ข่าว

พท.ระบุพบข้อมูลเพิ่มปั่นหุ้นเอี่ยวข่าวซื้อคืนไทยคม

พท.ระบุพบข้อมูลเพิ่มปั่นหุ้นเอี่ยวข่าวซื้อคืนไทยคม

18 มิ.ย. 2553

“เพื่อไทย” ระบุพบข้อมูลเพิ่มเติม ปั่นหุ้น เอี่ยวข่าวซื้อคืน ”ไทยคม” เดินหน้ายื่น กมธ.-กลต.สอบควบคู่ “เอกยุทธ” ท้ารัฐสอบปั่นหุ้นไทยคม แนะให้ย้อนดูชื่อกลุ่มซื้อหุ้นล่วงหน้า 1 เดือนแล้วเทขายเชื่อโกยกันเป็นร้อยล้าน

 (18มิ.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าทีมเศรษฐกิจของพรรคได้หารือกรณีการปั่นหุ้นไทยคม โดยมีข้อมูลเพิ่มจากการตรวจสอบพบว่ามีกระบวนการในลักษณะปั่นหุ้นสูงผิดปกติในช่วงวันที่ 14 -17 มิถุนายนที่ผ่านมา และทราบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง และทราบข้อมูลการซื้อขายภายในเข้ามาดำเนินกา และการตรวจสอบเรื่องนี้ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ต้องอยู่บนความกดดัน เพราะมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น คณะทำงานของพรรคฯจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบเรื่องนี้ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบของ กลต
.
 ด้านนายประเกียรติ นาสิมมา ฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้มีเจตนาที่จะซื้อดาวเทียมไทยคมตั้งแต่ต้น แต่เหตุเริ่มจากการที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายศิริโชค โสภา คนสนิทนายกรัฐมนตรี เดินทางไปสิงคโปร์ เพื่อเจรจาซื้อดาวเทียม จากนั้นได้มีการทยอยซื้อขายหุ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นจำนวน 200 -300 ล้านบาท รวมถึงมีการวางแผนการสร้างกระแสความรักชาติ ก่อนที่รัฐบาลจะออกมาให้ข่าวการซื้อดาวเทียม

 ทั้งนี้ ระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ การออกประกาศใด ที่จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้น ต้องมีการแจ้งหยุดการซื้อขายต่อตลาดหลักทรัพย์ก่อน ซึ่งนายกรณ์ในฐานะอดีตเคยเป็นโบรกเกอร์ น่าจะทราบเรื่องนี้ดี ดังนั้น กลต.ควรตรวจสอบประเด็นนี้ว่า นายกรัฐมนตรีได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ก่อนออกมาประกาศซื้อดาวเทียมหรือไม่ ซึ่งคณะทำงานฯ จะรวบรวมข้อมูลเรื่องนี้มาเปิดเผยอีกครั้ง

เอกยุทธท้าสอบปั่นหุ้นไทยคมแนะให้ย้อนหลัง1เดือน

 นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานเครือโอเรียลเต็ล มาร์ท กรุ๊ป เปิดเผยว่า การที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และนายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้ข่าวในเรื่องการซื้อหุ้นดาวเทียมไทยคมก่อนที่จะมีการตกลงกันถือว่าเสียมารยาทอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนายกรณ์ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงตลาดหุ้นมานานย่อมรู้ดีว่าหุ้นจะขึ้นและมีผู้ได้ประโยชน์ในวงเงิน 100 ล้านบาท

 หากต้องการจะพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นี้เป็นขบวนการปั่นหุ้นโดยใช้ข้อมูลวงใน(อินไซเดอร์)หรือไม่ ก็สามารถย้อนไปตรวจสอบบัญชีย้อนหลังไปราว 1 เดือนว่าคนกลุ่มไหนมาซื้อหุ้นตัวนี้ล็อตใหญ่ๆ ขณะที่มีราคา 4 - 5 บาท และเมื่อนายกรณ์ออกมาพูดหุ้นขึ้นไปเป็น 7 บาทก็พร้อมใจกันเทขาย ถ้าเป็นคนชุดเดียวกันแสดงว่ารู้ข้อมูลวงในหาผลประโยชน์จากตลาดหุ้นถือว่าผิดกฎหมาย

คปส.ชี้ซื้อไทยคมเข้าทางลอดช่องขายให้รัฐบาลไทยดีกว่าถูกยึด

 น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฎิรูปสื่อ(คปส.) เปิดเผย "สำนักข่าวเนชั่น" ว่า การที่รัฐบาลจะทุ่มทุนซื้อหุ้นดาวเทียมไทยคมตอนนี้ ทำให้สิงคโปร์ได้ประโยชน์เพราะต้องการขายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดีกว่ารอให้รัฐไทยแก้กฎหมายหรือฟ้องร้องเรียกคืนสัมทปานแล้วไม่ได้อะไรเลยเหมือนกรณีไอทีวี ทั้งนี้การซื้อคืนดาวเทียมไทยคม หากการดำเนินการเป็นไปภายใต้เหตุผลทางการเมืองคือไม่ต้องการให้ฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ประโยชน์จากดาวเทียมไทยคม พรรคประชาธิปัตย์ต้องคิดว่า หากหลังการเลือกตั้งแล้วพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลคุมกระทรวงไอซีทีก็จะเกิดปัญหาไม่รู้จบ

 อย่างไรก็ตาม น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า หากจะมีการซื้อหุ้นดาวเทียมกลับมาก็ต้องแก้กฎหมายให้คนไทยถือครองหุ้นได้มากกว่าที่เป็นอยู่เพราะปัจจุบันต่างชาติถือหุ้นได้ถึง 49 เปอร์เซนต์ไม่รวมการถือโดยผ่านนอมินี ขณะที่แต่เดิมกฎหมายเปิดโอกาสให้ถือได้เพียง 25 เปอร์เซนต์เท่านั้น ต้องให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เป็นเจ้าภาพในการแก้กฎหมายร่วมกับรัฐสภา นอกจากนี้ควรจะมีการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลอิสระ (Independent Regulator) ซึ่งจะต้องมีกติกาการกำกับดูแลที่เข้มแข้ง ปกป้องประโยชน์ของผู้บริโภคให้มากที่สุด