
23มิย.ศาลนัดชี้ค้านประกันตู่28มิย.ทักษิณ
ศาลนัดฟังคำสั่งยื่นค้านประกันตัว "จตุพร" ของดีเอสไอ 23 มิ.ย.นี้ นัดไต่สวน "ทักษิณ" ยื่นขอเพิกถอนหมายจับก่อการร้าย 28 มิ.ย "จตุพร"ขู่ฟ้อง"ธาริต"ใช้อำนาจโดยมิชอบ ยันไม่มีพฤติกรรมยุ่งกับคดี จวกยับใส่ความเท็จกลั่นแกล้ง ย้ำรอเมตตาจากศาล
(18มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 13.45 น. ศาลไต่สวนคำร้องที่ นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ชำนาญการพิเศษ 8 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) ได้ยื่นคัดค้านการให้ประกันตัว นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. ผู้ต้องหาคดีก่อการ้าย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า ผู้ต้องหาได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่ารัฐบาลไล่ล่ากลุ่มผุ้ชุมนุมคนเสื้อแดง มีการตั้งศาลเตี้ย และการที่แกนนำถูกลอบฆ่านั้น เป็นฝีมือของรัฐบาล หากรัฐบาลยังไล่ล่า จับกุม หรือลอบฆ่าแกนนำ สถานการณ์ความเลวร้ายจะเกิดขึ้นโดยเร็วกว่าที่คิด
อีกทั้งจะมีการชุมนุมรอบใหม่ด้วย อันเป็นการก่อให้ประชาชนเข้าใจผิดรัฐบาลว่าไล่ล่า จับกุม และลอบสังหารแกนนำ ซึ่งเป็นเท็จเพื่อปลุกระดมให้มีการก่อความวุ่นวาย หรือก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองไม่มีที่สิ้นสุด ประกอบกับ วันที่ 15 มิ.ย. พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้ยื่นคำร้องฝากขัง 11 แกนนำ นปช. ในคดีเดียวกันต่อศาลอาญา ซึ่งนาย จตุพร ผู้ต้องการายนี้ ได้ร่วมกับแนวร่วม นปช. มากดดันการปฏิบัติหนาที่ของเจข้าพนักงานที่เกี่ยวข้องจนเกิดความวุ่นวาย โกลาหล ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าว ระหว่างที่มีการนำ 11 แกนนำ นปช. เดินทางจากศาลอาญา ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตามหมายขังของศาลอาญา
นายธานินทร์ ขึ้นเบิกความด้วยตนเองตามเหตุคำร้อง ขณะที่ฝ่ายนาย จตุพร ผู้ต้องหา มีนายองอาจ คำทอง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายจตุพร , นายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. และนายสุภาพ เพชรศรี นายประกันนายจตุพร เป็นพยานเข้าไต่สวนในการคัดค้านคำร้องดีเอสไอ ภายหลังไต่สวนแล้วศาลนัดฟังคำสั่งเรื่องประกันนาย จตุพร วันที่ 23 มิ.ย.นี้ เวลา 09.30 น.
ไต่สวนคดี“ทักษิณ”ขอเพิกถอนหมายจับก่อการร้าย28มิ.ย.
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 15.00 น. ศาลนัดฟังคำสั่งในคดีที่ นายธนเดช พ่วงพูล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อเพิกถอนหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 135/2 และ 135/3 ที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับตามคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายธนเดชกล่าวว่า ศาลได้รับคำร้องไว้และนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ซึ่งตนเตรียมนำนาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กับนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นพยานขึ้นเบิกความต่อศาล อย่างไรก็ดีวันนี้ตน ได้นำเอกสารยื่นต่อศาลเพิ่มเติมเพื่อขอให้ศาลพิจารณาข้อกฎหมายที่ระบุว่า คดีของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคดีที่มีลักษณะการเมือง ซึ่งเข้าข้อยกเว้นในการดำเนินคดีอาญาข้อหาก่อการร้าย พร้อมยืนยันว่าหมายจับดังกล่าวเป็นหมายที่นำไปติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีในชั้นสอบสวน จึงยังไม่ถือว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
"จตุพร"ขู่ฟ้องธาริตใช้อำนาจโดยมิชอบ
นายจตุพรแถลงว่า ตามที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ หรือดีเอสไอได้ยื่นขออนุมัคิต่อศาล ยื่นเพิกถอนการประกันตัวเพื่อให้คุมขังตนอ้างเหตุผลต่อศาลว่า เมื่อวันที่15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่มีการนำ11แกนนำ นปช.เพื่อขอฝากขังต่อจากศาล เมื่อรู้ว่าเพื่อนจะถูกนำตัวมาฝากขัง ก็คิดว่าเพื่อนทั้ง 11 คนจะได้โอกาส และความเมตตาตาต่อศาล เหมือนตนและนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จึงได้เดินทางไปที่ศาลอาญาในฐานประชาชน เพื่อไปรอ ไม่มีปรากฎการณ์ใด ๆ เลยที่ตนไปยุยงอะไรกับประชาชนเพราะต่างคนต่างไปเหมือนวันที่ตนและนายการุณไปศาลอาญา ซึ่งประชาชนก็ต่างคนต่างไปเช่นกัน
