ข่าว

"อังกฤษ"ฝืดแค่เจ๊า-"อินทรี"เศร้าพ่าย0-1

"อังกฤษ"ฝืดแค่เจ๊า-"อินทรี"เศร้าพ่าย0-1

19 มิ.ย. 2553

"สิงโตคำราม"อังกฤษสุดฝืด ทำได้แค่เจ๊า แอลจีเรีย 0-0 ศึกฟุตบอลโลก 2010 กลุ่มซี "ลุงแซม" สหรัฐอเมริกา โดนนำไปก่อน 0-2 แต่ยังฮึดสู้ไล่ตามตีเสมอ สโลวีเนีย 2-2 ขณะที่ "อินทรีเหล็ก" ดวงแตก เหลือ 10 คน แถมยิงจุดโทษไม่เข้า ก่อนเป็นฝ่ายพ่าย เซอร์เบีย 0-1

ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบแรก เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนัดที่ 2 กลุ่ม ซี "สิงโตคำราม" อังกฤษ พบกับ "จิ้งจอกทะเลทราย"  แอลจีเรีย ที่สนามเคปทาวน์ สเตเดี้ยม เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ โดยเกมนี้ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือ "สิงโตคำราม" ตัดสินใจดร็อป โรเบิร์ต กรีน นายทวารจอมเฟอะฟะเป็นตัวจริง เพื่อเปิดทางให้ เดวิด เจมส์ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง แถมยังส่ง แกเรธ แบร์รี กองกลางที่เพิ่งหายเจ็บลงไปทำหน้าที่ตัดเกมอีกด้วย ด้าน ราบาห์ ซาดาน กุนซือ "จิ้งจอกทะเลทราย" ยังคงใช้งานตัวหลักอย่าง มาดจิด บูเกร์รา, นาเดียร์ เบลฮัดจ์, ฮัสซัน เยบดา และ คาริม ซิอานี เหมือนเดิม 

 รูปเกมในช่วงครึ่งแรก "สิงโตคำราม" เป็นฝ่ายครองบอลทำเกมบุกได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ แอลจีเรีย มีโอกาสทำเกมสวนกลับได้บ้าง แต่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายกลับไม่สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ จบ 45 นาทีแรก เสมอ 0-0   

 เข้าสู่ครึ่งหลัง แอลจีเรีย เริ่มครองบอลได้มากขึ้น แถมยังมีโอกาสลุ้นยิงประตูอีกด้วย แต่แนวรับ "สิงโตคำราม" สามารถต้านทานเอาไว้ได้ทั้งหมด ก่อนที่ เจมี คาร์ราเกอร์ จะโดนใบเหลืองในช่วงนาที 58 ทำให้ต้องหมดสิทธิ์ลงเล่นในเกมนัดสุดท้ายที่ต้องพบกับ สโลวีเนีย เพราะติดโทษแบน 1 นัด หลังสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ หมดเวลาการแข่งขัน "สิงโตคำราม" ทำได้เพียงแค่เสมอ แอลจีเรีย แบบไร้สกอร์ 0-0   
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

อังกฤษ - เดวิด เจมส์, เกลน จอห์นสัน, เจมี คาร์ราเกอร์, จอห์น เทอร์รี, แอชลีย์ โคล, อารอน เลนนอน, แฟรงค์ แลมพาร์ด, แกเรธ แบร์รี, สตีเวน เจอร์ราร์ด, เวย์น รูนีย์, เอมิล เฮสกีย์

แอลจีเรีย - ราอิส เอ็มโบห์ลี, มัดยิด บูเกอร์รา, นาเดียร์ เบลฮัดจ์, อันตาร์ ยาเฮีย, ฟูเอด คาเดียร์, ฮัสซัน เยบดา, เมห์ดี ลาเซน, ราฟิค ฮัลลิเช, ริอัด บูเดบุซ, คาริม ซิยานี, คาริม มัตมูร์  

 ส่วนอีกคู่หนึ่งของ กลุ่ม ซี "ลุงแซม" สหรัฐอเมริกา ลงสนามพบ สโลวีเนีย ที่สนามเอลลิส ปาร์ค กรุงโยฮันเนสเบิร์ก โดยเกมนี้ บ็อบ แบรดลีย์ ส่ง ฟรานซิสโก ตอร์เรส ลงมาแทน ริคาร์โด คลาร์ก ในแดนกลาง ส่วน สโลวีเนีย ใช้ ซลัทโก ลูบิยานคิช ลงมายืนหัวหอกแทน ซลัทโก เดดิช

 เริ่มเกมมาได้ 14 นาที สโลวีเนีย ได้ประตูขึ้นนำเมื่อ วัลเตอร์ เบียร์ซา ได้บอลไปสับไกยิงที่หน้ากรอบเขตโทษบอลโค้งเข้าทางมุมขวาอย่างสวยงามเป็น 1-0 จากนั้น สหรัฐ ก็ยังทำอะไรไม่ได้มากจนก่อนจบครึ่งแรก 2 นาที สโลวีเนีย มาได้ประตูเพิ่มอีก หลังจาก มิลิโว โนวาโควิช จ่ายบอลให้ ซลัทโก ลูบิยานคิช หลุดเดี่ยวไปยิงผ่านมือ ทิม โฮเวิร์ด เข้าไป จบครึ่งแรก สโลวีเนีย นำห่างถึง 2-0

 เข้าครึ่งหลังกลับมาได้ 3 นาที สหรัฐ ตามตีไข่แตกได้โดย แลนดอน โดโนแวน ได้บอลหลุดไปทางขวาก่อนยิงยัดเสยเข้าทางเสาแรกเป็น 1-2 จากนั้น สหรัฐ ยังเดินเกมรุกได้น่ากลัว จนนาทีที่ 81 โจซี อัลติดอร์ โหม่งตั้งให้ ไมเคิล แบรดลีย์ วิ่งเข้าชาร์จบอลตุงตาข่าย จบเกมเสมอ 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

สหรัฐอเมริกา - ทิม โฮเวิร์ด, สตีฟ เชรุนโดโล, เจย์ เดเมอริต, โอกูชี ออนเยวู (เฮอร์กูเลซ โกเมซ นาที 80), คาร์ลอส โบคาเนกรา, แลนดอน โดโนแวน, ฟรานซิสโก ตอร์เรส (มัวริซ เอดู นาที 46), ไมเคิล แบรดลีย์, คลินท์ เดมป์ซีย์, โจซี อัลติดอร์ล, ร็อบบี ฟินด์ลีย์ (เบนนี ฟีลฮาเบอร์ นาที 46)

สโลวีเนีย - ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, มิโซ เบรชโก, มาร์โก ซูเลอร์, บอสท์ยาน เซซาร์, บอยาน โยริช, วิลเตอร์ เบียร์ซา (ซลัทโก เดดิช นาที 87 - อังเดรย์ โคมัช นาที 90), โรเบิร์ต โคเรน, อเลกซานดาร์ ราโดซาฟเยวิช, อันดราซ เคิร์ม, ซลาตัน ลูบิยานคิช (เนยิช เปชนิค นาที 73), มิลิโว โนวาโควิช

สรุปตารางคะแนน กลุ่ม ซี

  แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
สโลวีเนีย 2 1 1 0 3 2 4
สหรัฐอเมริกา 2 0 2 0 3 3 2
อังกฤษ 2 0 2 0 1 1 2
แอลจีเรีย 2 0 1 1 0 1 1

 ขณะที่เกมนัดที่ 2 กลุ่ม ดี "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี พบกับ เซอร์เบีย ที่สนามพอร์ท อลิซาเบธ เมืองเนลสัน แมนเดลา เบย์ โดยเกมนี้ เยอรมนี ไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นจากเกมที่ชนะ ออสเตรเลีย 4-0 แม้แต่คนเดียว ขณะที่ ราโดเมียร์ อันติช ปรับส่ง มิลอส นินโควิช กองกลางดินาโม เคียฟ ลงมาแทน มาร์โก ปันเทลิช รวมทั้งไม่มี อเลกซานดาร์ ลูโควิช กองหลังที่ติดโทษแบน 

     เริ่มเกมได้เพียงแค่ 6 นาที "อินทรีเหล็ก" มีลุ้นขึ้นนำไปก่อนจากลูกยิงของ ลูคัส โพโดลสกี แต่บอลกลับพุ่งเฉือนเสาออกหลังไปแบบน่าเสียดาย หลังจากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ทว่า เยอรมนี กลับต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ มิโรสลาฟ โคลเซ ถูกใบเหลือง-แดงไล่ออกจากสนามในนาที 37

 หลังจากนั้นเพียงแค่นาทีเดียว เซอร์เบีย ที่เป็นฝ่ายเหนือกว่าในเรื่องตัวผู้เล่นฉวยโอกาสได้ประตูไปก่อน มิลอส คราซิช เปิดบอลให้ นิโกลา ซิกิช โหม่งตั้งให้ มิลาน โยวาโนวิช ยิงเป็น 1-0 ก่อนที่ "อินทรีเหล็ก" จะมีโอกาสได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเจ็บจากลูกเตะมุม แต่ทว่า ซามี เคดิรา กลับซัดบอลชนคานไปแบบน่าเสียดาย จบครึ่งแรก เยอรมนี เสียท่าเป็นฝ่ายตามหลัง เซอร์เบีย 0-1 

