ข่าว

"ประวิตร"จี้สตช.รายงานติดตามตัวแกนนำนปช.

"ประวิตร"จี้สตช.รายงานติดตามตัวแกนนำนปช.

18 มิ.ย. 2553

"ประวิตร" จี้ สตช.รายงานการติดตามตัวแกนนำกลุ่มนปช.ที่ถูกหมายจับและยังหลบหนีอยู่ โดยให้รายงานต่อที่ประชุมครั้งต่อไป อย่านิ่งเฉย ขณะที่การเรียกตัวบุคคลที่ถูกห้ามทำธุรกรรมทางการเงินและการยกเลิกให้บุคคลที่มารายงานตัวแล้วสามารถกลับไปทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามป

วันที่ 18 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก   พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ผลการประชุมศอฉ. โดยที่ประชุมมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผู้อำนวยการศอฉ. เป็นประธาน โดยประธานที่ประชุมให้ความสนใจ และสอบถามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เกี่ยวกับความคืบหน้าการติดตามตัวแกนนำกลุ่ม นปช.ตามหมายจับที่ไม่มีการรายงานในเรื่องดังกล่าวเลย จึงขอให้ สตช.รายงานความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมในครั้งต่อไปด้วย ไม่ใช่นิ่งเฉย ไม่มีรายงานเช่นนี้

 ส่วนเรื่องการเรียกบุคคลที่ถูกห้ามทำธุรกรรมทางการเงินมาชี้แจง โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ยกร่างคำสั่ง ซึ่งจะหมายรวมทั้งการยกเลิกให้กับบุคคลส่วนหนึ่งของชุดแรกที่มารายงานตัว และชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นกลับไปดำเนินการทางธุรกรรมทางการเงินได้ตามปกติเช่นเดิม ขณะเดียวกันจะเป็นคำสั่งเพื่อเรียกบุคคลในชุดล่าสุด 83 รายมาชี้แจง โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะเป็นผู้ลงนามในคำสั่งดังกล่าว จากนั้นดีเอสไอจะออกหมายเรียกบุคคลเหล่านั้นมาชี้แจงต่อไป

 ทางด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ คาดว่า จะเสนอร่างคำสั่งให้พล.อ.อนุพงษ์ลงนามได้ภายในวันที่ 21 หรือ 22 มิถุนายนนี้ จากนั้นดีเอสไอจะออกหมายเรียกเชิญบุคคลที่ถูกห้ามทำธุรกรรมทางการเงินมารายงานตัวที่ดีเอสไอ โดยจะกำหนดวันอีกครั้งหนึ่ง

 ทั้งนี้มีรายงานว่า การที่ดีเอสไอจำเป็นต้องเสนอคำสั่งให้พล.อ.อนุพงษ์ ลงนามในสัปดาห์หน้า เนื่องจากขณะนี้พล.อ.อนุพงษ์ติดภารกิจปฏิบัติราชการอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมีกำหนดการเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้(19 มิ.ย.) เวลาประมาณ 21.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

กสม.แบ่ง4ทีมหาพยาน-หลักฐานสลายม็อบแดง 

 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กสม.ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน ในชุดของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุความรุนแรงจากการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. กล่าวว่า ในวันนี้ทางคณะอนุกรรมการฯได้ประชุมแบ่ง 10 ประเด็นการพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แก่

 1.การชุมนุมและเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมระหว่างวันที่ 12 มี.ค. - 20 พ.ค. 53 ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวมทั้งการปิดล้อมสถานที่ราชการต่าง ๆ 2.กรณีนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความรุนแรง เมื่อวันที่ 7 เม.ย.53 รวมทั้งการที่รัฐบาลสั่งให้มีการตัดสัญญาณผ่านดาวเทียมสถานีพีเพิล ชาแนล และระงับการเผยแพร่ข่าวสารของสถานีวิทยุชุมนุม สื่อสิ่งพิมพ์ และอินเตอร์เน็ต 3.การสั่งการของรัฐบาล รวมถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมในวันที่ 10 เม.ย.

 นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า 4.เหตุการณ์ยิงระเบิดบริเวณแยกศาลาแดงในวันที่ 22 เม.ย.53 และกรณีมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ศาลาแดงและ ถ.พระราม 4 ในวันที่ 7 พ.ค. 53  5.เหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติวันที่ 28 เม.ย. 53 6.การชุมนุมบริเวณ รพ.ตำรวจ รวมถึงการเข้าไปตรวจค้น ภายในรพ.จุฬาฯและสภากาชาดของผู้ชุมนุม

 7.การสั่งการของรัฐบาล การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมระหว่างวันที่ 13 -19 พ.ค. รวมทั้งเหตุการณ์จลาจล การวางเพลิงและการทำลายทรัพย์สิน อาคาร สถานที่ในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด  8. กรณีมีผู้เสียชีวิต 6 รายที่บริเวณวัดปทุมวนารามระหว่างวันที่ 19 - 20 พ.ค. 9.กรณีการเสียชีวิตและบาดเจ็บตลอดจนความรุนแรงต่อสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ

 และ10.กรณีการเสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย และถูกควบคุมตัว ระหว่างวันที่ 12 มี.ค. -  20 พ.ค. ให้กับคณะทำงานที่กสม.แต่งตั้งขึ้นทั้ง 4 ทีม ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของกสม. อัยการ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งทีมละ 2 - 3 ประเด็นทำหน้าที่ลงไปเก็บข้อมูลหลักฐานทั้งพยานบุคคล เอกสารและพยานวัตถุต่างๆ เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯพิจารณาในวันที่ 2 ก.ค. หากได้พยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ก็จะเป็นข้อยุติ แต่ถ้ามีข้อโต้แย้งที่ไม่ตรงกันก็ดำเนินการหาข้อเท็จจริงต่อไป อย่างไรก็ตามหากคณะอนุกรรมการฯเห็นว่าข้อมูลมีความครบถ้วนแล้วก็จะนำเสนอข้อมูลทั้งหมดไปยังคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อกฎหมายและระเบียบพิจารณาที่มีพล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด กสม.ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ที่ทำหน้าที่เป็นประธานตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อกฎหมายใด จากนั้นก็จะมีการนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯเพื่อพิจารณาต่อไป