
รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์20มิ.ย.
วันนี้ (20 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นครั้งที่ 73 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจา
ช่วงที่ 1
สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ เช้าวันนี้ผมอยู่ที่หอศิลป์ของกรุงเทพมหานคร เพราะว่าที่นี่จะเป็นจุดหนึ่ง ซึ่งทางรัฐบาลได้ดำเนินการที่จะมีสำนักงานในเรื่องของการที่จะให้มีการประมวลรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในการเดินหน้าปฏิรูปเพื่อประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโครงการสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนของการปรองดอง ซึ่งในเรื่องการปฏิรูปก็ดี การปรองดองก็ดี ในช่วงที่ 2 ก็จะมีพิธีกรรับเชิญมาพูดคุยกันในเรื่องนี้ และช่วงสุดท้ายจะมีภาพบรรยากาศของการที่มีการประชุมขับเคลื่อนในเรื่องของการปฏิรูปเพื่อประเทศไทย แต่ว่าในช่วงแรกนี้ขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ในการรายงานการทำงานในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนหลายต่อหลายปัญหา ซึ่งอยู่ในความสนใจ
เร่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สำรวจการเลื่อนทำนาปี
เรื่องแรกคือเรื่องของภัยแล้ง สถานการณ์น้ำซึ่งรัฐบาลได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด มีการมอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรีพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ให้มีการรายงานในเรื่องของสถานการณ์เป็นรายวัน ก็ขอเรียนครับว่าสถานการณ์ในขณะนี้เริ่มดีขึ้นบ้าง ในส่วนของเรื่องของฝนฟ้า ในเรื่องของปริมาณน้ำซึ่งไหลเข้าไหล ออก จากเขื่อนหลัก และขอยืนยันว่าในการบริหารจัดการน้ำนั้น ในส่วนของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคนั้น รวมทั้งคุณภาพของน้ำประปานั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าปัญหาที่จะเกิดขึ้นแน่นอน คือการเลื่อนการทำนาปี ซึ่งจะเลื่อนไปจนถึงประมาณกลางเดือนกรกฎาคมคือกลางเดือนหน้า และขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังมีการไปสำรวจดูว่ามีพี่น้องประชาชนซึ่งมีความจำเป็นในการเลื่อนทำนาปี โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชลประทานนั้นก็คงต้องมีการเลื่อนแน่นอน ตามคำขอจากทางกรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรฯ ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและในพื้นที่อื่น ๆ นอกเขตพื้นที่ชลประทานนั้นก็ขึ้นอยู่กับน้ำฝน ซึ่งมีการตกกระจายไปในปัจจุบัน ก็จะได้มีการสำรวจเรื่องนี้ และจะมีการดูความเป็นไปได้ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งในช่วงจากนี้ไปจนถึงเดือนกรกฎาคมซึ่งอาจจะไม่สามารถทำนาได้ ว่าจะมีวิธีการในการช่วยเหลือในเรื่องของอาชีพเสริม หรือในเรื่องของการที่จะช่วยปัจจัยการผลิตเพื่อการบริโภคในครัวเรือนอย่างไร และที่สำคัญคือว่าแม้ว่าในช่วงของนาปีผ่านพ้นไป เราก็เชื่อครับว่าฝนฟ้าที่ตกลงมาก็คงทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเมื่อเทียบกับฝนที่ขาดหายไปในช่วง 5 เดือนแรกทำให้ในต้นปีหน้า น้ำที่จะใช้ในการทำนาปรังจะมีน้อยมาก เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นการสำรวจความคิดเห็นความต้องการก็จะต้องเกิดขึ้น เพื่อจะได้เตรียมการสำหรับการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งจะไม่สามารถทำนาปรังได้ ก็จะมีพื้นที่ทำนาปรังอย่างที่เคยคุยไว้ในรายการนี้เพียง 2-3 ล้านไร่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเร่งสำรวจในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น และได้มอบอำนาจให้ผมและท่านรัฐมนตรี และสำนักงบประมาณตกลงกันในการที่จะดูว่าจะมีความสามารถในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรและขาดรายได้ในช่วงที่ขาดน้ำหรือไม่สามารถทำนาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ขอเรียนครับว่ามีการติดตามอย่างใกล้ชิด และกำลังจะเตรียมการหามาตรการที่จะรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น และที่จะตามมา จนถึงในช่วงต้นปีหน้าด้วย