 ครึ่งหลังนาทีที่ 58 เยอรมนี ได้โอกาสทองเมื่อ เมซุท โอซิล จ่ายทะลุให้ ลูคัส โพโดลสกี หลุดเดี่ยวไปยิงแต่บอลหลุดกรอบออกไป ก่อนที่อีก 2 นาทีต่อมา เนมันยา วิดิช ไปทำแฮนด์บอลทำให้ เยอรมนี ได้จุดโทษ แต่ โพโดลสกี ยิงไปถูก วลาดิเมียร์ สตอยโควิช เซฟได้ ก่อนที่ เซอร์เบีย จะได้โอกาสทองอีก 2 ครั้งจากการยิงชนเสาของ โยวาโนวิช และซิกิช โหม่งเช็ดคานออกไป จบเกม เซอร์เบีย ได้เฮเป็นนัดแรก หลังเป็นฝ่ายชนะ เยอรมนี 1-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เยอรมนี - มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, อาร์เน ฟรีดิช, โฮลเกอร์ บัดสตูเบอร์ (มาริโอ โกเมซ น. 77), ซามี เคดิรา, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, โธมัส มุลเลอร์ (มาร์โก มาริน น. 70), เมซุท โอซิล (คาเคา น. 70), ลูคัส โพโดลสกี, มิโรสลาฟ โคลเซ

เซอร์เบีย - วลาดิเมียร์ สตอยโควิช, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เนเวน ซูโบติช, เนมันยา วิดิช, อเลกซานดาร์ โคลารอฟ, ซดาฟโก คุซมาโนวิช (ราโดสลาฟ เปโตรวิช น. 75), เดยัน สแตนโควิช, มิลอส คราซิช, มิลาน โยวาโนวิช (แดนโก ลาโซวิช น. 79), มิลอส นินโควิช (กอยโก คาชาร์ น. 70), นิโกลา ซิกิช

 "โจกี้" โจอาคิม เลิฟ กุนซือ "อินทรีเหล็ก" แสดงความเชื่อมั่นว่าทีมของเขาจะสามารถตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้อย่างแน่นอน แม้จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เซอร์เบีย 0-1 ก็ตาม แต่ทว่า เยอรมนี ยังถือความได้เปรียบในเรื่องของผลต่างประตูได้เสียที่ยิงได้หลายลูก จึงทำให้ยังมีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบได้เหมือนกัน

 "เราต้องพบกับอุปสรรคหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ มิโรสลาฟ โคลเซ ถูกไล่ออกจากสนาม ก่อนที่เราจะเป็นฝ่ายโดนยิงประตู แถมเรายังพลาดโอกาสได้ประตูตีเสมอจากลูกจุดโทษอีกด้วย จึงทำให้เราไม่สามารถกลับคืนสู่เกมได้เสียที แน่นอนว่าเราเสียใจกับความพ่ายแพ้ในเกมนัดนี้ แต่ผมยังคงเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ เพราะเรามีผลต่างประตูได้เสียที่ดีมาก"           

 ด้าน ราโดเมียร์ อันทิช ผู้จัดการทีมชาติเซอร์เบีย กล่าวรู้สึกปลื้มใจกับชัยชนะในเกมนัดนี้เป็นอย่างมาก เพราะลูกทีมของเขายังสามารถแบกรับความกดดันได้เป็นอย่างดี หลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จากเกมนัดแรกนั่นเอง แถมยังให้เป็นชัยชนะของประชาชนในประเทศบ้านเกิดของเขาอีกด้วย     
 
 เรย์มงด์ โดเมเนช กุนซือ "ตราไก่" ฝรั่งศส ยอมรับสถานการณ์ตอนนี้ต้องพึ่งปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะทำให้ทีมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกฟุตบอลโลก 2010 แต่ก็จะยังพยายามเก็บชัยชนะให้ได้ในเกมสุดท้ายกับแอฟริกาใต้ เพื่อศักดิ์ศรีของทีมตัวเอง

 "เราต้องการปาฏิหาริย์ เราต้องเข้มแข็ง และอย่างน้อยก็เล่นเพื่อเกียรติของพวกเรา อย่างน้อยเราต้องแสดงบางสิ่งบางอย่างออกมาให้ได้ในเกมสุดท้าย ส่วนเรื่องของทีมอื่นๆ คงไม่มีอะไรต้องพูด ผมไม่มีอะไรจะพูด มันเป็นความผิดหวังอย่างแท้จริงสำหรับทุกคน รวมทั้งคนที่เชื่อมั่นในตัวของพวกเรา" โดเมเนชเผย

 ขณะที่ ปาทริก เอวรา กัปตันทีมฝรั่งเศสชุดนี้ ยอมรับว่าผลงานในฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นเรื่องที่แย่ยิ่งกว่าความน่าผิดหวัง และทีมชาติฝรั่งเศสกลายเป็นทีมเล็กๆ ของฟุตบอลโลกไปเรียบร้อยแล้ว เพราะในศึกยูโร 2008 ทีมก็ตกรอบแรก และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะตกรอบเช่นกัน

 ด้าน ฮาเบียร์ อกีร์เร โค้ชทีมชาติเม็กซิโก มั่นใจว่าการเอาชนะฝรั่งเศสนัดนี้เป็นชัยชนะที่สำคัญของทีมอย่างมาก เพราะเป็นชัยชนะเหนือทีมรองแชมป์โลก และเกมต่อไปจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อผ่านเข้ารอบให้ได้