" วันนี้ดีเอสไอ กลับอ้างเหตุว่าเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ตนเป็นคนพาประชาชนไปในวันดังกล่าว ซึ่งเป็นความเท็จร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะประชาชนก็เหมือนตนที่ทราบข่าวก็ต่างคนต่างไปเพราะทุกคนต่างคนมีความรู้สึก ซึ่งตนเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกับแกนนำ 11 คน ถ้าไม่ไปก็เป็นเรื่องแปลก ถ้าไป เป็นเรื่องปกติ อยู่ในศาลก็ไม่มีพฤติกรรมอะไรที่จะไปยุยง แต่กลับเป็นเหตุผลที่จะใช้เหตุคุมขังตน ไม่ทราบว่าศาลจะใช้ดุลยพินิจอย่างไร แต่ผมจะขอดำเนินคดีกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะปฎิบัติหน้าที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ เพราะทุกอย่างตั้งข้อกล่าวหาเท็จ” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวอีกว่า แท้ที่จริง ต้องการเอาตนคุมขัง เข้าคุก คงเพราะเมื่อวันที่17มิ.ย.ตนได้ไปให้ปากคำเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อม นายการุณ โหสกุล ตามคำเชิญของประธานคณะกรรมาธิการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ของวุฒิสภา เมื่อต้องการความจริงก็ต้องไป ศาลไม่ได้ห้ามทำหน้าที่ ส.ส.หรือห้ามตนทำอะไร เพราะเงื่อนไขการเพิกถอนการประกัน มี 3 ข้อคือ1.ห้ามหลบหนี 2. ยุ่งเหยิงกับพยาน 3.มีพฤติกรรมเหมือนเดิม ซึ่งตนประชาชนไปชุมนุมแล้วหรือยัง ซึ่งเหตุผลที่นายธาริต ให้ต่อศาลอาญา ทุกอย่างล้วน เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง
“ตอนนี้ดีเอสไอกำลังเหิมเกริม กระบวนการยุติธรรมอำมหิต เวรตะไลที่ไหนในโลกนี้ มีบ้าง ผมรอความเมตตาจากศาลด้วยความทระนง เพราะไม่อยากให้กระบวนยุติธรรมเอาคนที่เพียงมีความคิดแตกต่างไปคุมขัง ยังคิดว่าพวกเราเป็นประชาชนอยู่หรือเปล่า หรือต้องการกดขี่ข่มเหงอยู่ทุกวัน การที่บอกไม่ไล่ล่า ก็ยังไล่ล่าทุกจังหวัด ซึ่งผมรอคำสั่งศาลจะแถลงดำเนินการอย่างไรต่อไป หากเสียงนี้ดังไปยังศาล ผมไปในฐานประชาชนซึ่งประชาชนก็ไปกันเอง ผมไม่ได้ทำอะไรที่เป็นละเมิดคดีอะไรทั้งสิ้นซึ่งเป็นการใส่ความให้ความเท็จต่อศาลทั้งสิ้น” นายจตุพร กล่าว
นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวว่า ทางผู้ใหญ่และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย มีแนวคิดจะส่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยให้ตนไปประสาน ขณะนี้ให้ฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติของนาย ณัฐวุฒิที่อยู่ในเรือนจำ จะสามารถลงสมัครได้หรือไม่ ถ้าลงสมัครได้ก็จะให้พรรคพวกไปหาเสียงแทน โดยผู้สมัครอยู่ในเรือนจำจะเป็นการเลือกตั้งที่แปลกครั้งหนึ่งเหมือนกรณีนายบ๊อบบี้ แซน ที่เป็นชาวไอริช ที่ติดอยู่ในคุกแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งจนได้รับเลือกเป็นผู้แทน ดังนั้น ถ้าตรวจสอบคุณสมบัติถูกต้อง ก็จะทำเรื่องขออนุญาตต่อศาล เพื่อนำตัวนายณัฐวุฒิเพื่อมารับสมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.ครั้งนี้ต่อไป
เมื่อถามถึงเหตุผลในการเลือกนายณัฐวุฒินั้น นายจตุพร กล่าวว่า เนื่องจากบรรยากาศการห้ามชุมนุมอย่างนี้ จะปราศรัยหาเสียงได้อย่างไร ก็ต้องหาเสียง โดยผู้สมัครไม่ต้องไปพบประชาชน โดยนายณัฐวุฒิ อาจเป็นหนึ่งในหลายคน เพื่อให้สังคมไทยได้ฉุกคิด แล้วจะได้พูดความจริงใครเผาเซ็นทรัลเวิร์ล เซ็นเตอร์วันหรืออีกหลาย ๆ เรื่อง
ส่วนในเรื่องคดีความจะมีอุปสรรคหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า เวลานี้ศาลยังไม่ตัดสิน ตอนนี้อยู่ในชั้นสืบสวนสอบสวน แต่ศาลออกหมายให้คุมขังเพื่อให้ดีเอสไอสอบสวน แต่คดีของพันธมิตรฯทางอัยการเลื่อนไป ทำไม ถึงไม่มีการไปตรวจสอบธุรกรรมของคนที่สนับสนุนพันธมิตรฯก็จะได้เห็นกันหมดว่ามีคนในพรรคประชาธิปัตย์อย่างไรบ้าง และเชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริง



