ข่าว

ดัตช์เฉือนซามูไรโคนมแซงชนะหมอผี10จิงโจ้เจ๊า

ดัตช์เฉือนซามูไรโคนมแซงชนะหมอผี10จิงโจ้เจ๊า

20 มิ.ย. 2553

"อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ เก็บชัยรวดฟุตบอลโลกเป็นนัดที่ 2 เฉือน "ซามูไร" ญี่ปุ่น 1-0 เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ขณะที่ "โคนม" เดนมาร์ก ฟื้นแซงชนะ "หมอผี" แคเมอรูน 2-1 ด้าน "จิงโจ้" ออสเตรเลีย มีฮึด เล่นแค่ 10 คน เสมอ "ดาวดำ" กานา 1-1

ศึกฟุตบอลโลก 2010 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เป็นเกมรอบแรก กลุ่ม อี "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ลงสนามพบ "ซามูไร" ญี่ปุ่น ที่เดอร์บัน สเตเดี้ยม เมืองเดอร์บัน โดยเกมนี้ ฮอลแลนด์ ยังไม่มี อาร์เยน ร็อบเบน ลงสนามเป็นตัวจริง ทำให้ใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากนัดแรก ขณะที่ญี่ปุ่นก็ไม่เปลี่ยนผู้เล่นจากนัดแรกเช่นกัน

 เกมในครึ่งแรก ญี่ปุ่นลงไปตั้งรับในแดนตัวเองตามถนัด ทำให้ฮอลแลนด์ได้ครองบอลอยู่เกือบข้างเดียว แต่ทั้งคู่ก็แทบจะไม่มีโอกาสทำประตูกันแบบจะจะเลยแม้แต่ครั้งเดียว จบครึ่งแรกจึงเสมอกันอยู่ 0-0

 ครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 53 ฮอลแลนด์เร่งยิงประตูนำจนได้ โดย โรบิน ฟาน เพอร์ซี จิ้มบอลกลับหลังให้ เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ ยิงไกลเต็มเท้า ไอจิ คาวาชิมา ปัดได้ แต่บอลยังแรงเข้าไปเป็น 1-0 ช่วงท้ายเกมฮอลแลนด์มีโอกาสได้ประตูที่ 2 อีก 2 ครั้ง จากการหลุดไปยิงของ อิบราฮิม อาเฟลลาย ตัวสำรอง แต่ก็ไปตรงตัว คาวาชิมา ทั้งสองครั้ง จบเกม ฮอลแลนด์ จึงชนะ 1-0 เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ฮอลแลนด์ - มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก, เกรกอรี ฟานเดอร์วิล, จอห์น ไฮติงกา, ยอริส มาร์ไธจ์เซน, โจวานนี ฟาน บรองค์ฮอร์สท์, มาร์ค ฟาน บอมเมล, ไนเจล เดอ ยอง, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ (อิบราฮิม อาเฟลลาย น.83), เดียร์ก เคาท์, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท (เอลเยโร เอเลีย น.72), โรบิน ฟาน เพอร์ซี (คลาส แยน ฮุนเตลาร์ น.88) 
ญี่ปุ่น - ไอจิ คาวาชิมา, ยูอิจิ โคมาโน, มาร์คัส ตูลิโอ ทานากะ, ยูโตะ นางาโตโม, ยูจิ นากาซาวา, ยูกิ อาเบะ, ยาสึฮิโตะ เอนโดะ, ไดสึเกะ มัตสึอิ (ชุนสึเกะ นากามุระ น.64), มาโคโต ฮาเซเบะ (ชินจิ โอคาซากิ น.77), เคสึเกะ ฮอนดะ, โยชิโต โอคุโบะ (เคจิ ทามาดะ น.77)

โคนมแซงหมอผี2-1

 เกมกลุ่ม อี อีกคู่ที่ลอฟตัส เวอร์สฟิลด์ เมืองพริทอเรีย "หมอผี" แคเมอรูน ลงสนามพบ "โคนม" เดนมาร์ก โดยเกมนี้ แคเมอรูนปรับผู้เล่นถึง 3 คน ด้วยการส่ง เฌเรมี เอ็นจิแทป, อาชิลล์ เอมานา และ อเลกซานเดอร์ ซง ลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่ เดนมาร์ก เพิ่มเกมรุกด้วยการส่ง ยอน ดาห์ล โทมัสสัน ลงมาเพิ่มอีกคน

