
ยันวัตถุประหลาดบนฟ้าเชียงใหม่-พัทยาเศษจรวด
ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯยันวัตถุประหลาดบนน่านฟ้าเชียงใหม่-พัทยาไม่ใช่จานผี แต่เป็นเศษจรวดที่รัสเซียปล่อยขึ้นฟ้าเพื่อสำรวจอวกาศ
รศ.ดร.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.) จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ชาวเชียงใหม่ตื่นตระหนกเมื่อพบเห็นวัตถุประหลาดคล้ายดาวหางขนาดใหญ่หรืออุกาบาตเป็นลำแสงสีแดงพุ่งตกจากฟ้าลงมาในเวลาประมาณ 22.10 น.คืนวาน(19 มิ.ย.) ขณะแหงนมองดูฟ้าหน้าค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่นั้น หลังตนได้รับแจ้งจากผู้เห็นเหตุการณ์ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว ได้ข้อสรุปเช้านี้(20 มิ.ย.)ว่าวัตถุดังกล่าวที่มีผู้พบเห็นพร้อมกันทั้งที่จ.เชียงใหม่และพัทยา จ.ชลบุรี ที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศสามารถบันทึกภาพไว้ได้นั้นปรากฏว่าไม่ได้เป็นดาวหาง อุกาบาตหรือจานบินยูเอฟโออย่างที่หลายฝ่ายสงสัย แต่เป็นเศษจรวดของยานอวกาศโซยูธของรัสเซียที่ตกลงมา ซึ่งทราบว่าตกลงสู่ทะเลไปแล้วแต่ไม่ทราบชัดว่าตรงจุดใด
ทั้งนี้การพบเห็นเศษจรวดนี้สามารถพบเห็นทั่วไปได้ในหลายประเทศไม่เฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ และได้รับยืนยันแล้วว่า มีหลายประเทศที่เห็นพร้อมกัน ส่วนแสงสีแดงจ้าที่คนไทยมองเห็นนั้นเกิดขึ้นจากเศษจวรดดังกล่าวไปเสียดสีขณะถูกเผาไหม้ระหว่างตกสู่ชั้นบรรยากาศและอยู่ในช่วงที่สูงมากจนสายตามนุษย์โลกสามารถมองเห็น ซึ่งการปล่อยยานอวกาศขึ้นสู่ท้องฟ้านั้น ปกติแล้วจะมีการปล่อยชิ้นส่วนออกมาทีละท่อน ซึ่งไม่กระทบต่อระบบบรรยากาศโลกแต่อย่างใด
"ปรากฏการณ์ดังกล่าวยืนยันว่าไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวและไม่เกี่ยวกับอาเพศและอาถรรพ์ใด ๆอย่างที่หลายคนเป็นห่วงและมีการทำนายทายทักภัยธรรมชาติในระยะนี้" รศ.ดร.บุญรักษากล่าว
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวประจำเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากนายชาตรี สิทธิศักดิ์ อายุ 38 ปี อดีตนายกสมาคมบาร์เบียร์ และเจ้าของบริษัท สกายไดฟ์ พัทยา จำกัด ว่ามีชาวต่างชาติบันทึกภาพวัตถุแปลกปลอมไว้ได้ ระหว่างที่พานักท่องเที่ยวไปกระโดดร่ม และไม่ทราบว่าสิ่งนั้นคืออะไร หลังผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจึงเดินทางไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง
เมื่อไปถึงพบนาย ชาตรี สิทธิศักดิ์ กับ Mr.Jukka Holttinen อายุ 35 ปี ชาวฟินแลนด์ ผู้ที่บันทึกภาพไว้ได้ ยืนรออยู่ ก่อนนำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมาเปิดภาพคลิปวีดีโอที่บันทึกภาพขณะสัมภาษณ์หญิงสาวชาวต่างชาติ ระยะเวลารวมทั้งหมด 24 วินาที แต่พอถึงช่วงเกือบสุดท้ายของคลิป กลับปรากฏภาพวัตถุแปลกประหลาด ลักษณะกลมแบน คล้ายโลหะเพราะสะท้อนแสงแดดจนเกิดเป็นแสงวูบวาบ ลอยจากมุมภาพบนด้านขวาไปทางซ้ายอย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที
โดย Mr.Jukka เปิดเผยผ่านนายชาตรี ที่ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลว่า ตนทำงานอยู่ในบริษัท สกายไดฟ์ พัทยา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดพานักท่องเที่ยวไปกระโดดร่มเหิรเวหา และเมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 17 มิ.ย. ตนได้พา น.ส. แอนนา ลูกค้าชาวเดนมาร์ก ไปขึ้นเครื่องบินกระโดดร่มที่สนามบินศรีราชา ใกล้เคียงโรงงานในเครือสหพัฒน์ หมู่ 1 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากที่ น.ส.แอนนา กระโดดลงมาจนถึงพื้นดิน ตนจึงได้นำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกียร์ รุ่น N 86 ไปถ่ายภาพคลิปวีดีโอเพื่อสัมภาษณ์ น.ส.แอนนา ถึงความรู้สึกหลังจากได้กระโดดร่มลงมาเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยใช้เวลาถ่ายไปประมาณ 24 วินาที
Mr.Jukka เผยต่ออีกว่า หลังจากนั้นตนได้นำไฟล์ภาพคลิปวีดีโอที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ กลับมาลงในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คตามปกติ เพื่อไรท์ภาพลงแผ่นซีดีให้ลูกค้าเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่พอจะตัดภาพช่วงท้ายที่ถ่ายเสียออก กลับพบว่ามีวัตถุแปลกประหลาด ลอยผ่านเฟรมไปอย่างรวดเร็ว ตอนแรกคิดว่าเป็นพวกแมลงบินผ่าน จึงไม่ได้เอะใจ กระทั่งตนได้ลองเปิดภาพแบบสโลว์โมชั่นไปช้าๆ จึงเห็นภาพวัตถุลักษณะกลมแบน มีแสงสะท้อน ทำให้เกิดความไม่แน่ใจ จึงแจ้งให้ผู้สื่อข่าวมาตรวจสอบ และอยากให้นักวิชาการหรือผู้ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับภาพคลิปวีดีโอ มาช่วยพิสูจน์ความจริงด้วย เพราะตนพร้อมกับคนอื่นๆ ที่เห็นภาพต่างพากันไม่แน่ใจว่ามันคือวัตถุอะไรกันแน่