เร่งแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับภาครัฐในเรื่องที่ทำกิน
ส่วนในสัปดาห์ที่ผ่านมามีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร และพี่น้องประชาชนที่ถือว่าเป็นปัญหาเรื้อรังมา แต่ก็มีความคืบหน้ามีความก้าวหน้าไป เรื่องแรกก็คือปัญหาเรื่องของที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ผมก็ได้มีการประชุมกับทางสมัชชาเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งอยู่ระหว่างประชาชนกับภาครัฐ ก็มีการหยิบยกพื้นที่มา 6-7 พื้นที่ ก็มีการคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง ปัญหายังไม่หมดไป แต่ว่าหลายเรื่องก็มีทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้ได้มีการผ่อนปรนเพื่อที่จะสามารถเอื้ออำนวยต่อการที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ แนวคิดเรื่องโฉนดที่ดินก็เป็นที่ยอมรับมากขึ้น มีหลายพื้นที่ซึ่งขณะนี้ก็จะเข้าสู่ความพร้อมในการที่จะจัดทำโฉนดชุมชน ซึ่งระเบียบได้ออกมาแล้ว ก็จะมีการจัดประชุมสมัชชาอีกครั้งหนึ่งในสัปดาห์หน้า และคาดว่าในเร็ว ๆ นี้จะเริ่มแจกโฉนดชุมชนได้ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องของที่ทำกิน
ผ่อนคลายกฎระเบียบให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง
ส่วนเรื่องของที่อยู่อาศัย ปัญหาที่ค้างคากันมานานในเรื่องของความถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องของบ้านมั่นคง ซึ่งอาจจะมีลักษณะของที่หรือการเว้นระยะห่าง การก่อสร้างต่าง ๆ ยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคาร เรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดประชุมไปเมื่อวันศุกร์เพื่อที่จะคลี่คลายออกระเบียบต่าง ๆ เพื่อที่จะให้พี่น้องซึ่งเข้าไปอาศัยอยู่ในโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งมีการแก้ไขปัญหาในเรื่องของที่อยู่อาศัยแล้วกลับมาเจอปัญหาในเรื่องของข้อกฎหมาย ไม่สามารถที่จะขอออกเลขบ้านได้บ้าง ไม่สามารถขอน้ำขอไฟได้บ้าง ตรงนี้ก็จะได้มีการปรับแก้กฎกระทรวงต่าง ๆ เพื่อที่จะคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ตรงนี้ไปให้เรียบร้อยนะครับ
ใช้เวลา 2 ปีในการแก้ปัญหาสภาพพื้นที่ป่าและเข้าไปทำกินของประชาชนอย่างเป็นระบบ
นอกจากนั้นครับวันศุกร์ที่ผ่านมาผมได้ไปเริ่มต้นการเปิดโครงการสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะใช้เวลาในช่วง 2 ปีข้างหน้าในการที่จะชำระสะสางในเรื่องของสภาพพื้นที่ป่าและการเข้าไปทำกินของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะจัดการแก้ไขปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จไปในแง่ของการหาข้อเท็จจริงครับ เพราะว่าที่ผ่านมาเราจะมีภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายทางดาวเทียม ทั้งก่อนและหลังประกาศเขตพื้นที่ป่าสงวน แต่ปรากฏว่ามีความไม่ตรงกัน มีความคลาดเคลื่อน ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง รัฐบาลได้อนุมัติโครงการใช้เงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อม เข้าไปทำในเรื่องนี้ ใช้เวลา 2 ปีในการที่จะมาขีดเส้นกันให้ชัดเจนไปเลยว่าที่สุดแล้วเขตป่าที่ถูกต้องเป็นอย่างไร พี่น้องประชาชนที่ทำกินอยู่นั้นเข้าไปก่อนหรือเข้าไปหลัง ซึ่งถ้าเข้าไปก่อนการประกาศเขตป่านั้นก็จะชัดเจนครับว่าจะมีสิทธิ์ในการที่จะได้เอกสารสิทธิ์ ส่วนที่เข้าไปหลังจากโครงการนี้ เราก็จะทราบข้อเท็จจริงว่าเข้าไปหลังนั้นเข้าไปประมาณปีไหน อย่างไร และจากนั้นจะมีการนำเสนอไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพพื้นที่ต่อไปด้วย อันนี้ก็เป็นเรื่องของปัญหาที่ทำกิน ซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อเรื้อรัง ก็มีความก้าวหน้าไปพอสมควรจากการเดินหน้าแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีคนขึ้นทะเบียนโครงการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบเกิน 1 ล้านคน