 ความผิดพลาดของเดนมาร์ก ทำให้ต้องเสียประตูก่อนในนาทีที่ 10 เมื่อ คริสเตียน โพลเซน ส่งบอลเสียในแดนตัวเอง ปีแอร์ เวโบ จึงผ่านเข้ากลางให้ ซามูเอล เอโต หลุดไปยิงในเขตโทษเป็น 1-0 แต่เดนมาร์กก็มาตีเสมอได้นาทีที่ 33 เดนนิส รอมเมดาห์ล ได้บอลยาวหลุดไปทางขวาและผ่านเข้ากลางให้ นิคลาส เบนท์เนอร์ ชาร์จโล่งๆ เป็น 1-1 จากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันเปิดเกมรุกอย่างสนุก และมีโอกาสทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะก่อนหมดเวลา 3 นาที ที่เอโตได้ยิงเหน่งๆ แต่บอลไปชนเสา จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 1-1

 ครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 61 กลายเป็น เดนมาร์ก ที่มาแซงนำ เมื่อ เบนท์เนอร์ วางบอลยาวออกขวา รอมเมดาห์ล ลากบอลหลบ ฌอง มาคูน ตัวสำรอง เข้าเขตโทษไปยิงเข้าทางเสาไกล จบเกม เดนมาร์กจึงพลิกกลับมาชนะ 2-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แคเมอรูน - ฮามิดู ซูเลย์มานู, สเตฟาน เอ็มเบีย, นิโคลัส เอ็นคูลู, เซบาสเตียน บาสซง, เบอนัวต์ เอก็อตโต, อเลกซานเดอร์ ซง, เฌเรมี เอ็นจิแทป, เอยอง เอโนห์, อาชิลล์ เอมานา, ซามูเอล เอโต, ปิแอร์ เวโบ

เดนมาร์ก - โธมัส โซเรนเซน, ลาร์ส ยาคอปเซน, ไซมอน ชาร์, ดาเนียล แอกเกอร์, ไซมอน โพลเซน, เยสเปอร์ กรุนชาร์, คริสเตียน โพลเซน, มาร์ติน ยอร์เกนเซน, เดนนิส รอมเมดาห์ล, นิคลาส เบนท์เนอร์, ยอน ดาห์ล โทมัสสัน  

จิงโจ้ 10 คนยันกานา 1-1

 ขณะที่เกมในกลุ่ม ดี "ดาวดำ" กานา พบ "จิงโจ้" ออสเตรเลีย ที่สนามรอยัล บาโฟเกง เมืองรุสเทนเบิร์ก โดยเกมนี้ กานา ไม่มี จอห์น เมนซาห์ กองหลังกัปตันทีมที่ไม่ผ่านการทดสอบความฟิต ขณะที่ ออสเตรเลีย ไม่มี ทิม เคฮิลล์ ที่ติดโทษแบน แต่ได้ แฮร์รี คีเวลล์ ฟิตกลับมายืนหัวหอก

 เริ่มเกมมา 11 นาที ออสเตรเลียได้ประตูออกนำไปก่อน มาร์ค เบรสชาโน ยิงไป ริชาร์ด คิงส์ตัน รับไม่อยู่มาเข้าทางให้ แบรตต์ โฮลแมน ซ้ำเป็น 1-0 แต่นาทีที่ 26 กานา ตีเสมอได้และได้เปรียบตัวผู้เล่นหลังจาก แฮร์รี คีเวลล์ ใช้แขนขวางบอลของ โจนาธาน เมนซาห์ ที่เส้นประตูจึงเป็นจุดโทษพร้อมกับโดนใบแดง และอซาโมอาห์ กียาน รับหน้าที่สังหารเข้าไป จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1

 ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 10 นาที กียาน ลากบอลขึ้นหน้าได้โอกาสสับไกยิงหน้าเขตโทษ แต่ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ยังทิ้งตัวปัดไว้ทัน แต่จากนั้นออสเตรเลียที่ผู้เล่นน้อยกว่ากลับมาเล่นได้อย่างสูสี จนจบเกมเสมอกันไป 1-1 จึงยังได้ลุ้นเข้ารอบในเกมสุดท้ายด้วยกันทั้งคู่

