
สัมภาษณ์พิเศษ-สุพัตรา:ภาคประชาชนเขาจัดการกันเอง
"ชาวบ้านที่มาพบพี่เขาเคยไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง บอกว่าถ้าร่วมชุมนุมแล้วจะปลดหนี้ให้หมดพร้อมเงิน 5 แสนบาท ตายก็ยอม ซึ่งแปลว่าชาวบ้านคิดว่าใครก็ตามที่แก้ปัญหาให้เขาได้เขาก็เอา"
“คุณหญิงแอ๋ว" ยืนยันรัฐบาลทำโรดแม็พเพื่อปฏิรูปประเทศ จัดโครงสร้างใหญ่ ใครมาก็ต้องทำต่อได้ อ้างชาวบ้านต้นคิด ไม่อิงการเมือง พร้อมระบุไม่ใช่ “ประชานิยม” แต่เป็น “สังคมสวัสดิการ”
คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์พิเศษ "คม ชัด ลึก" ว่า โรดแม็พที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าอยู่นั้น เป็นโครงสร้างใหญ่ ที่ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องนำไปสานงานต่อ และที่กำลังทำนั้นเรียกว่า สังคมสวัสดิการ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดจากความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง
"ในส่วนของแผนโรดแม็พนั้น พี่ต้องประสานงานกับภาคประชาชน ทั้งนี้เดิมทางเครือข่ายจะนัดประชุมกันในวันที่ 20 พฤษภาคม แต่ว่าแต่ละคนก็มีงานยุ่งมาก เช่น คุณสารี อ๋องสมหวัง ทางมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคถูกไฟไหม้ พี่ก็เลยไปขอให้ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส มาช่วยเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งเดิมนั้นภาคประชาชนเขาทำกันเอง นพ.ประเวศ ก็เลยส่งทีมงานไปช่วยจัดการ แต่มีข่าวว่ารัฐบาลไปแต่งตั้งท่าน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ ทางภาคประชาชนเขาจัดการกันเอง"
คุณหญิงสุพัตรา บอกว่า ทำงานร่วมกับหมอประเวศมาปีครึ่งแล้ว ทำทุกเรื่องที่เป็นยุทธศาสตร์ เช่น ชุมชนเข้มแข็ง มาบตาพุด การปกครองท้องถิ่น ก็เลยขอให้ หมอประเวศ มาช่วยเพราะจับเรื่องยุทธศาสตร์อยู่แล้ว ทฤษฎี 3 เหลี่ยมเขยื้อนภูเขานั้นต้องประกอบด้วย รัฐ ประชาชน และต้องมีปัญญาความรู้
คุณหญิงสุพัตรา กล่าวว่า ภาคประชาชนนั้น อยากแสดงให้เห็นว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นมาเพราะความคิดของเขา แต่ถ้ารัฐบาลเข้าไปจัดการ ก็จะทำให้เขารู้สึกว่า เป็นเรื่องของพรรคพวก
เพราะฉะนั้นการดึงคนมาเป็นผู้นำนั้น จึงเป็นเรื่องของภาคประชาชนที่จะจัดการกันเอง รัฐบาลจึงมีหน้าที่เพียงการจัดกระบวน เพราะคณะกรรมการชุดนี้ทำงานยาวอย่างน้อย 3 ปี
การวางแผนเช่นนั้น จึงทำให้ต้องมีการจัดทำระเบียบสำนักนายกฯ ขึ้นมาเพื่อรองรับและเป็นหลักประกันว่า ยุทธศาสตร์ที่ภาคประชาชนร่วมกันคิดขึ้นมานั้นจะเดินต่อไปได้ แม้ว่ารัฐบาลนี้จะครบวาระไปแล้ว
"ก็มีคนถามว่าถ้ารัฐบาลหน้าไม่ทำโครงการนี้แล้วจะทำอย่างไร พี่ก็ตอบทุกแห่งที่คนถามว่า ของดีๆ ถ้ารัฐบาลไม่ทำประชาชนก็คงไม่ยอม เราจัดกระบวนไม่ใช่เป็นเรื่องของการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องของประเทศชาติ ซึ่งนายกฯ และรัฐบาลมีหน้าที่ อำนวยการให้เกิดกระบวนการของประชาชน"
สำหรับปัญหาหลักๆ ของภาคประชาชนนั้น คุณหญิงสุพัตรา กล่าวว่า ปัญหาอมตะนิรันดร์กาลที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ คือ เรื่องที่ดินทำกิน หนี้ น้ำ ความยากจน ความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ เรื่องสวัสดิการ ซึ่งปัญหาชาวบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยเปลี่ยน และเรื่องที่เขาขอให้รัฐบาลทำเร็ว คือ โฉนดชุมชน เขาขอให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
