
ระวังจะไม่มีการเมืองให้เล่น
เห็นแกนนำกบฏแดงก่อการร้ายไปเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตเพิ่มเติมในคุก ชาวบ้านส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่พวกเสื้อแดงคงรู้สึกว่าได้รับการเยียวยาจิตใจบ้าง หลังจากไม่แน่ใจว่ากระบวนการยุติธรรมพึ่งพาได้หรือไม่
ศาลยังสถิตความยุติธรรมไว้ใจ เชื่อถือได้จริงๆ ไม่อย่างนั้น 11 แกนนำโจกแดงคงได้ออกไปใช้ชีวิตตามปกติกับครอบครัว หัวเราะเยาะโชคชะตาและกฎแห่งกรรมว่า สู้อำนาจเงินของเครือข่ายทักษิณไม่ได้ เหมือนบางกรณีในอดีต
คนเคยอยู่ในคุกมาแล้ว อย่างเช่นวีระ คาวบอยสวมชุดสูทโก้ คงไม่เดือดร้อนมากนัก ยังทำใจได้ เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนครั้งเท่านั้น ถ้ายังหลุดจากคดีร้ายแรง มีโทษถึงขั้นประหารชีวิตไปได้ คงจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ และเขียนหนังสือ คน 5 คุก ออกไปรับใช้ทักษิณอีกรอบ
ก่อนถึงวันนั้น ต้องยอมรับสภาพ พวกมือใหม่ ต้องทำใจ สายเกินไปสำหรับการคิดว่า “กูไม่น่าเลย” รวยเท่าไหร่ก็ไม่คุ้มกับโทษประหารชีวิต
เห็นจำนวนเงินมากมายหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเครือข่ายทักษิณระดมทุ่มให้ขบวนการกบฏก่อการร้ายเสื้อแดงล้มประเทศ ครั้งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าถ้ากองทัพไม่ออกมาช่วยกู้บ้าน กู้เมือง ให้รอดจากการเผาบ้าน เผาเมือง อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่คงไม่รอดจากความย่อยยับ
เมื่อเป็นอย่างนี้ รู้เห็นกันชัดๆ รัฐบาลยังไม่เร่งมือทำอะไร ปล่อยให้สถานการณ์คุกรุ่น แกนนำแดงระดับล่าง เครือข่ายการเมืองยังเคลื่อนไหวได้
นอกจากป้อนข้อมูลผิดๆ เติมความคิดด้านลบให้สถาบันเบื้องสูงแล้ว ยังปลุกระดมรอวันคืนสู่การต่อสู้รอบใหม่ เพราะเครือข่ายทักษิณไม่ยอมรามือแน่
แทนที่จะจัดการ วางรากฐานมวลชน ให้ประชาชนได้รับรู้ความจริงผ่านสื่อของรัฐ ด้วยฝีมือรัฐมนตรีมือใหม่หัดขับ กลับมุ่งไปสร้างกิจกรรมไม่จำเป็น
ดันทุรังหาเรื่องทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเอง !
แต่ละวันมีแต่ถูกเปิดโปงเรื่องไม่ชอบมาพากล จากนั้นหาเรื่องอื่นๆ มากลบเบี่ยงเบนกระแสลบ ยอมเปลืองตัว กินตัวเอง หวังให้ยื้อเวลาอยู่ในอำนาจ
จากการตัดต้นไม้ขยายถนนขึ้นเขาใหญ่ รัฐบาลต้องงัดเรื่องปรองดองและนิรโทษกรรมมาสร้างความสับสนให้ประชาชน และได้ผลเมื่อคนลืมเรื่องเขาใหญ่ หลังจากเผชิญเสียงต่อต้าน ก็งัดเรื่องซื้อดาวเทียมไทยคมมาเล่น
เปิดประเด็นความรักชาติ ความกังวลเรื่องปัญหาความมั่นคง !
