
แนะผู้ป่วยสงสัยแมลงบินออกจากตัวเข้าข่ายจิตหลงผิด
หมอผิวหนังเผยผู้ป่วยสงสัยแมลงไชชอนบินออกจากตัว โรคฉันไม่สวยไม่หล่อ เจาะ สัก ฝังหมุด ผ่าลิ้นสองแฉก ตกแต่งร่างกายถาวรแบบสุดขั้ว เข้าค่ายหลงผิดของผิวหนัง ชี้ผู้ป่วยเหล่านี้มักไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองมีความหลงผิด เหตุมั่นใจว่าเป็นโรคผิดหนัง เตือนพบจิตเแพทย
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์โรคผิวหนัง กล่าวว่า ปัจจุบันพบกลุ่มอาการหลงผิด (delusional disorder) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถใช้ชีวิตปกติกับคนอื่นๆ ได้ พูดจารู้เรื่อง ทำอะไรได้ทุกอย่างเหมือนคนทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้คิดว่าตัวเองเจ็บป่วย ส่วนใหญ่จึงไม่เข้ารับการรักษา ด้านโรคผิวหนังพบ โรคจิตหลงผิดของผิวหนัง ได้เช่นกัน
ซึ่งผู้ป่วยโรคจิตหลงผิดของผิวหนังจะมาพบแพทย์ผิวหนังมากกว่าที่จะพบจิตแพทย์ เพราะผู้ป่วยเชื่อว่าตนเองมีอาการทางผิวหนัง ซึ่งโรคจิตหลงผิดของผิวหนัง ได้แก่ โรคจิตหลงผิดว่ามีปรสิตที่ผิวหนัง (delusions of parasitosis) ผู้ป่วยจะเล่าว่า รู้สึกว่ามีพยาธิ หรือแมลงไต่, ไชชอน, กัดผิวหนัง หรือบินออกจากผิวหนัง โดยมักเล่าประวัติอย่างละเอียด รวมทั้งย้ำคิดย้ำทำที่จะแกะตัวพยาธิออก หรือใช้ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหิด พบบ่อยว่าผิวหนังจะเป็นแผลจากการที่ผู้ป่วยทำเอง ผู้ป่วยอาจนำของสะสมที่เป็นผ้าพันแผล, เส้นผม, เศษผิวหนังที่สะสมในกล่องเล็กๆ มาให้แพทย์ดูด้วย ผิวหนังจะมีรอยแกะเกา, ตุ่มนูน หรือแผล
ทั้งนี้ โรคจิตหลงผิดว่ามีปรสิตที่ผิวหนังแล้ว ยังมีโรคหลงผิดทางผิวหนังอื่นๆ อีกคือโรคฝังใจว่ามีเส้นใยไฟเบอร์ผุดออกมาจากผิวหนัง (Morgellons disease) ผู้ป่วยเชื่อฝังใจว่า มีเส้นใยไฟเบอร์ หรือวัสดุอื่นๆ ฝัง หรือผุดออกมาจากผิวหนัง ผู้ป่วยโทษว่าต้นเหตุเป็นวัสดุ ไม่ได้เป็นพยาธิเหมือนในกรณีแรก โรคฉันไม่สวยไม่หล่อ หรือ body dysmorphic disorders (BDD) ที่พบบ่อยขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ ผู้ป่วยกังวลว่ามีความผิดปกติของผิวหนัง หรือมีความผิดปกติ หรืออวัยวะไม่ได้สัดส่วน การทำผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งบ่อยครั้งเกินไป การไปพบแพทย์ผิวหนังรักษาหน้า รวมทั้งการสัก การเจาะ การฝังหมุด การผ่าลิ้นสองแฉก และการตกแต่งร่างกายถาวรแบบสุดขั้วที่เรียกว่า extreme body modification ในบางรายที่มีลักษณะหมกหมุ่นครุ่นคิด น่าจะเข้าข่ายเป็นโรคจิตหลงผิดชนิดนี้ ส่วนโรคจิตหลงผิดว่ามีกลิ่นตัว (delusions of bromhidrosis) ผู้ป่วยจะวิตกกังวลว่ากลิ่นตัว, กลิ่นปาก หรือกลิ่นจากช่องคลอด
“ผู้ป่วยมักไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองมีความหลงผิด เพราะมั่นใจว่ามีความผิดปกติของผิวหนังจริง จึงพบบ่อยว่าผู้ป่วยปฏิเสธการรับการตรวจรักษาทางจิตเวช พบว่าการใช้ยาที่ผิดกฎหมาย เช่น ยาบ้า (amphetamines) ทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีตัวอะไรมาไต่, กัด หรือต่อย แต่ผู้ป่วยไม่มั่นใจว่าเกิดจากปรสิต เรียกเป็นศัพท์แพทย์ว่า formication ส่วนผู้ที่ติดโคเคนจะมีภาพหลอน (visual hallucinations) และมีความรู้สึกว่ามีแมลงคลานอยู่ในผิวหนังเรียกปรากฏการณ์นี้ ว่า cocaine bugs หรือ coke bugs” นพ.ประวิตร กล่าว