รื่องถัดมาที่ผมได้เข้าไปติดตามคือปัญหาเรื่องของหนี้สินครับ เมื่อช่วงต้นปีนั้นรัฐบาลได้ทำโครงการในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ มีการให้ประชาชนนั้นมาขึ้นทะเบียน เดิมทีเดียวนั้นเราก็คิดว่าจะมีคนที่จะเข้ามาสู่โครงการนี้แก้ไขปัญหาได้สักประมาณ 3-4-5 แสนคน หรืออาจจะมากกว่านั้นเล็กน้อย เอาเข้าจริงปรากฏว่ามีคนเข้ามาขึ้นทะเบียนเป็นล้านเกิน 1 ล้านคน และขณะนี้มีการดำเนินการโดยทางกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปนำเอาเจ้าหนี้ ลูกหนี้นอกระบบมาเจรจากัน ซึ่งก็สามารถที่จะเจรจากันในหลักการได้เรียบร้อยไปเป็นส่วนใหญ่ และก็เข้าสู่ขั้นตอนในการที่จะขออนุมัติสินเชื่อจากทางธนาคารของรัฐ ในส่วนของการดำเนินการในขณะนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้นจะมีความก้าวหน้ามากที่สุด และขณะนี้จะมีพี่น้องซึ่งเป็นหนี้สินนอกระบบได้รับการอนุมัติในเรื่องของสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบไปแล้วประมาณ 150,000 ราย ขณะที่กำลังมีการเจรจาหรืออยู่ระหว่างขั้นตอนการขอสินเชื่อจากธนาคารอีกประมาณ 350,000 ราย เพราะฉะนั้นถ้าเราเร่งรัดทำตรงนี้ก็คาดว่าอย่างน้อย ๆ 3-4 แสนรายจะมีข้อยุติ ผมได้ให้ทางกระทรวงการคลังได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ว่าสำหรับรายที่เหลือว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง จึงทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาพี่น้องที่เป็นหนี้สินนอกระบบได้
ส่วนหนี้สินของเกษตรกรในภาพรวมก็เช่นเดียวกันนะครับ เราได้มีการทำข้อตกลงกับทางผู้บริหารในส่วนของกองทุนฟื้นฟู ท่านรองนายกฯ สนั่น ท่านที่ปรึกษาดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ได้เข้ามาดูแลในส่วนนี้ ขณะนี้ก็คิดว่ากำลังจะได้ข้อยุติในเชิงของมาตรการและนโยบายที่จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรที่เป็นหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูฯ มีการโอนไปยังธนาคารต่าง ๆ หรือจะโอนจากธนาคารเข้ามาสู่กองทุนเพื่อแก้ไขปัญหาให้มีลักษณะที่เบ็ดเสร็จมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ และวันอังคารนี้ก็จะให้มีการรายงานในเรื่องนี้มาเพื่อกำหนดทิศทางให้ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องต่อไป
คณะกรรมการ 4 ฝ่ายเตรียมเสนอรายชื่อธุรกิจที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
นอกจากนั้นครับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีการประชุมคณะกรรมการหลายชุด และหนึ่งในนั้นก็คือกรรมการที่ดูแลในเรื่องของสุขภาพของพี่น้องประชาชน ก็บังเอิญมาเกี่ยวพันกับปัญหาในเรื่องของมาบตาพุด ซึ่งขณะนี้ในแง่ของธุรกิจนั้นก็มีการกำหนดแนวทางของการแก้ไขปัญหานั้น ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ สัปดาห์หน้าก็จะมีการยุติลงของการทำงานของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ซึ่งทำงานเสร็จสิ้นและพร้อมที่จะเสนอในเรื่องของรายชื่อของธุรกิจซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมให้ได้ข้อยุติต่อไป ส่วนกรณีขององค์กรอิสระที่ทำขึ้นในลักษณะของชั่วคราวโดยระเบียบของฝ่ายบริหารคือรัฐบาลเอง ก็ได้มีการดำเนินการไปแล้ว และตัวกฎหมายที่จะนำเสนอต่อสภาฯ นั้นคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในสัปดาห์ที่ผ่านมา
เร่งการบริหารแผนจัดการสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันครับสำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่การเร่งรัดในเรื่องของการบริหารแผนจัดการสิ่งแวดล้อมหรือแผนควบคุมมลพิษ โดยเฉพาะการมีโครงการต่างๆ มาลดมลพิษต่าง ๆ นั้น ผมได้เร่งรัดเพื่อให้นำเสนอและได้รับการอนุมัติในการเดินหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และที่สำคัญคือเมื่อช่วงต้นเมื่อนั้นก็เกิดปัญหาก๊าซรั่วขึ้นมา ทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้มีการมอบคณะทำงานไปสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นจากปัญหาก๊าซรั่ว ตั้งแต่ปัญหาที่ว่าระบบระวังป้องกันไปจนถึงการเตือนภัย ไปจนถึงการดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การนำส่งโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งมีปัญหาค่อนข้างมากในทางปฏิบัติจากประสบการณ์ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เรื่องนี้ผมจะได้นำเอาข้อเสนอเพื่อแก้ไขปรับปรุงระบบในเรื่องของการบริหารแผนเวลาเกิดสถานการณ์ที่มีความเร่งด่วนฉุกเฉินมาในลักษณะนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขต่อไป แม้ว่าระยะหลังจะมีการดูแลเยียวยาได้ เป็นที่พอใจระดับหนึ่ง แต่ว่าปัญหาในเรื่องของการป้องกัน ในเรื่องของการเตือนภัย และในเรื่องของการบริหารสถานการณ์จริง ยังเป็นเรื่องที่จะต้องมีการปรับปรุง ซึ่งจะได้มีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงแก้ไขแผนต่าง ๆ ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ก็คือการดำเนินการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบางส่วน พักกันสักครู่ครับ เดี๋ยวมาพูดคุยกันในเรื่องของแผนปรองดองในเรื่องของการปฏิรูปเพื่อประเทศไทย และช่วงท้ายรายการมาดูบรรยากาศของการประชุมของภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนในเรื่องนี้ด้วยครับ
ช่วงที่ 2
ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีครับท่านผู้ชม ผม วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ครับ วันนี้ได้รับเกียรติให้มาเป็นตัวแทนในการถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถือเป็นเกียรติเป็นอย่างมากครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสครับ เพราะผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่อาสามาช่วยในเรื่องนี้ด้วย และในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากนี้ ก็น่าจะอยู่ที่หอศิลป์นี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์บัญชาการของเรื่องนี้เหมือนกันนะครับ เรื่องของการปฏิรูปประเทศไทยนะครับท่านนายกฯ เราอยากจะคุยเรื่องภาพรวมกันโดยกว้างก่อน ผมก็เลยสงสัย เพราะว่าช่วงนี้มีคนพูดเรื่องปฏิรูปเยอะมาก เรื่องปรองดองก็เยอะมาก ประชาธิปไตยก็เยอะ เลยอยากรู้ความหมายของคำว่าปฏิรูปของท่านนายกฯ คืออะไรหรือครับ และขั้นตอนของแผนร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย มีขั้นตอนอย่างไรบ้างคร่าว ๆ ครับ
นายกรัฐมนตรี คือตอนนี้ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ และความสับสนอยู่พอสมควร ซึ่งผมก็เข้าใจนะครับเพราะว่าสถานการณ์บ้านเมืองก็เรียกว่ามีความขัดแย้ง มีความสับสนกันมาต่อเนื่อง ก็มีคนถามว่า ปฏิรูป ปรองดอง เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันหรือไม่อย่างไร ผมก็เลยอยากจะเรียนสั้น ๆ ว่า เรื่องของการปรองดองนี้ บางคนมาเข้าใจว่าจะต้องมีคณะกรรมการปรองดองขึ้นมาชุดหนึ่ง หรืออะไรทำนองนั้น ไม่ใช่ คือการปรองดองนี้เรากำลังพูดถึงการรวมพลังต่าง ๆ ในสังคมของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เรื่องการมาปรองดองระหว่างผมกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ปรองดองกับสีนั้น ระหว่างสีนั้นกับสีนี้ ปรองดองระหว่างถูก-ผิด ปรองดองระหว่างดี-ชั่ว ไม่ใช่เลยนะครับ คือเรื่องของการปรองดองก็คือเราหยิบเอาปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่เป็นปม เช่น เรื่องรัฐธรรมนูญบ้าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ้างนะครับ การใช้สื่อสารมวลชนบ้าง และความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และเราก็บอกว่าเราจะต้องมารวมพลังคนทุกคนมาช่วยกันแก้ปัญหาเหล่านี้ และถ้าการแก้ปัญหาเหล่านี้เดินได้ ประสบความสำเร็จ ความปรองดองก็จะเกิดขึ้น อันนี้คือหลักคิดนะครับ
