
รวมการเฉพาะกิจ
หลายวันก่อนได้รับเมลจากสมาชิกท่านหนึ่ง เขียนมาปรึกษาปัญหาครอบครัว อ่านจบแล้ว ผมค่อนข้างเห็นใจ และให้ไอเดียไปเท่าที่จะทำได้ หวังว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย
ผมเลยถือโอกาสขออนุญาตหยิบบางประเด็นมาถ่ายทอดด้วย เพื่อเป็นวิทยาทานกับคนหมู่มาก แต่ด้วยความเคารพในสิทธิส่วนบุคคล ผมต้องขอสงวนนาม ไม่เปิดเผยชื่อใดๆ
สมาชิกคนนี้เล่าว่า ครอบครัวมีพี่น้องเยอะ รักกันดีไม่มีปัญหาอะไร แม้แต่ละคนจะไม่ขัดสนเงินทอง แต่ฐานะก็ไม่ร่ำรวยมากนัก พอกินพอใช้ จะมีเหลือเก็บบ้าง ก็เผื่อไว้ยามฉุกเฉิน
เพิ่งจะมามีเรื่องก็ตอนที่คุณแม่ไม่สบาย เข้าผ่าตัดใหญ่ ต้องใช้เงินหลักหลายแสน พี่น้องเริ่มถกเถียงกัน การแบ่งสันปันส่วนเริ่มไม่ลงตัว ต่างคนต่างก็อ้างภาระของครอบครัวที่แตกต่างกัน
ในทัศนะของผม ใครมีศักยภาพจะจ่ายมากก็จ่ายไป ตามกำลังที่มี ไม่ต้องใช้หลักการหารให้ลงตัว คนที่รายได้ไม่เยอะ ก็น่าเห็นใจ แต่ครั้นจะไม่ช่วยอะไร ก็คงจะใจจืดใจดำไปหน่อย
อีกอย่าง ความกตัญญูถือเป็นเรื่องใหญ่ อย่าได้ถกเถียงให้เป็นประเด็น อย่าทำให้เรื่องนี้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว สร้างความร้าวฉานให้เกิดในครอบครัว
ที่สำคัญที่สุด คนเป็นแม่คงไม่สบายใจ ถ้ารู้ว่าอาการป่วยของตนเอง ทำให้ลูกหลานแตกแยกกัน
สมาชิกท่านนี้ ยังถามผมถึงแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว เพราะหลังการพักฟื้น ยังต้องมีการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และต้องเผื่อถึงโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ที่อาจตามมา เนื่องจากแม่เองก็มีอายุมากแล้ว และก็ไม่มีสมบัติอะไร เงินที่มีก็ส่งเสีย เลี้ยงดูลูกจนหมด
บังเอิญกับวันที่ได้อ่านเมล มีรายการจากสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจพอดี ที่ผมเห็นทุกช่องพร้อมใจกัน จึงเกิดไอเดียปิ๊งขึ้นมาว่า เราน่าจะลองประยุกต์ ใช้แก้ปัญหาที่หยิบยกขึ้นมาได้
เท้าความสั้นๆ องค์กรที่ว่า เรียกย่อๆ คือ “ทีวีพูล” มีสมาชิกจากทุกช่องรวมทั้งจากเคเบิลที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายที่วางไว้นอกจากการถ่ายทอดงานสำคัญระดับชาติที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ของคนหมู่มาก แล้วยังเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนความเห็นต่อกัน ขจัดปัญหาข้อขัดแย้ง โดยไม่ก้าวก่ายกัน ที่สำคัญจะต้องยกระดับมาตรฐานให้โทรทัศน์ไทยมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
อุปมาก็เหมือนกับพ่อแม่ในเคสนี้ มีลูกหลายๆ คน ที่เมื่อโตขึ้น ต่างก็มีแนวทางการใช้ชีวิตของครอบครัวตัวเองที่แตกต่างกันไป ไม่มีใครก้าวล่วงกัน และไม่ละเมิดสิทธิ์ของคนอื่นด้วย
แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็น ก็ต้องหันหน้าร่วมมือกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งให้อายคนอื่น ยึด “พ่อแม่” เป็นจุดศูนย์กลางร่วม พี่ก็ต้องทำตัวให้เหมาะ เป็นแบบอย่างที่ดีให้น้อง
แนะนำให้ลองคุยกันให้ชัด ลูกคนโตต้องเป็นโต้โผ ประชุมและวางแผนค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ ไล่เรียงให้ครบ มีค่าใช้จ่ายอะไรที่จำเป็นบ้าง
เบื้องต้น ต้องกันเงินที่ใช้เป็นค่าครองชีพทุกเดือน อย่างค่ากับข้าว ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสินค้า อุปโภค บริโภคต่างๆ ก่อน ตรงนี้อย่าให้ขาดตกบกพร่อง ใครจะช่วยพ่อแม่เท่าไหร่ ตกลงให้เสร็จสรรพ
อีกก้อนคือเงินฉุกเฉิน ค่ารักษาพยาบาลก้อนโต ในเมื่อเราไม่รู้ว่าต้องจ่ายเมื่อไร ผมว่าน่าจะคุยกันและลงกองกลางไว้แต่เนิ่นๆ เลย อย่างกไม่เข้าท่า
จะฝากแบงก์ หรือเลือกลงทุนที่ไหนก็ได้ แต่ต้องสามารถเบิกใช้ได้ทันที ให้มีสภาพคล่องสูงเข้าไว้ ได้ดอกเบี้ยพอประมาณ ทำให้ได้อย่างนี้ทุกเดือน ถึงคราวจำเป็น ก็จะไม่มีปัญหาให้ขบคิด วุ่นวาย
ใครที่เกิดปัญหาคล้ายกับสมาชิกท่านนี้ ลองเอาไปปรับใช้ดู น่าจะได้ผลไม่มากก็น้อย เป็นการตอบแทนบุญคุณให้สมกับที่ท่านดูแลเลี้ยงดูเรามาครับ...
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]



