
มาร์คขอบคุณอานันท์-ประเวศรับเป็นกก.ปฏิรูปไทย
"มาร์ค" ขอบคุณ "อานันท์-ประเวศ" ร่วมเป็นกก.ปฏิรูปประเทศไทย ให้คำมั่นไม่เสียคนตอนแก่ ยอมรับจ่ายงานหนักกล่อมคนร่วมยาก หนีสื่อเข้าบ้านพิษฯพบ"อานันท์-ประเวศ"
เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และนพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ที่บ้านพิษณุโลกว่า ตนได้นำเรื่องที่ประชุมระดมความคิดเห็นจากภาคประชาชนที่เมืองธานี เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ไปนำเรียนว่ามีความต้องการให้ทั้ง 2 คนเข้ามาร่วมกระบวนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งทั้ง 2 คนจะไปปรึกษาหารือกัน แต่ในส่วนของโครงสร้างในส่วนของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายให้ดูเรื่องนี้อยู่ด้วยจะไปดำเนินการยกร่างเรื่องนี้ให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ว่าโครงสร้างจะเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องตัวบุคคลทั้ง 2 คนจะไปปรึกษาหารือกัน คิดว่าภายในสิ้นเดือนนี้น่าจะชัดเจน
อย่างไรก็ตามหลักการทำงานขององค์การปฏิรูปประเทศไทยจะมี 3 ส่วน คือ 1.ภาคประชาชนที่ต้องมีคนทำงานอยู่ เพื่อระดมฟังความคิดเห็น วางแนวทางการแก้ปัญหา 2.งานทางด้านวิชาการเอาความคิดของฝ่ายวิชาการนำมาปรับเข้าไป และ 3.ภาครัฐที่ต้องให้การสนับสนุนซึ่งอยู่ที่ตนที่จะทำเรื่องนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่นายอานันท์ และนพ.ประเวศเข้ามาร่วมในกระบวนการนี้นั้น ตนคิดว่าทุกคนเห็นความจำเป็นในขณะนี้ที่ใครที่สามารถมีส่วนร่วมแก้ไขบ้านเมืองได้ก็อยากทำ ตนก็ขอบคุณและงานจะหนักตั้งแต่แรกเลย ดังนั้นทุกท่านก็พยายามจะดึงให้ฝ่ายต่างๆเข้ามาร่วมให้มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจตนาที่ดีของทั้ง 2 คนที่เข้ามาร่วมกระบวนการไม่สูญเปล่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าจะมีกลไกรองรับอยู่ และรัฐบาลได้พิสูจน์หลายครั้งเวลาที่มีการให้ฝ่ายต่างๆมาร่วมแก้ปัญหาเราก็รับข้อเสนอนั้นมาและมีทางออก มีข้อยุติและเดินหน้าทำ ดังนั้นงานส่วนนี้จะต้องเกินเลยอายุรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว ใครเข้ามาเป็นรัฐบาลเราก็หวังว่าจะได้สนองตอบตรงนี้ เพราะวันนี้ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลต้องรู้ตัวเองว่าสภาพการเมืองและสภาพ สังคมอย่างนี้ ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆแล้วงานของบ้านเมืองเดินได้ยาก และเราอยู่ในช่วงที่ต้องมาสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ยอมรับบทบาทของแต่ละฝ่าย ดังนั้นต้องตอบสนองตรงนี้ให้ได้
ต่อข้อถามว่า มีคนที่น่าเชื่อถือขนาดนี้เข้าร่วมแล้วมีอะไรต้องกังวลอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันมีเรื่องที่ต้องกังวลเยอะสำหรับทุกคน เมื่อถามว่า ความเห็นของฝ่ายตรงข้ามที่มีออกมาจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทั้งนายอานันท์กับนพ.ประเวศจะไปรึกษาหารือกัน แม้กระทั่งกรณีของนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปการเมือง และนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ล้วนแต่ขณะนี้เดินหน้าในการที่จะดึงเอาฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้
เมื่อถามว่า นายกฯมองอย่างไรเริ่มมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่เข้ามาร่วมกระบวนการในขณะนี้เป็นการรับใช้เพื่อต่ออายุรัฐบาล และสืบทอดอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "มันไม่เกี่ยวอะไรกับอายุรัฐบาลอยู่แล้ว โดยเฉพาะงานปฏิรูปประเทศเป็นงานที่เกินอายุรัฐบาล ผมพูดชัดในหลายโอกาสว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองของใคร แต่เป็นความจำเป็นของประเทศและสังคมที่ต้องเดิน"