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ออสเตรเลีย - มาร์ค ชวาร์เซอร์, ลุค วิลเชียร์, ลูคัส นีลล์, เครก มัวร์, เดวิด คาร์นีย์, คาร์ล วาเลรี, เจสัน คูลินา, เบรตต์ เอเมอร์ตัน, เบรตต์ โฮลแมน, มาร์ค เบรสชาโน, แฮร์รี คีเวลล์

กานา - ริชาร์ด คิงส์ตัน, จอห์น แพนท์ซิล, โจนาธาน เมนซาห์, ลี แอดดี, ฮันส์ ซาร์ไป, แอนโธนี อันนัน, เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง, ปรินซ์ ทาโก, คัดโว อซาโมอาห์, อังเดร อายิว, อซาโมอาห์ กียาน     

คาเปลโลสับไร้สปิริต

 ฟาบิโอ คาเปลโล ผู้จัดการทีม "สิงโตคำราม" อังกฤษ ออกมาต่อว่าลูกทีมตัวเอง หลังทำได้แค่เสมอ แอลจีเรีย 0-0 ในรอบแรกนัดที่ 2 กลุ่ม ซี ว่าไม่ใช่ทีมชาติอังกฤษอย่างที่เคยคุมมาก พร้อมทั้งบอกว่าเป็นทีมที่เล่นกันแบบไร้สปิริตอย่างยิ่ง

 "นี่ไม่ใช่อังกฤษอย่างที่ผมรู้จัก ผมไม่เห็นสปิริตใดๆ ของทีมในเกมนี้เลย มันยังทำให้ผมคิดไปถึงตอนแรกที่ผมมาเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ผมมองเห็นความกลัวแบบนี้ตอนที่เราเล่นที่เวมบลีย์ นี่เป็นระดับการเล่นที่เหลือเชื่อของอังกฤษ แต่ผมคิดว่ามันเป็นเพราะความกดดันของฟุตบอลโลกที่ทำให้ฟอร์มนักเตะออกมาไม่ดีนัก นี่ยังไม่ใช่ทีมเดียวกับที่ลงเล่นในรอบคัดเลือก ปัญหาคือนักเตะคนเดียวกันที่เคยเล่นได้ดี แต่แล้วกลับเล่นไม่ดีเมื่อเป็นทีมในตอนนี้"

 "มันเป็นความผิดพลาดเมื่อเราไม่สามารถครองบอลได้ หรือไม่ก็ส่งบอลกันพลาดง่ายๆ เมื่อเราไปถึงกรอบเขตโทษ บางทีจังหวะที่น่าจะยิงประตู แต่เราก็ตัดสินใจไปส่งบอลกัน เราพลาดทุกสิ่งทุกอย่าง และมันจริงที่เราทำได้ไม่ดีในตอนนี้" คาเปลโลกล่าว
แฟนคลั่งบุกห้องแข้งสิงโต

 สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ ออกมาโวยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัย หลังจากมีแฟนบอลรายหนึ่งไม่พอใจฟอร์มการเล่นของนักเตะทีมชาติอังกฤษ และบุกเข้าไปถึงห้องแต่งตัวที่สนามกรีน พอยต์ เมื่อเคปทาวน์ หลังเกมเสมอแอลจีเรีย 0-0

 ในเกมดังกล่าวนักเตะทีมชาติอังกฤษโดนโห่จากแฟนบอลของตัวเองในช่วงที่เดินออกจากสนามในเกมกับแอลจีเรีย แต่มีแฟนบอลรายหนึ่งฝ่ากลุ่มรักษาความปลอดภัยเข้าไปถึงห้องแต่งตัวของนักเตะ รวมทั้งเข้าไปถึงตัวซูเปอร์สตาร์ในทีมอย่าง เวย์น รูนีย์, สตีเวน เจอร์ราร์ด และเดวิด เบ็คแฮม เพื่อต่อว่าหลังทีมเล่นได้แย่ แต่จากรายงานเผยว่า เหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

 โฆษกของเอฟเอ เปิดเผยในเรื่องนี้ว่า "แฟนบอลรายหนึ่งผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของฟีฟ่าเข้าไปได้ เราต่อว่าไปยังฟีฟ่าอย่างเป็นทางการหลังเกม และส่งหนังสือไปอีกฉบับ มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ แต่ยังถือว่าโชคดีที่ไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น"