ทีนี้พอมีหลักคิดอย่างนี้แล้ว ในแต่ละเรื่องก็จะมีการดำเนินการสร้างกลไกขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมยกตัวอย่างว่า เรื่องการมาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ผมก็ได้เชิญท่านอาจารย์คณิต มา ท่านก็กำลังไปหาคณะกรรมการที่จะเป็นอิสระ ไม่ใช่ท่านมาเป็นคณะกรรมการมาปรองดอง แต่ท่านจะช่วยทำความจริงให้ปรากฏ เพราะผมเชื่อว่าพอความจริงปรากฏ มันก็จะนำไปสู่ความยุติธรรม มันก็จะนำไปสู่ความปรองดอง ทีนี้ก็วกเข้ามาว่าในส่วนของคำว่าปฏิรูป คำว่าปฏิรูปนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งจะนำไปสู่การปรองดอง เพราะว่าเราเห็นว่าความขัดแย้งที่ผ่านมานี้ มันเกิดจากความเหลื่อมล้ำที่เป็นจริง ความรู้สึกของความเหลื่อมล้ำ มันมีปัญหาเชิงโครงสร้างของความไม่เป็นธรรมในสังคมหลายอย่าง ซึ่งมันไม่สามารถแก้ไขได้โดยการบอกว่ามีนโยบายนี้ มีมาตรการนั้น แต่ว่าถึงเวลาที่จะต้องมาชำระสะสางกัน ในลักษณะของการทำเป็นโครงสร้าง ทำให้เป็นระบบ ตรงนี้ก็พูดถึงการปฏิรูป ทีนี้ก็ ชื่อก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่นิดหน่อย ว่าอยากจะใช้ชื่ออะไรอย่างไร แต่ว่าหลักสำคัญก็คือว่า ปัญหาที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมทั้งหมดนี้ หรือว่าปัญหาที่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของคน ซึ่งทำให้มีความรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย ตัวเองด้อยโอกาส อยู่ที่ไหนบ้างนี้ เราก็จะระดมมาทั้งหมดนะครับ รัฐบาลก็ทำไปตามนโยบายของรัฐบาลด้วย รวมทั้งการเอื้ออำนวยความสะดวก การตั้งสำนักงานขึ้นมา การไปจัดทำการสำรวจระดับชาติ ซึ่งลงไปแล้วนะครับ สำนักงานสถิติฯ ลงไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จะเก็บ 100,000 ตัวอย่างอะไรต่าง ๆ อย่างนี้เป็นต้น แต่เราจะให้ภาคประชาชนนี้เขาขับเคลื่อนอย่างเป็นอิสระ ผมเข้าไปพูดคุยกับภาคประชาชน ภาคประชาชนเขาก็ขอว่าคนที่จะมาทำเรื่องนี้เขาอยากได้ผู้หลักผู้ใหญ่ เอ่ยชื่อมามีคุณหมอประเวศ อดีตนายกฯ อานันท์ คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
ผู้ดำเนินรายการ ภาคประชาชนนี้คือจากฝ่ายไหนบ้างครับ
นายกรัฐมนตรี เขาก็จะมีเครือข่ายซึ่งเขาทำงานอยู่แล้วนะครับ ผ่าน สสส. ซึ่งเป็นองค์กรซึ่งดูแลเรื่องของสุขภาวะ คณะกรรมการสุขภาพซึ่งเขามีสมัชชาสุขภาพอยู่ แล้วก็ยังมีสภาพัฒน์ ซึ่งก็ออกไปรับฟังความคิดเห็น เพราะว่ามีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจอยู่แล้ว องค์กรเหล่านี้ก็เดี๋ยวตอนท้ายรายการจะมีภาพที่เขามากัน 300 - 400 ที่อิมแพ็คนะครับ เขาก็มาบอกว่าขอผู้หลักผู้ใหญ่ ผมก็ไปสอบถามท่านเหล่านั้นท่านก็เต็มใจทำ เพียงแต่ว่าท่านก็จะขอเวลาในการไปวางรูปแบบต่าง ๆ กับสองคือว่า งานนี้ไม่มีทางเสร็จในสมัยที่รัฐบาลนี้อยู่ คือรัฐบาลนี้อยู่เต็มเหยียดก็ถึงปลายปีหน้านี้ ยังไงก็ไม่เสร็จ เพราะฉะนั้นเราก็จะออกเป็นระเบียบสำนักนายกฯ ว่ากลไกตัวนี้สามารถเดินได้ แม้มีการเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแล้วก็ยังทำงานได้ต่อไป
ผู้ดำเนินรายการ แล้วผลลัพธ์สุดท้ายก็คือนโยบายระยะยาวใช่ไหมครับ
