ข่าว

ปปง.ขอเคลียร์1.5แสนล้านของจริงทั้งนั้น

ปปง.ขอเคลียร์1.5แสนล้านของจริงทั้งนั้น

20 มิ.ย. 2553

ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ยังคงเดินหน้าตรวจสอบที่มาที่ไปของ “เม็ดเงิน” จำนวนมหาศาล ที่มีการไหลเวียน “ฝาก-ถอน” ผิดปกติ ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2552 ถึง พฤษภาคม 2553 โดยเฉพาะบรรดาเครือญาติ “ตระกูลชินวัตร” ที่มีการไหลเวียนหลายหมื่นล้านบาท

 “เม็ดเงิน” ที่ไหลเวียนมากมายมหาศาลเช่นนี้ ทาง ศอฉ. ปักใจเชื่อว่าอาจจะมีส่วนเข้ามาสนับสนุนเป็น “ท่อน้ำเลี้ยง” ในการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณสี่แยกราชประสงค์

 ศอฉ.จึงมีคำสั่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย รวบรวมข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินของเหล่าบรรดาเครือญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลุ่มนายทุนที่ร่วมกันก่อตั้งพรรคไทยรักไทย จนมาถึงพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน รวมถึงเหล่าบรรดาเพื่อนพ้อง ตท.10 อีกหลายคน

 ซึ่งก็พบว่ามียอดเงินไหลเวียนกว่า 1.5 แสนล้านบาท จากจำนวน 83 คน ที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มี พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ ปปง. คัดกรองแล้วว่า “เม็ดเงิน” ดังกล่าวน่าจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์วุ่นวายของประเทศที่ผ่านมา

 พ.ต.อ.สีหนาท ถือเป็นหนึ่งในคณะทำงานของ ศอฉ. และมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมการเงินที่ผิดปกติ เปิดใจแก่ “คม ชัด ลึก” ก่อนเดินทางเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมประชุม ปปง. ระดับโลก เพราะหน่วยงาน ปปง.เป็นหน่วยงานสากล มีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศมาตรฐานสากลในการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และการก่อการร้าย ดังนั้นมาตรฐาน หรือมาตรการต่างๆ ที่ประเทศต่างๆ จะต้องปฏิบัติ หรือประเทศกลุ่มจี 20 ซึ่งขณะนี้เขาเฝ้ามองประเทศไทยอยู่ ดังนั้นหน่วยงานของ ปปง.จะทำอะไรนอกลู่นอกทางและไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ หน่วยสากลเขาไม่ยอมรับเรา

 “ตอนนี้ประเทศไทยถูกจับตามองว่า เรายังไม่เข้าตามมาตรฐานสากลด้านการปราบปรามการฟอกเงิน และการก่อการร้ายอย่างเต็มที่ และยังไม่เอามาใช้อย่างให้เกิดประสิทธิภาพ ดังนั้นการเดินทางไปครั้งนี้ จะไปชี้แจงรายละเอียดต่อองค์กรระหว่างประเทศที่กำหนดมาตรการเกี่ยวกับด้าน ปปง. ประเทศที่กำหนดมาตรฐานมาก็ถามว่าประเทศไทยได้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของต่างประเทศหรือยัง ดังนั้นผมจะไปชี้แจงว่าประเทศไทยได้ปฏิบัติตามแล้ว ตามมาตรการต่างๆ ที่ออกมา หากเราไม่ปฏิบัติตามเราก็จะถูกตอบโต้ทั้งทางด้านการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจหนัก หากเราไม่มีมาตรฐานทางกลุ่มประเทศจี 20 ก็จะตอบโต้ประเทศด้วยมาตรการทางการเมือง ซึ่งจะมีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และการลงทุนอย่างมาก”

 พ.ต.อ.สีหนาท มั่นใจว่าประเทศไทยจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยดี ปปง.จะทำงานคล้ายๆ กับตำรวจสากล ที่จับคน และยึดทรัพย์ ดังนั้น ปปง.จะทำตัวขึ้นอยู่กับการเมือง หรือทำตัวไม่เป็นกลางคงไม่ได้ และประเทศต่างๆ ก็ไม่ยอมรับ การชี้แจงในเวทีดังกล่าวตนไม่ได้เลือกปฏิบัติในการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือใครก็ตามที่กระทำความผิด เพราะหลักการแล้วจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ตามกฎหมายการฟอกเงิน ถ้าใครไม่ปฏิบัติตามก็จะต้องถูกตรวจสอบตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

 สำหรับการขึ้นบัญชีดำกับบริษัทและบุคคลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกรรมที่ผิดปกติจำนวน 83 ราย เป็นการดำเนินการตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสาร และคิดว่าสังคมคงมองว่าแกนนำบางรายไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว อย่างกรณีของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็พบว่าบัญชีของ พล.ต.ขัตติยะ เป็นปกติ