มนุษย์แมลงลำปางอาการภาพหลอนดีขึ้น
แพทย์หญิงศศิธร ยิ่งเสรี แพทย์จิตเวชโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ที่ทำการรักษานายบุญธรรม สุริยะวงศ์ ชาว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ที่อ้างว่ามีแมลงออกมาจากร่างกาย เปิดเผยถึงอาการล่าสุดหลังเข้ารับการรักษาที่ห้องพักผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง วันที่ 4 ว่า ยารักษาอาการทางจิต ที่ทางแพทย์ให้ผู้ป่วยทาน ส่งผลดีต่อผู้ป่วยมาก ทำให้ผู้ป่วยไม่เห็นภาพหลอน ที่เป็นแมลงแล้ว ซึ่งทางแพทย์จิตเวชจะทำการรักษาโดยเข้าไปพูดคุยและให้ยารักษาอาการทางจิตต่อไปอีก คาดว่าหากกินยาอย่างต่อเนื่อง ภายใน 1 เดือน ผู้ป่วยจะหายเป็นปกติ
ในส่วนของการบำบัดการติดสารเสพติด ทางแพทย์จะรักษาโดยการให้กินยาเช่นกัน และรักษาควบคู่กันไป ขณะนี้ผู้ป่วยก็อารมณ์ดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส คลายความเครียดลง ซึ่งทางแพทย์จิตเวช ได้พูดคุยให้ผู้ป่วยไม่ต้องวิตกกังวลกับเรื่องอาการป่วย หรือการคิดถึงเรื่องแมลง พักผ่อนมาก ๆ ชมรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับความบันเทิง ซึ่งผู้ป่วยก็ชอบชมการแข่งขันฟุตบอลโลก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการที่ดีขึ้นตามลำดับ
แพทย์ยันไม่พบแมลงในผิวหนังหญิงชาวจังหวัดชุมพร
หลังจากมีการนำเสนอข่าวนางสุดใจ บุตรพรมทีมีแมลงออกจาผิวหนัง ที่ทาง โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ชุมพรได้นำผู้ป่วยเข้าทำการรักษาดูแลอาการเกี่ยวกับสาเหตุดังกล่าวเป็นวลา3 วันมาแล้วนั้นล่าสุด
นายแพทย์สมจิตต์ ชี้เจริญ รองฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้นำ นางสุดใจ บุตรพรม ผู้ป่วยที่คิดว่ามีแมลงออกจากผิวหนังมาตรวจและเฝ้าดูอาการ มาตลอด 3 วัน ยืนยันได้ว่าไม่พบตัวแมลงหรือสิ่งอื่นใดที่คล้ายหรือเหมือนแลงออกมาจากผิวผู้ป่วยแต่อย่างใด มีแต่พบว่าเกิดมีอาการของโรคไทรอยด์ขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้ทำการรักษาและกินยาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดโฮโมนในร่างกายต่ำ ส่งผลให้เกิดอาการง่วง มึน เมื่อยตามตัว และเครียด ซึ่งสอดคล้องกับทางคณะแพทย์ด้านสุขภาพจิต จะเรียกว่าเกิดอาการ ดีรูชั่น คือเกิดอาการภาวะหลงผิด คิดไปเองและเกิดอาการอุปทาน
รองฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไป ทางแพทย์ทำการเติมระดับโฮโมนในร่างกายให้สู่ปกติ พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูสภาพทางด้านจิตใจ ด้วยการให้พักผ่อนให้มากที่สุด พยายามให้ข้อมูลให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองว่าในสิ่งดังกล่าวไม่มีจริง ไปพร้อมกับรักษาแผลตามร่างกายที่เรื้อรังและเกิดขึ้นใหม่ และในวันจันทร์ที่จะถึงก็จะตัดชิ้นเนื้อให้กับด้านจุลทรรศน์วิทยา ไปทำการตรวจอีกครั้ง โดยให้ผู้ป่วยพักผ่อนที่โรงพยาบาลต่อไปจนกว่าผู้ป่วยดีขึ้น