นึกว่าจะได้รับบทพระเอก พร้อมเสียงแซ่ซ้อง กลับโดนถล่มแทบจมบ้อง เพราะถูกมองว่าการจะซื้อไทยคม เป็นกิจกรรมแกล้งโง่ แล้วขยัน เปิดช่องให้บางกลุ่มใช้ข้อมูลภายในดักซื้อหุ้นไทยคม โกยกำไรไปอื้อซ่า !
แล้วเป็นไง นอกจากชาวบ้านจะค้านเพราะกลัวเสียค่าโง่รอบใหม่ พวกแมลงเม่า เข้าตลาดช้ายังโดนทิ้ง ปล่อยให้ค้างเติ่งเมื่อหุ้นไทยคมโดนเทขายเอากำไรโดยพวกใช้ข้อมูลภายในกวาดเงินก้อนใหญ่เอาไว้เป็นทุนการเมือง
การเจรจาซื้อหุ้นครั้งนี้ จึงถูกสงสัยว่าเป็นก้าวแรกของการเกี้ยเซียะ ซูเอี๋ย ภายใต้หน้ากากของนโยบายปรองดอง ฝ่ายที่รับรู้เรื่องนี้มีแต่ได้กับได้
การที่รัฐบาลส่งคนไปเจรจากับเทมาเส็กตั้งแต่เดือนเมษายน นึกหรือว่าบริษัทสิงคโปร์จะไม่รายงานให้ทักษิณรับรู้ความก้าวหน้าว่าไปมากน้อยเพียงใด
และเทมาเส็กคงทำเป็นเออออห่อหมอ สร้างภาพลวงให้คนรัฐบาลไทยเห็นว่าเป็นการตอบรับที่ดี ขณะที่เครือข่ายทักษิณดักซื้อหุ้นไว้ในราคาต่ำ
ช่วงเจรจา ราคาหุ้นอยู่ประมาณ 3 บาท เมื่อข่าวแพล็มออกมา ราคาพุ่งสูงสุดอยู่ที่ 8.20 บาทต่อหุ้นวันที่ 15 มิถุนายน เมื่อโดนเทขายทำกำไร การซื้อขายวันพฤหัสบดีกดราคาอยู่ที่ 6.20-6.60 บาท หายไปประมาณ 2 บาท
ถ้าการเจรจาล่ม เพราะประชาชนคัดค้าน คนซื้อขายช่วงแรกก็โกยเงินไปสบายๆ พวกแมลงเม่าแทบกระโดดเข้ากองไฟ เพราะเสียท่า เข้าช้า ออกช้า!
จากนี้ไปจะทำอย่างไร นอกจากตั้งกรรมการต่างๆ เพื่อยื้อ ซื้อเวลา โดยไม่มีวี่แววว่าจะเป็นมรรคผลอย่างไร ในเรื่องปรองดองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ตราบใดที่เครือข่ายทักษิณ มวลชนเสื้อแดงไม่ยอมรับ ก็เหมือนตบมือข้างเดียว นั่งฝันค้างไปวันๆ เพราะชาวบ้านทั่วไปไม่มีส่วนร่วม รู้เรื่องด้วย กรรมการ นักวิชาการ แสดงออกให้เห็นความร้อนวิชาอยู่แต่ในห้องแอร์
รัฐบาลนี้ใช้แรงงานผู้สูงอายุแบบพร่ำเพรื่อ ความแตกแยกร้าวฉานในพรรคยังไม่สามารถแก้ไข ประสานสมานแผลได้ นับประสาอะไรกับเรื่องภายนอก เพราะปัจจัยต่างๆ ขึ้นอยู่กับทักษิณ และเครือข่ายผีโม่แป้ง
สิ่งที่รัฐบาลต้องคือละลายพฤติกรรมตัวเอง ละทิ้งนโยบายเพิ่มศัตรู ทำลายมิตร พิชิตคอรัปชั่นในรัฐบาล และทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ถ้ายังมัวแต่เล่นเกมการเมือง ระวังจะไม่มีการเมืองให้เล่นนิ! อิอิอิ!!!