 ทั้งนี้ การดำเนินการไม่ได้มีการตั้งธง หรือตั้งเป้า ว่าคนนั้นคนนี้จะต้องมีชื่อ ซึ่งมันไม่ใช่ แต่การดำเนินการขึ้นอยู่กับความจริงทั้งหมด ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนใดคนหนึ่ง การทำงานของ ปปง.จะต้องตรงไปตรงมา ข้อเท็จจริงเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ ถ้าประกาศไปแล้วมีอะไรผิดปกติก็ตรวจสอบได้

 การพิจารณาดำเนินการใดๆ ขึ้นอยู่กับทาง ศอฉ.เท่านั้น ปปง.เป็นเพียงหน่วยปฏิบัติ เมื่อ ปปง.ดำเนินการเสร็จแล้ว และส่งไปให้หน่วยเหนือจะทำประกาศ หรือพิจารณาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับหน่วยเหนือ

 ส่วนบริษัทและบุคคลที่อยู่ในบัญชีดำจะมารายงานตัวเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทั้งนี้เรื่องการกำหนดตัวบุคคล หรือการนัดหมายต่างๆ ปปง.ก็ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมหากได้รับคำสั่งจาก ศอฉ.

 ตอนนี้ภารกิจของ ปปง.ในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติในช่วงเดือนกันยายน 2552 ถึงพฤษภาคม 2553 เสร็จสิ้นไปบางส่วนแล้ว และมีการสรุปรายชื่อจากการวิเคราะห์ธุรกรรมจาก 152 ราย เหลือเพียง 83 ราย และปปง.ได้ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเสนอไปยัง ศอฉ.เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการสอบสวนตามกฎหมายคดีพิเศษ

 ดังนั้นในเรื่องการนัดหมาย หรือการแจ้งบุคคลต่างๆ ให้เข้ารายงานตัว หรือการตั้งคณะกรรมการต่างๆ ขึ้นมาตรวจสอบ จะเป็นเรื่องของดีเอสไอ ตอนนี้ ปปง.ถือว่าหมดภารกิจหน้าที่ในการตรวจสอบเส้นทางการฝาก-ถอนเงินของบุคคลที่อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำ หรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่หากมีการมอบหมายงานมาใหม่ก็ต้องว่ากันไป

 พ.ต.อ.สีหนาท บอกว่า การทำงานในเรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นการกดดัน เพียงแต่เป็นการปฏิบัติงานตามปกติ ไม่ได้กดดันอะไรเลย การดำเนินงานก็เหมือนกับการพิจารณาความผิดทั่วๆ ไป ถ้าเราไม่มองคดีการเมืองอะไร การกระทำความผิดมันก็เพื่อได้มาซึ่งเงิน หรือเงินสนับสนุน

 ดังนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการในการค้นหาความจริง หรือรวบรวมพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริง จะพบหรือไม่พบก็จะต้องว่ากันไปตามขั้นตอน หรือตามข้อมูลข้อเท็จจริงตามที่สถาบันการเงินได้รวบรวมมาให้ ปปง.ดำเนินการ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องของการกดดัน เป็นการทำงานตามปกติ เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมือง ก็เลยอาจจะทำให้สังคมมองว่าไปกดดันหรือไม่ ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติ ก็ทำงานตามปกติ และเร่งทำให้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อคนที่มีรายชื่อออกมา 152 รายจะได้ปลดล็อกเขาโดยเร็ว บุคคลเหล่านั้นจะได้ทำธุรกรรมด้านการเงินของเขาได้ตามปกติ

 เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนของ ปปง.รับสินบนเพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกระงับการทำธุรกรรมทางด้านการเงิน เพราะ ปปง.ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ หรือจะไปยึดทรัพย์ของบุคคลเหล่านี้ได้ ส่วนใครจะหลุดจากการขึ้นบัญชีดำของ 83 รายชื่อ ก็ไม่เกี่ยวกับ ปปง. ทาง ปปง.ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางด้านการเงินเท่านั้น เมื่อทำงานเสร็จก็ได้เสนอผ่านไปตามขั้นตอน

 ส่วนใครจะเป็นคดี หรือใครหลุดไม่หลุด ทาง ปปง.ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลย และ ปปง.ไม่สามารถที่จะไปช่วยเหลือใครได้ ผลการวิเคราะห์ก็จะไปตามความจริง ใครที่มีธุรกรรมปกติก็เป็นปกติ หากใครไม่ปกติก็ไม่ปกติ ทั้งนี้ ปปง.มีเกณฑ์ในการพิจารณา ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใคร เพราะมีข้อมูลพยานหลักฐานตามที่สถาบันการเงินรวบรวมมาให้

 สำหรับหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบ “เม็ดเงิน” ของบุคคลดังกล่าว ยังไม่ถึงขั้นตอนในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เวลานี้ ปปง.เพียงรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางด้านการเงินเท่านั้น เพื่อไปสู่กระบวนการตรวจสอบรายละเอียด ดังนั้นการทำงานเพียงเท่านั้นจะให้หลุดคดีเลยคงเป็นไปไม่ได้