เมื่อถามว่า คนที่เสียสละเข้ามาร่วมจะไม่เสียคนตอนอายุมากหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนตอบว่า "ผมคิดว่าท่านตั้งใจทำให้ดีที่สุด ส่วนของผมได้คุยและให้ความมั่นใจว่าผมและรัฐบาล และหวังว่ารัฐบาลชุดต่อๆไปจะต้องให้ความร่วมมือ"
เมื่อถามว่า ในการหารือกับนายอานันท์กับนพ.ประเวศ ได้พูดถึงปัญหาอุปสรรคการทำงานในอนาคตหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีความห่วงใยหลายเรื่องเบื้องต้นเป็นเรื่องที่พยายามดึงให้ทุกภาคส่วนเข้ามา ให้ได้ทุกกลุ่มทราบดีว่าเป็นงานหนักอยู่แล้ว และความพยายามที่จะแก้ปัญหาในเรื่องโครงสร้างในอดีตจะพบกับปัญหาในเรื่องกฎ ระเบียบหรือกฎหมายของราชการแต่รัฐบาลนี้ได้ทำให้เห็นในหลายกรณี อย่างปัญหาที่ทำกิน หนี้สิน เราเดินหน้าจริงๆแม้ยังไม่ถูกใจคนที่มาร่วมทำงาน แต่เราได้แสดงความตั้งใจ
เมื่อถามว่า การกำหนดเวลาไว้ที่บอกว่า 6 เดือนจะมีพิมพ์เขียว และ 3 ปีหน้าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายอานันท์และนพ.ประเวศจะเป็นคนดูรายละเอียดมากกว่า แต่ทุกท่านทราบดีเรื่องที่จะทำให้สำเร็จต้องใช้เวลา แต่ทราบดีว่าสังคมมีความคาดหวังที่จะเห็นความเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
หนีสื่อเข้าบ้านพิษฯพบ"อานันท์-ประเวศ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2553 ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน จากนั้นเวลา 10.40 น. เจ้าหน้าที่กองงานโฆษกฯได้โทรศัพท์ลงมาที่ห้องสื่อมวลชนว่านายกฯจะให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมในเวลา 10.40 น. บริเวณทางเชื่อมระหว่างตึกสันติไมตรีกับตึกไทยคู่ฟ้า
แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา 11.15 น. ภายหลังการประชุมนายอภิสิทธิ์ได้เดินออกจากห้องประชุมพร้อมทีมรปภ.จำนวนหนึ่ง และได้เดินออกไปทางด้านข้างของตึกสันติไมตรี โดยทีมรปภ.นำรถเบนซ์กันกระสุนประจำตำแหน่งและรถนำและตามขบวนชุดเล็ก ประกอบด้วย รถขับเคลื่อน 4 ล้อยี่ห้อโตโยต้าพราโด้ 2 คัน มาจอดรออยู่แล้ว และได้ขับออกไปทางประตู 4 เดินทางไปยังบ้านพิษณุโลกทันที ปล่อยให้ผู้สื่อข่าวที่รออยู่ด้านหน้าตึกสันติไมตรีต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถตามออกไป และเมื่อผู้สื่อข่าวมาถึงก็พบว่านายกฯได้เดินทางเข้าบ้านพิษณุโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถัดมาไม่นานขบวนรถของนายกฯชุดใหญ่ก็ตามมาสมทบในภายหลัง
ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่านายอานันท์ และนายแพทย์ประเวศ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีกระแสข่าวว่านายกฯจะทาบทามมาเป็นประธานร่วมในการปฏิรูปประเทศมารอพบอยู่ก่อนหน้าที่นายกฯจะเดินทางมาถึง จากนั้นเวลา 12.30 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางออกจากบ้านพิษณุโลกโดยใช้ขบวนรถชุดใหญ่มายังห้องแกรนด์ไดมอน บอลรูม อิมแพค คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ (ฮอลล์ 9) อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนาเรื่อง "นายกรัฐมนตรีพบนักลงทุน" จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้กำหนดการเดิมของงานระบุไว้ว่านายกฯจะเดินทางมาในเวลา 12.00 น. แต่ก็ต้องเลื่อนออกไปเพราะมีนัดหารือกับนายอานันท์และนพ.ประเวศ



