ข่าว

นักวิชาการรุมสับรัฐใช้นิติรัฐจัดการฝ่ายตรงข้าม

นักวิชาการรุมสับรัฐใช้นิติรัฐจัดการฝ่ายตรงข้าม

20 มิ.ย. 2553

นักวิชาการรุมสับรัฐใช้นิติรัฐ จัดการฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เป็นธรรม สอน มาร์ค นิติรัฐมาพร้อมนิติธรรม ต้องคำนึงถึงศีลธรรม-ความถูกต้อง ไม่ใช่ยึดหลักกฎหมายถูกต้องอย่างเดียว

 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันที่ 20 มิ.ย. เวลา 09.00 น. คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมกับศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันจัดอภิปรายเชิงวิชาการหัวข้อเรื่องโศกนาฏกรรมจากราชดำเนินสู่ราชประสงค์ โดยมีนายจรัญ โฆษณานันท์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เสวนาหัวข้อ " นิติรัฐ กับความยุติธรรมแบบไทย"

 จรัญ กล่าวว่า ตนเห็นว่าเวลานี้รัฐบาลได้นำนิติรัฐมาดำเนิการกับผู้ที่อยู่ตรงข้าม ซึ่งใช้เป็นวาทะกรรมดูเหมือนจะมากเกินไป และพยายามสร้างให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นไปอย่างที่รัฐบาลได้กล่าวหา โดยรัฐพยายามนำมาเป็นข้อ อ้างว่า ที่ต้องดำเนินการเพราะต้องรักษานิติรัฐเอาไว้ เน้นในเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อสร้างความศักดิ์สิทธิให้กับกฎหมายที่นำมาใช้ ทั้งนี้ตนมองว่าการใช้นิติรัฐจะต้องใช้บทความถูกต้องที่ต้องคำนึงถึงศีลธรรม และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานหลักการเท่าเทียมของประชาชน ซึ่งยึดหลักเกณฑ์มากว่าตัวบุคคล และมี 2 มาตรฐาน

อย่างที่เห็นไดชัดในการดำเนินการกับกลุ่มคนเสื้อแดงเหมือนกับเป็นการเกลียดชัง เช่นการตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย โดยอ้างเหตุการณ์ของกลุมคนเสื้อดำ ทั้งที่ตนเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องของกลุ่มผู้ติดอาวุธมาปะทะกัน ซึ่งไม่ได้เป็นเข้าเกณฑ์หลักของผู้ก่อการร้าย ขณะที่เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับเรียกผู้ดำเนินการว่ากลุ่มผู้ไม่สงบ และพยายามที่จะวิธีการเพื่อปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นความกลัวของรัฐบาลมากกว่า ขณะที่การดำเนินการของกลุ่มเสื้อแดงไม่ได้มีความจริงใจในความสมานฉันท์ โดยมีเป้าหมายใหญ่ คือ ความต้องการจัดการกับพ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่า

 นายจรัญ กล่าวอีกว่า การบังคับใช้นิติรัฐไม่ใช่จะใช้แบบเอาเป็นเอาตายหรือบ้าเลือด แต่ต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมสิทธิขั้นพื้นฐาน ดังนั้นตนเห็นว่ากระบวนยุติธรรมต้องกลางจะสามารถช่วยได้ แต่ทุกวันนี้กระบวนการยุติธรรมไม่ได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง ดังนั้นทำให้เราไม่มั่นใจ ขณะที่ภาคประชาชนก็ยังไม่เข้มแข็งในการตรวจสอบ จึงสามารถทำให้รัฐนำอำนาจนั้นมาใช้หาความชอบธรรมให้ภาครัฐได้ นี่คือปัญหาสำคัญ ทั้งนี้ตนเห็นว่ารัฐต้องมีการยับยั้งชั่งใจในการใช้อำนาจความรุนแรง อย่างไรก็ตามตนอยากให้ภาคประชาชนเข้มแข็ง ไม่ถูกครอบงำตรวจสอบรัฐได้ เพราะหากภาคประชาชนอ่อนแอจะทำให้รัฐนำเอาอำนาจมาใช้โดยไม่หวั่นเกรงได้ ส่วนการที่รัฐโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดถึงการนิรโทษกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงก่อนที่จะทำตนอยากให้กลับไปพิจารณาในส่วนของการปฏฺบัติหน้าด้วยว่าตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ให้ข้อกยเว้นไว้ว่าต้องไม่รับผิดทั้งอาญาและแพ่งนั้นถูกต้องและจะขาดความชอบธรรมหรือไม่ เพราะการที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการที่จะดำเนินการกับกลุ่มประชาชนที่ใช้สิทธิออกมาต่อต้านรัฐบาลที่เขาคิดว่าฉ้อฉลนั้นตามกฎหมายก็กำหนดไว้ชัดเจนว่าการใช้กำลังทหารก็จะต้องไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ หรือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่เหตุการณ์ดังกล่าวชอบธรรมหรือไม่ เมื่อมีผู้เสียชีวิต

 ขณะที่นายพนัส กล่าวเพิ่มเติมโดยแสดงความเป็นห่วงว่า เรื่องของการนิรโทษกรรมปกติก็จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายดังนั้นการที่เสนอให้มีการนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มเสื้อแดง ฝ่ายทหารที่อาจปฏิบัติหน้าที่ละเมิดกฎหมายว่าจะได้รับนิรโทษกรรมตามไปด้วย ซึ่งทั้งที่ความเป็นจริงรัฐควรที่จะต้องหาฆาตกรให้ได้บ้างเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่เห็นจะเลือนราง เพราะอำนาจในระบบปัจจุบันค่อนข้างมืดมัวไม่มีทางเป็นไปได้ ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญเราก็ได้มีการเปลี่ยนแปลมาหลายครั้งโดยเฉพารัฐธรรมนูยปี 50 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เรียกว่ามีการกำหนดสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชนไว้มาก แต่ดูเหมือนจะว่างเปล่าถ้ากฎหมายยังเป็นอำนาจของรัฐาธิปไตย อย่างกระบวนการที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นสอบสวนเหตุการณ์ 10 เม.ย.เชื่อว่ารัฐบาลต้องการให้ผลสอบออกมาเป็นไปในทิศทางเดียวกับของรัฐบาลได้ตั้งโจทย์ไว้ แต่ก็ขอภาวนาว่ากระบวนการยุติธรรมไทยว่าจะเกิดมีตุลาการภิวัฒน์ขึ้นมาอีกหรือไม่

 ด้านนายสมชาย กล่าวว่า เวลานี้พวกเราต้องช่วยกันว่าจะทำอย่างไรให้สังคมเดินต่อไปได้ โดยยังมีความเป็นธรรมเหลืออยู่บ้าง ซึ่งมีสิ่งที่ต้องปฏิบัติ คือ การคืนชีวิตให้กับผู้ที่เสียชีวิตให้กับเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะขณะนี้การเสียชีวิตของกลุ่มคนเหล่านั้นกำลังถูกลืม และทำให้เป็นการตายแบบเงียบๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือ จะต้องทำให้รู้ว่าผู้ที่เสียชีวิตเหล่านั้นเป็นใครมาจากไหน ตายด้วยสาเหตุใด เพื่อที่จะให้ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นว่าและเป็นการทำความเข้าใจ ซึ่งตนอยากให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อเปิดโอกาสในการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย เพราะเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และจะได้รับทราบข้อเท็จจริงปรากฎมากขึ้น