบคนเดียว”นายบวร กล่าวและย้ำว่า

 สาเหตุใหญ่ที่ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ เพราะยังมีการคอรัปชั่น มีการโกงกิน ซึ่งนำไปสู่การสร้างคนโกง กลายเป็นวงจรอุบาทว์ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นสัญลักษณ์ของคนโกง คนชั่วที่อยู่สบาย กลายเป็นคนชั่วที่คนบูชา ดังนั้นการแก้ไข จะต้องแก้ไขที่ระบบโครงสร้าง นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนเก่งที่โกง แต่นายอภิสิทธิ์ เป็นคนเก่งคนฉลาด แต่ไม่กล้าตัดสินใจ

 ในส่วนของการปฏิรูปประเทศนั้น ผู้ประสานงานกลุ่มเสื้อหลากสี กล่าวว่า ควรลดการเหลื่อมล้ำ ลดช่องว่างของรายได้ระหว่างคนจนและคนรวย ไม่ใช่ช่วยเหลือแต่คนจน แต่คนรวยก็ยังมีรายได้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนคณะกรรมการฯ ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นตนเห็นว่า เรามีทรัพยากรมีทางเลือกที่จำกัด คือถ้าคิดอะไรไม่ออกก็จะเรียกใช้แค่ นายอานันท์ ปัญยารชุน และนพ.ประเวศ ดังนั้นต่อไปจึงเห็นควรให้สร้างคนดี คนเก่งเช่นนี้ให้มากขึ้น ไม่ใช่เราจะปฏิรูปสิ่งที่เป็นปัญหาอย่างเดียว แต่ควรปฏิรูปด้วยการก้าวข้ามไปถึงอนาคต เช่น การสร้างคนดี คนเก่ง ขึ้นมาแทนที่

 นพ.ตุลย์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องทำความจริงให้ปรากฏ เพราะถ้าไปจ้องแต่เอาผิด พ.ต.ท.ทักษิณ หรือคนเสื้อแดง ก็ย่อมจะมีการลุกฮือมาอีกครั้ง นอกจากนี้รัฐบาลควรแก้ปัญหาการบ้านมากกว่าการเมือง เช่น แก้ปัญหาความยากจน แก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อหลากสีไม่เห็นด้วยกับแผนปรองดองของรัฐบาล เนื่องจากต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน รวมทั้งควรมีการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดก่อน จากนั้นถึงเริ่มดำเนินแนวทางการปรองดอง ซึ่งจะทำให้เกิดการปรองดองอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามในวันที่ 21 มิ.ย. ในเวลา 13.30 น. กลุ่มคนเสื้อหลากสีจะเดินทางไปให้กำลังใจในการทำหน้าที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีการสอบสวนแหล่งทุนที่สนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม นปช.