นายกรัฐมนตรี คือจริง ๆ แล้วเราคาดหวังว่า 2 -3 เดือนแรกจะเข้มข้นในเรื่องของการรวบรวมประเด็นต่าง ๆ นะครับ ภายใน 6 เดือนเท่าที่ฟังดูก็จะมีเสมือนกับเป็นการจัดทำแผนออกมา ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ทำอะไรก่อน-หลัง ทำแล้วต้องใช้เงินงบประมาณหรือระดมกำลังอะไรต่าง ๆ จากที่ไหนอย่างไร แต่ต้องย้ำก็คือว่า เราคงไม่มาทำในลักษณะที่ว่าต้องรอ สำรวจความคิดเห็นเสร็จ มีแผน แล้ว...ไม่ใช่ ถ้าหากว่าสมมติว่ามีประเด็นซึ่งเห็นชัดเจนว่า สามารถแก้ไขได้เลยนี้เราก็จะเดินหน้า อย่างที่จะมาทำอยู่ที่นี่ สมมติว่าประเด็นไหนเข้ามาแล้วเห็นได้ชัดว่ามันเป็นประเด็นที่แก้ไขได้เราก็จะเดินหน้าไปเลย เหมือนกับที่ช่วงต้นรายการผมเล่านะครับว่า เราเจอปัญหากับคนไม่มีที่อยู่อาศัย พอเราเข้าไปทำโครงการเรื่องบ้านมั่นคงเสร็จ เจอปัญหานั้นปัญหานี้ติดขัดกฎระเบียบตรงไหน อย่างนี้ไม่ต้องรอว่าจะต้องไปอยู่ในแผนแล้วทำ ก็แก้ไขได้เลย
ผู้ดำเนินรายการ มาตรการซ่อมเร็วครับ เหมือนกับว่าคณะกรรมการจะมีเยอะเหลือเกินในช่วงนี้ ไม่ทราบมีคณะกรรมการอะไรบ้างครับที่เข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้
นายกรัฐมนตรี คือถ้าพูดในแผนปรองดองในภาพรวมนะครับ มันก็จะมีคณะกรรมการที่มาดูเรื่องของข้อเท็จจริงนะครับ อาจารย์คณิตก็จะเป็นประธาน จะมีกลไกที่มาดูเรื่องสื่อ ขณะนี้ยังไม่ได้มีตัวกรรมการ แต่ว่าได้มอบหมายไปทางคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ไปทำงานร่วมกับทางวิชาชีพสื่อเขาเอง เขาจะเสนอผมกลับมาว่าจะตั้งในรูปแบบไหนอย่างไรนะครับ ก็มีตัวปฏิรูปนี้ครับ ซึ่งจะมีทั้งท่านนายกฯ อานันท์ คุณหมอประเวศ คุณไพบูลย์ กำลังจะไปดูรูปแบบที่จะทำเข้ามา มีเรื่องของการเมืองก็อาจารย์สมบัติ เข้ามาดูในเรื่องกติกาการเมือง เรื่องกฎหมายต่าง ๆ เป็นคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง แล้วก็อาจจะมีประเด็นอื่น ๆ อีก เช่น เรื่องปฏิรูปตำรวจ เรื่องอื่น ๆ ก็จะตามมาครับ
ผู้ดำเนินรายการ คือจากประสบการณ์ในช่วงม็อบที่ผ่านมานะครับ ผมในฐานะคนกรุงเทพฯ ตอนแรก ๆ ก็เป็นคนชั้นกลาง ก็ไม่เข้าใจว่าเขามาทำไมกัน แล้วก็พอวันดีคืนดีผมก็อยากเข้าใจ ผมก็ลงไปเดินแถว ๆ นี้นะครับ อยู่ใกล้ ๆ หอศิลป์นี่เอง แล้วก็ได้เข้าใจว่าในกลุ่มคนเสื้อแดงเองก็มีความหลากหลายทางความเห็นเยอะมาก ไม่ได้มาด้วยจุดประสงค์เดียวใด ๆ ทีนี้ก็เลยอยากถามท่านนายกฯ ครับว่าการตั้งคณะกรรมการเหล่านี้ แม้กระทั่งคนเสื้อแดงเองเขาก็มีความเห็นที่ต่างกัน อาจจะต้องมีคนเสนอที่เป็นตัวแทนของคนเสื้อแดงเองตั้งเยอะแล้ว แต่ว่าแน่นอนว่าประเทศไทยก็ไม่ได้มีแค่สองสีใดหนึ่ง แต่ว่ามีกลุ่มอื่นอีกมากมาย เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคณะกรรมการทั้งหมดเป็นตัวแทนของเสียงของคนทั่วไปทั้งประเทศจริง ๆ
นายกรัฐมนตรี คือผมได้เรียนว่าคนที่ผมเชิญมา หรือว่าที่ภาคประชาชนเขาขอให้ผมไปเชิญมานี้ ทุกท่านผมคิดว่ามีใจที่จะทำงานให้กับทุกคน ไม่ได้มีความคิดในการที่จะไปเป็นปฏิปักษ์ เป็นศัตรูอะไรกับใคร และประเด็นในการแก้ไขนี้เราไม่แยกหรอกครับ ผมยกตัวอย่างเช่นว่า คนที่เดือดร้อนจากปัญหาหนี้สิน คนเป็นหนี้จะมีความเชื่อทางการเมืองหรืออะไร เราก็ต้องแก้ให้เขาหมด แล้วก็แก้ในลักษณะที่เป็นมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันหรือมาตรฐานเดียวกัน ขึ้นอยู่กับสภาพของปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น ที่ทำกินก็เหมือนกัน หรือสมมติว่าเราบอกว่า ความเป็นธรรมในเรื่องของโครงสร้างภาษีนี้มันยังใช้ไม่ได้ รัฐบาลอยากจะทำภาษีทรัพย์สิน แต่อาจจะยังไม่พอในการที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม คือประเด็นเหล่านี้มันไม่ได้มีการไปเลือกอยู่แล้วว่า ถ้าคุณเป็นคนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างนี้ คุณจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ มันไม่มี เพราะฉะนั้นเบื้องต้นนี้โจทย์ที่มันตั้งมันเป็นคำตอบสำหรับทุกคนอยู่แล้ว แต่แน่นอนนะครับ เวลานี้สังคมเรานี้ ทั้งสังคมความที่มันมีความแตกแยกกันค่อนข้างที่จะลึกมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พอเอ่ยชื่อคนนั้นคนนี้มาก็มีข้อสงสัย มีความหวาดระแวง ผมก็บอกว่า หนึ่ง เราต้องให้คนเหล่านี้ทำงาน ถ้าเกิดว่าการทำงานของกรรมการชุดต่าง ๆ ทำไป 2 เดือน 3 เดือน เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจความทุกข์ร้อนของคนกลุ่มนี้ มันก็จะชัดเจนออกมาเองว่าต้องแก้ไขแล้ว แต่ว่าถ้าหากว่าเขาทำงานแล้วเขาพยายามจะแก้ไขนี้ ผมคิดว่าวันนี้ทุกฝ่ายควรที่จะเข้ามามีส่วนร่วม คือทางการเมืองนี้ผมเข้าใจ เวลานี้ที่จะวิจารณ์แรงที่สุดก็จะมาจากฝ่ายผู้นำ หรือแกนนำมากกว่า ซึ่งถ้าเป็นธรรมดาเขาอาจจะยังมีความโกรธเคือง มีความรู้สึกที่เป็นลบอยู่ แต่ว่าเรากำลังจะบอกว่าจริง ๆ แล้วนี้ เราไม่ได้มาแก้ปัญหาปรองดองกับคนกลุ่มเล็ก ๆ นะครับ เรากำลังจะทำในเรื่องของการแก้ปัญหาให้กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร
ผู้ดำเนินรายการ แต่นอกจากความเห็นของนักวิชาการเหล่านี้ คณะกรรมการเหล่านี้ ความเห็นของคนทั่วไปก็จะมีการรวบรวมด้วย ผ่านทางสื่อต่าง ๆ
นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ จริง ๆ หลักแล้วเราไม่ได้ต้องการให้คนเหล่านี้เป็นคนที่มากำหนดโจทย์เลยนะครับ รัฐบาลก็ไม่เข้าไปครอบงำ
ผู้ดำเนินรายการ จะมีการสร้างสมดุลระหว่างความเห็นของคนทั่วไปกับความเห็นของคนที่เป็นคณะกรรมการต่าง ๆ อย่างไรบ้าง
นายกรัฐมนตรี ผมว่าหลักเป็นอย่างนี้นะครับ ก็คือว่าในเชิงความต้องการ ความเดือดร้อน ความทุกข์นี้ ต้องฟังจากประชาชนนะครับ เอาละ ผม คุณ หรือนักวิชาการ อาจจะรู้หรือคิด มีความคิดของตัวเอง แต่ดีที่สุดคือให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง ซึ่งเราทำหลายวิธีนะครับ อย่างที่เมื่อกี้เล่าให้ฟังว่า มีการไปสำรวจความคิดเห็นโดยสำนักงานสถิติฯ และจะมีสำนักสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ มาช่วยอีก เราจะมีศูนย์ที่รับเรื่องราว เป็นโทรศัพท์ เป็นสำนักงานนะครับ เราจะมีการไปจัดเป็นลักษณะของการทำสมัชชา สัมมนา ตามพื้นที่ต่าง ๆ เพราะตอนนี้ผมเองก็จะเดินสาย ร่วมกับทุกภาคส่วน เช่น ท้องถิ่นเขาก็จะจัดเวทีของเขา มหาวิทยาลัยก็จะจัดเวทีของเขา ผมก็จะเริ่มเข้าไปร่วมในสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นความทุกข์ร้อนต่าง ๆ เหล่านี้ จะมาจากประชาชน แต่ว่าสิ่งที่เราได้จากทางวิชาการนี้ก็คือปัญญา ความคิด ประสบการณ์ในการที่จะบอกว่า เอาละ เมื่อปัญหาเป็นอย่างนี้ ทางออกมันมี 1 2 3 4 5 ทางที่ 1 เป็นอย่างไร ทางที่ 2 เป็นอย่างไร เป็นทางเลือกมา แล้วเขาก็อาจจะมีข้อยุติ และถึงสุดท้ายก็ต้องมาบอกว่า ต้องมาใช้อำนาจรัฐ คือรู้วิธีแก้เสร็จ ปรากฏว่าคนมีอำนาจแก้นี้ยังเป็นหน่วยราชการอยู่ เขาก็จะส่งมาที่รัฐบาล รัฐบาลก็จะดำเนินการ
ผู้ดำเนินรายการ ถ้าผมลองถามท่านนายกฯ อย่างนี้ดูครับ คิดว่าการปฏิรูปนี้ คำว่าปฏิรูปอาจจะแน่นอนท่านนายกฯ เป็นรัฐบาล ก็ต้องพูดถึงเรื่องการปฏิรูป เรื่องการเมือง มีการระดมความเห็นในการทำนโยบายต่าง ๆ ปัญหาของประเทศนี้จริง ๆ ก็ไม่ได้อยู่แค่ที่เรื่องการเมืองอย่างเดียว
นายกรัฐมนตรี ถูกต้องครับ
ผู้ดำเนินรายการ เพราะฉะนั้น อย่างเรื่องคำถามนี้ครับ ท่านนายกฯ คิดว่ารัฐแก้ได้ทุกปัญหาจริง ๆ หรือเปล่าครับ
นายกรัฐมนตรี ไม่ครับ 1. เราคงไม่บอกว่ารัฐไปแก้ทุกปัญหา ผมพูดสองแง่มุม แง่มุมหนึ่งคือบางเรื่องอาจจะไม่เกี่ยวกับรัฐก็ได้ ตอนนี้ผมคุยกับภาคธุรกิจ ผมบอกอย่างปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ภาคธุรกิจเองต้องไปแก้ ยังมีความรู้สึกความเหลื่อมล้ำระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่กับธุรกิจขนาดเล็ก ระหว่างอุตสาหกรรมกับชุมชน เหมือนกับที่เกิดขึ้นที่มาบตาพุด ประเด็นอย่างนี้มันไม่ใช่เฉพาะภาครัฐที่จะไปแก้ได้นะครับ ข้อที่ 2. บางเรื่อง อย่างเช่นเราพูดถึงว่าอยากให้คนของเรามีสวัสดิการ มีความมั่นคง ผมก็ไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ว่าจะให้รัฐไปทำทั้งหมด ไม่ใช่นะครับ เพราะว่าระบบสวัสดิการนี้พอรัฐแบกรับทั้งหมดนี้ หลายประเทศก็เห็นแล้ว อยู่ไม่ได้ ต้องเก็บภาษีสูงมาก หรือว่าในที่สุดก็หาสตางค์มาไม่ได้ ก็ต้องมีระบบของการมีส่วนร่วม อย่างเช่นที่รัฐบาลทำเรื่องสวัสดิการชุมชน หรือว่าการที่ชุมชนเองเข้ามาจัดการ อย่างที่ผมพูดเรื่องที่ทำกิน โฉนดชุมชน รัฐบาลเข้าไปแก้เองไม่ได้ ชาวบ้านต้องรวมตัวกันก่อน มีเป็นชุมชนขึ้นมา ที่จะสามารถบริหารในเรื่องของการใช้ที่ทำกินต่าง ๆ
ผู้ดำเนินรายการ แต่ในทางหนึ่งเป็นเพราะว่าเรายังมีอุดมคติหรือว่าค่านิยมว่ารัฐบาลแก้ได้ทุกเรื่องอยู่หรือเปล่า
นายกรัฐมนตรี นั่นก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งนะครับ เป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่า ถ้าเราก้าวพ้นได้ก็จะดี เพราะว่าพอคิดอย่างนั้น 1. ก็คือว่า ทุกคนก็เลยคิดว่า มาเรียกร้อง และ 2. ก็มาแย่งชิงกัน เพราะคิดว่าใครได้อำนาจรัฐไปแล้วจะชี้เป็นชี้ตาย แก้ไขต่าง ๆ ได้ทุกเรื่อง ผมคิดว่ากระบวนการที่ทำอยู่ทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นตัวสะท้อนให้ประชาชนได้ตระหนักในที่สุด ว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่มีแต่รัฐบาลนะ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีส่วนร่วมได้เยอะ ผมก็ยังมีความคาดหวังมากนะครับว่า เที่ยวนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จะมีส่วนร่วมหลาย ๆ ทาง เพราะผมเห็นความตื่นตัวที่เกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์ด้วย 1. อาจจะไปทำหน้าที่เหมือนกับเป็นอาสาลงไปในการที่จะสำรวจประสานงาน หรือแม้กระทั่งการรวบรวมประมวลข้อมูลความคิดต่าง ๆ ด้วย
ผู้ดำเนินรายการ นอกจากกระแสวิจารณ์ต่าง ๆ แล้วนี้นะครับ ผมรู้สึกว่าสังคมไทยบางครั้งมองคนรอบตัว ท่านนายกฯ ก็คงรู้สึกมาก ก็คือมีคนวิจารณ์เยอะ แต่คนทำน้อย ฐานะที่คนเป็นอยู่ตรงกลางรัฐบาลนี้ มีประชาชนที่นอกจากวิจารณ์แล้วเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือในการแก้ปัญหาเยอะไหมครับ
นายกรัฐมนตรี มีครับ เที่ยวนี้ผมต้องเรียนว่าเห็นได้ชัดนะครับ อย่างน้อยที่สุด ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านซึ่งความจริงท่านก็รู้ว่าถ้าท่านมาทำงานต่าง ๆ ที่กำลังจะทำนี้ มีแรงกดดันเยอะ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็มาก ขนาดผมเชิญท่านเสร็จ นักข่าวถามผมว่าจะพาท่านมาเสียคนตอนแก่หรือเปล่า อะไรอย่างนี้ ซึ่งผมก็ต้องขอบคุณว่าท่านเหล่านี้ตั้งใจมาทำงานนี้เพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตของประเทศ และก็อย่างที่ผมบอกก็คือว่า มีอาสาสมัครที่อยากจะเข้ามาเยอะ มีการสอบถามเข้ามาเยอะผ่านทางภาคธุรกิจบ้าง เข้ามาโดยตรงบ้าง บอกว่าเขาทำอะไรได้บ้าง ผมว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี ว่าต่อไปนี้การที่เราจะฟื้นฟูความมีจิตอาสาของคน ก็น่าจะทำให้ดีขึ้นนะครับ แต่ว่าแรงเสียดทานต้องมี เป็นธรรมชาติ
ผู้ดำเนินรายการ เมื่อกี้นี้ท่านนายกฯ พูดถึงคนรุ่นใหม่และก็ได้ยินว่าวันก่อนพูดถึงคนรุ่นนี้ว่า Generation R หรือ ว่า Reform คิดอย่างไรกับคนรุ่นนี้ครับ และการเอา Social Media หรือ Internet มาใช้ในการระดมความเห็นทางการเมือง มีความเป็นไปได้อย่างไรบ้าง
นายกรัฐมนตรี ผมว่าเราคงได้ยินการวิพากษ์วิจารณ์คนรุ่นใหม่มาพอสมควร
ผู้ดำเนินรายการ มีแต่คนด่าครับเด็กสมัยนี้
นายกรัฐมนตรี สมัยนี้ว่าไม่ได้สนใจอะไรต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วผมก็เคยพูดมาตลอด ความจริงแก้ต่างให้มาตลอด ว่าคนแต่ละรุ่นเขาก็เติบโตมาในสภาวะแวดล้อมที่มันไม่เหมือนอดีต และยุคนี้ก็เป็นยุคที่มีการแข่งขันมากอะไรมาก ก็มีแรงกดดันในเรื่องของการที่จะต้องดูแลตัวเอง ในเรื่องของการศึกษ