 ทั้งนี้รายละเอียดของเส้นทาง “เม็ดเงิน” ดังกล่าว จะต้องรอกระบวนการสอบสวน เวลานี้ ปปง.ได้สรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้นส่งไปให้ทางดีเอสไอเรียบร้อยลแล้ว เราส่งไปทุกคนที่มีการเคลื่อนไหวในการทำธุรกรรมทางด้านการเงิน และขั้นตอนต่อไปก็เป็นอำนาจของ ศอฉ.ที่จะประกาศรายละเอียดอีกครั้ง

 ผมยอมรับว่า ตอนนี้มีแก๊งต้มตุ๋น แอบอ้าง โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ ปปง. และไปแอบอ้างว่า ตอนนี้ ปปง.ยึดทรัพย์ จะต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับทรัพย์ที่ถูกยึด แม้กระทั่งเรื่องบัญชีดังกล่าวก็มี ผมก็จับได้มีการแอบอ้างทำเป็นหัวกระดาษ ปปง.ออกมา และแจ้งไปยังนักธุรกิจชาวต่างชาติ โดยผ่านทางอีเมล ในลักษณะที่ว่า ปปง.ยึดทรัพย์สินทางพัสดุไปรษณีย์ หรือเอกสารสำคัญ จะต้องส่งเงินมาเป็นค่าธรรมเนียม ไม่อย่างนั้น ปปง.จะไม่ปล่อยของให้ เมื่อนักธุรกิจหลงเชื่อก็ยอมจ่ายให้ โดยหมดเงินไปไม่รู้กี่พันดอลลาร์มาแล้ว แก๊งต้มตุ๋นมีทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ แก๊งเหล่านี้มักจะสวมรอย

 ผมยืนยันว่าแก๊งสวมรอยดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ ปปง. ล้านเปอร์เซ็นต์ แก๊งสวมรอยมีอยู่เยอะ ดังนั้นอยากให้ช่วยกัน หากมีปัญหาเรื่องดังกล่าวอย่างแรกจะต้องรีบแจ้งความไว้ก่อน ไม่ต้องเกรงใจ ก่อนที่จะประสานงานมายัง ปปง.ในการจัดวางกำลังเข้าไปดำเนินการ แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ หรือข้าราชการ เราจะฟันไม่เลี้ยงเด็ดขาด แต่ผมเชื่อว่าไม่เจ้าหน้าที่ ปปง.คนใดจะไปต้มตุ๋น

 ทั้งนี้มีกฎหมายตามข้อบังคับ มาตรา 61/1 เขียนไว้ชัดเจนว่า ใครก็ตามที่เป็นข้าราชการ หรือ นักการเมือง ได้ใช้ หรือสั่งการให้ ปปง.ดำเนินการใดๆ มีโทษจำคุก 30 ปี และถ้าศาลลงโทษก็จะบวกไปอีก 3 เท่า เป็น 90 ปี ดังนั้นเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับ ปปง.แน่นอน

 พ.ต.อ.สีหนาท บอกจุดยืนของ ปปง.ว่า เป็นเขตปลอดการแทรกแซงทางการเมือง สิ่งที่ ปปง.ทำมาก็ตามหน้าที่ และการเข้ามาเป็นหัวหอกคนสำคัญในช่วงสถานการณ์การเมืองร้อนแรง ก็ปฏิบัติหน้าที่ปกติไม่ได้มีแรงกดดันอะไร เราไม่มีการแทรกแซงอะไรทางการเมืองเลย การทำงานของ ปปง.จะประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ผ่านมายังไม่เคยเข้าร่วมประชุมกับ ศอฉ.เลย เพียงแต่ส่งเจ้าหน้าที่ข้าราชการประจำไปดำเนินการ และ ศอฉ.ก็ไม่เคยสั่งให้ทำอะไร ซึ่งการทำงานจะแยกกันชัดเจน ถือว่าสบายใจไม่มีแรงกดดันอะไร ปปง.ทำงานอย่างตรงไปตรงมาไม่มีอะไรแอบแฝง ข้อมูลที่ธนาคารส่งมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ปปง.จะไปเปลี่ยนคงไม่ได้

 ข้อมูลที่ส่งมาเป็นข้อมูลทางสถาบันการเงิน เมื่อมียอดการหมุนเวียนก็ต้องบอกว่ามี ถ้าไม่มีก็ต้องบอกว่าไม่มี ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อมูลข้อเท็จจริงถึงการทำธุรกรรมทางด้านการเงินของบุคคล หรือ นิติบุคคล โดย ปปง.ทำตามที่ ศอฉ.มีคำสั่งเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม และขณะนี้ได้ส่งรายงานไปให้ ศอฉ.เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ถ้านับดูแล้วจากที่ธนาคารส่งข้อมูลมาให้เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม และกำหนดให้เสร็จภายในวันที่ 26 พฤษภาคม แต่เอกสารค่อนข้างเยอะจึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาให้รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด


ปัญญา ทิ้วสังวาลย์