ถามว่า เรื่องนี้จะถือว่าเป็นรัฐสวัสดิการหรือไม่ คุณหญิงสุพัตรา กล่าวว่า น่าจะเป็นสังคมสวัสดิการมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่ารัฐจัดการให้ทุกอย่าง เช่น สวัสดิการชุมชนที่ทำปัจจุบันนี้ ถือว่าเป็นสังคมสวัสดิการ เพราะว่าไม่ใช่เป็นตัวเงินเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความเอื้ออาทร เรื่องของสังคมไทยดูแลคนที่เดือดร้อนมากกว่า ไม่ใช่การเอาเงินมาเป็นตัวตั้ง
"อย่างที่รู้กันว่าชาวบ้านออกส่วนหนึ่ง รัฐบาลออกส่วนหนึ่ง ท้องถิ่นออกส่วนหนึ่ง รวมกันเป็น 3 ส่วน แต่เงินไม่ใช่ตัวหลัก และไม่ใช่ว่าทุกคนต้องลง คนที่ลำบาก คนที่พิการในชุมชนก็ไม่ได้คิดเงินแต่ดูแลเต็มที่ อย่างนี้ถือว่าเป็นสังคมสวัสดิการ ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ"
ส่วนจะต่างจากประชานิยมแค่ไหน ต้องดูที่ว่า ชาวบ้านร่วมกันกำหนด แล้วชาวบ้านก็ไม่ต้องการแบมือขอ
"เขาใช้คำอย่างนี้เลย พูดในที่ประชุมต่อหน้านายกฯ เลย ไม่ต้องการแบมือขอ แต่ต้องการการมีส่วนร่วม เขากำหนดของเขาเองแล้วรัฐบาลเข้าไปร่วมตามที่เขาขอ"
คุณหญิงสุพัตรา กล่าวว่า ระบบสวัสดิการจะเป็นระบบซึ่งนายกฯ อยากจะเห็นว่าภายในปี 2555 จะเป็นระบบครบวงจร เช่น มีกองทุนเงินออมเท่ากับเป็นบำเหน็จบำนาญ รัฐบาลก็ต้องสนับสนุนเพราะเป็นทางเลือกของชาวบ้าน
"พอมีความขัดแย้งนายกฯ ก็เห็นว่า สิ่งที่เราทำก็ค่อยๆ ทำมันไม่ทันกับปัญหาเพราะมันหมักหมมมานาน จึงเป็นที่มาของการพบกันระหว่าง นายกฯ กับภาคประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุม"
คุณหญิงสุพัตรา กล่าวว่า ผู้ชุมนุมหลายคนที่ทำงานอยู่ด้วยกันก็ยังไปร่วมชุมนุม เพราะเขามองว่าการที่รัฐบาลทำอยู่นั้นมันช้า
"ชาวบ้านที่มาพบพี่เขาเคยไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง บอกว่าถ้าร่วมชุมนุมแล้วจะปลดหนี้ให้หมดพร้อมเงิน 5 แสนบาท ตายก็ยอม ซึ่งแปลว่าชาวบ้านคิดว่าใครก็ตามที่แก้ปัญหาให้เขาได้เขาก็เอา"
เมื่อเป็นอย่างนี้ นายกฯ ก็เห็นว่า ชาวบ้านมีปัญหาจริงๆ ก็เลยมาช่วยกันแก้ มาร่วมกันคิดดีกว่า จึงเป็นที่มาของแผนปรองดอง
สำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้น คุณหญิงสุพัตรา กล่าวว่า ช่วยไม่ได้ที่จะให้ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด ก็ต้องพิสูจน์ ถ้าทุกคนเห็นเหมือนกันหมดก็ไม่เป็นประชาธิปไตย ต้องมีเสียงค้านบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้างจริงๆ
"แต่ถ้าเป็นพรรคเพื่อไทยยังไงพี่ก็ไม่ฟังเลย เสียอารมณ์เปล่าๆ เพราะคิดแต่ผลทางการเมือง ก็ปล่อยให้เขาคิดไปเพราะพี่ไม่ได้คิดที่จะลงการเมือง และพรรคเพื่อไทยก็คงห่วงมากถ้าประชาชนลืมตาอ้าปากได้ เขาก็คงโกหกชาวบ้านต่อไม่ได้ ก็หลอกกันให้มาชุมนุมว่าจะให้เงินเท่านั้นเท่านี้ แต่พอตายแล้วใครออกเงิน ...ก็รัฐบาล"
ที่ออกทีวีพูลวันนั้น เพราะนายกฯ อยากประกาศให้ทุกคนรู้พร้อมกันว่า รัฐบาลเดินแล้วนะ เพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็น ก็เลยชวนให้ทุกคนมาร่วมกันเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยพร้อมกับรัฐบาล
ยศวดี หงษ์ทอง



