
เลขาฯหอค้าอีสานหนุนรัฐสอบท่อนำเลี้ยงแกนนำแดง
เลขาธิการหอการค้าภาคอีสานหนุนรัฐตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดงแต่ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงด้วย จี้รัฐเร่งติดตามมือสังหารแกนนำแดงก่อนกลายเป็นปัญหาแตกแยกในสังคมไทยถาวร
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคอีสานกล่าวถึงกระแสข่าวที่รัฐบาลส่งคนตามล่าแกนนำเสื้อแดงรวมถึงการตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มคนเสื้อแดงจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งบานปลายอีกหรือไม่ว่า การตามล่าแกนนำเสื้อแดงนั้นไม่เป็นผลดีไม่ว่าใครจะเป็นคนทำก็ตาม ซึ่งที่จ.นครราชสีมาแกนนำคนเสื้อแดงอ.บัวใหญ่ก็ถูกยิงเสียชีวิตเช่นกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยถ้ารัฐบาลยังไม่สามารถติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ก็จะเป็นปัญหาของสังคมเพราะขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางและยังมีการระบุด้วยว่าใครเป็นคนทำ ซึ่งเมื่อฟังแล้วก็ไม่สบายใจดีที่สุดคือตำรวจจะต้องเร่งติดตามคนผิดมาดำเนินคดีให่ได้เพราะไม่เช่นนั้นก็จะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ยังอึมครึมอยู่
นายทวิสันต์ฯกล่าวถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือท่อน้ำเลี้ยงของผู้ที่เกี่ยววข้องกับกลุ่ม นปช.หรือญาติและบุคคลที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 83 รายชื่อ นั้นส่วนหนึ่งตนเองเห็นด้วยเพราะเรื่องนี้ตรวจสอบไม่ยากจะดูจากก่อนเกิดเหตุการณ์จลาจลการเงินของกลุ่มบุคคลต่างๆที่รัฐบาลระบุมีการขับเคลื่อนอย่างไร ในส่วนของภาคอีสานก็น่าจะมีการตรวจสอบเส้นทางเงินในสจังหวัดที่มีการเผาศาลากลางและหน่วยงานราชการอื่นๆ เช่น จ.อุบลราชธานี ,อุดรธานี,ขอนแก่นและจ.มุกดาหาร
รัฐบาลจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการขับเคลื่อนเส้นทางเงินให้บุคคลก่อเหตุเผาศาลากลางขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งรัฐจะต้องทำอย่างตรงไปตรงมาและพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าเงินนั้นเข้ามาอย่างไรแล้วไปอยู่กับใคร เพราะถ้าหากเป็นจริงถือเป็นเรื่องที่อันตรายมากเพราะผู้ที่อยู่ต่างประเทศมีเงินมากกว่า พ.ต.ท.ทักษิณฯ มากมาย หากเขานำเงินมาจ้างให้คนไทยเผาบ้านเผาเมืองตนเองได้จริงตามที่มีการกล่าวหาจะเป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง ซึ่งตนก็ไม่เชื่อว่าเงินจะสามารถจ้างคนไทยให้เผาบ้านตนเองได้ อย่างไรก็ตามบุคคลที่ถูกกล่าวหารัฐบาลจะต้องให้เขาได้แก้ตัวชี้แจงด้วยพร้อมกับนำเอาบัญชีหรือสเตรทเม้นท์สถาบันการเงินต่างๆมายืนยันกันและเปิดเวทีพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าเงินที่ผ่านเข้าออกเป็นบัญชีปัจจุบันหรือบัญชีเก่าไม่ใช่ต่างคนต่างพูดเพราะจะทำให้ประชาชนสับสนนายทวิสันต์ กล่าว



