ข่าว

ตามรอยอาชญา : ความตาย (คดี) ที่หยุดนิ่ง

ตามรอยอาชญา : ความตาย (คดี) ที่หยุดนิ่ง

18 มิ.ย. 2553

นับจากวันที่ "ศักดิ์นรินทร์ กองแก้ว" หรือ "อ้วน บัวใหญ่" วัย 24 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณทางแยกเข้าชุมชนบ้านบัว ถนนเทศบาล 7 เขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อคืนวันที่ 9 มิถุนายนเป็นต้นมา ผ่านไป 1 สัปดาห์คดีก็ยังไม่คืบหน้า

 แม้แต่ พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3 ก็ยังออกมายอมรับว่า การสเก็ตช์ใบหน้าคนร้ายไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะใช้ประกอบหลักฐานได้ ?!!

 หากว่า อ้วน บัวใหญ่ เป็นเด็กหนุ่มทั่วไปก็คงไม่กระไรนัก ประเด็นการสอบสวนอาจจะง่ายหน่อย ทว่าเขากลับมีบทบาททางการเมืองทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และก้าวขึ้นไประดับประเทศ เมื่อครั้งทำหน้าที่เป็นการ์ด นปช.แดงที่แยกราชประสงค์ ทำหน้าที่ดูแล "สุภรณ์ อัตถาวงศ์" แรมโบ้อีสาน และเป็นหนึ่งในผู้ให้การช่วยเหลือ "อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง" โรยตัวจาก รร.เอสซีปาร์ค ในวันที่ตำรวจปิดล้อมจับกุม 5 แกนนำ

 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชื่อของเขาก็อยู่ในบัญชีต้องจับตามอง !

 ยิ่งเมื่อมองย้อนกลับไปก่อนการชุมนุมใหญ่เสื้อแดงในกรุงเทพฯ อ้วน บัวใหญ่ เคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญนำพามวลชนเสื้อแดงร่วม 100 คน ไปปักหลักชุมนุมใกล้กับวัดสุทธจินดาวรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา ประท้วงขับไล่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.อ.บริบูรณ์ ไทยสมัคร ข้าราชการบำนาญวัย 72 ปี อดีตนายทหารคนสนิท

 ถึงกระนั้นการสืบสวนสอบสวนของตำรวจยิ่งทำก็ยิ่งพบประเด็นขยายวงไปเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือข้อครหาที่ว่า "อ้วนเบี้ยวไม่จ่ายเงินม็อบ" แต่กลับมีเงินไปซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ เป็นข้อกล่าวหาที่ดังเกินกว่าคำกระซิบกระซาบ และตำรวจก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 ไหนจะเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 หลังกลับจากชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ กับเรื่องชู้สาว ที่ถึงแม้จะได้รับคำยืนยันจากครอบครัวว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ตำรวจก็ไม่อาจมองข้ามประเด็นนี้จนกว่าจะมีหลักฐานยืนยัน

 น่าสนใจว่าคดีนี้จะลงเอยในรูปแบบใด ในเมื่อ "อ้วน บัวใหญ่" ถูกมองว่าเป็นฝ่าย "ตรงข้าม" รัฐ แต่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งและการกระทำท้าทายกฎหมายของมือปืน ตำรวจจะปิดคดีลงได้สมกับคำว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และก้าวข้ามคำว่า "สองมาตรฐาน" ตามที่ชาวบ้านแถบภาคอีสานกล่าวหาได้หรือไม่ ต้องจับตามองอย่ากะพริบ ?!!