ข่าว

พท.ขู่"นายกฯ"ไม่ปลด"กษิต"เจอยื่นถอดถอนแน่

พท.ขู่"นายกฯ"ไม่ปลด"กษิต"เจอยื่นถอดถอนแน่

22 มี.ค. 2552

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ขอบคุณ ส.ส.ที่ลงคะแนนไว้วางใจ ยืนยันจะทำหน้าที่ต่อให้ดีที่สุด เผยได้สั่งการให้สำนักเลขาธิการนายกฯ รวบรวมประเด็นเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาประเด็นที่เป็นประโยชน์ บอก"กษิณ" ได้ 237 เสียง ถือว่ามากแล้ว

รายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์" ในวันนี้(22มี.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดำเนินรายการจากศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการเมืองทองธานี เนื่องจากหลังรายการแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในงาน "ต้นกล้าอาชีพ" ซึ่งรับสมัครคนว่างงานเพื่อเข้ารับการอบรมสร้างงานสร้างอาชีพ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาว่า ตนเองและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้พยายามใช้เวลาอันสั้น ชี้แจงให้ได้มากและครอบคลุมที่สุด ซึ่งสุดท้ายก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี
ดังนั้น จึงขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ลงมติไว้วางใจให้ตนเองและรัฐมนตรีทั้ง 5 คน บริหารราชการแผ่รนดินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
รวบรวมประเด็นเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อะไรที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ก็จะนำมาพิจารณา  

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า พอใจเสียงลงคะแนนไว้วางใจ 246 เสียง เพราะเมื่อหักเสียงรัฐมนตรีที่ไม่สามารถลงคะแนนได้แล้วจะเหลือ 237 เสียง เมื่อหักคนขาดประชุมอีก ก็จะเหลือ 233 -234 เสียง การได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจ 246 เสียง ถือว่าได้มากกว่าที่คาดคิด เพราะส.ส.มีเอกสิทธิ์ในการลงคะแนน เมื่อได้รับโอกาสแล้วจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ในการทำงานต่อไป 

ส่วนที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.กต. ที่ได้รับคะแนนน้อยกว่ารัฐมนตรีคนอื่นนั้น ก็ไม่ใช่จุดอ่อน แต่อยู่ที่การทำงาน ซึ่งจะต้องประเมินประเด็นที่ถูกอภิปราย เป็นเรื่องการเคลื่อนไหวก่อนหน้าเข้ารับตำแหน่งและเรื่องกัมพูขา มองว่านายกษิตชี้แจงได้ชัดเจน แต่สมาชิกอาจจะมองแตกต่าง แต่ 237 เสียง ก็ถือว่ามาก

ห่วงปัญหาคนตกงาน มั่นใจโครงการต้นกล้าช่วยได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจหดตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก นอกจากการประคับประคองและกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว นโยบายหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการ คือ การดูแลและรองรับปัญหาการว่างงานและตกงาน  โดยจัดทำโครงการต่าง ๆ จากที่จัดสรรงบประมาณกลางปีเพิ่มเติม จำนวน 6,900 ล้านบาท 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในส่วนกระทรวงแรงงาน ได้จัดงานนัดพบแรงงานขึ้นในกรุงเทพฯ และจะเดินสายในต่างจังหวัดต่อไป  สำหรับรัฐบาลจัดโครงการพิเศษ "โครงการต้นกล้าอาชีพ"ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน อายุตั้งแต่ 18-60 ปี ที่สนใจ สามารถสมัครเข้ามาฝึกอบรมทักษะ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 18 - 24 มีนาคมนี้ ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ และจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกฝึกอบรม วันที่ 26 มีนาคมนี้ ซึ่งระหว่างการฝึกอบรมจะได้รับค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ และหลังจากการฝึกอบรมแล้ว ถ้ากลับไปยังภูมิลำเนา จะมีเงินช่วยเหลือเพื่อใช้เป็นทุนในการประกอบกิจการต่าง ๆ ด้วย  ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นโครงการแรกแล้วจะดำเนินโครงการต่อในระยะต่อไปด้วย

กษิตย้ำการอภิปรายไม่ไว้วางใจม่มีปัญหา

นายกษิตกล่าว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ส่วนความแตกต่างที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองไม่เกี่ยวกับอคติส่วนตัว จึงไม่อยากให้สาดโคลนใส่กัน

สำหรับการเดินทางเยือนสหภาพม่าในวันนี้  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เป็นไปตามกรอบการปฏิบัติของประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ภายหลังเข้ารับตำแหน่งใหม่จะต้องเดินทางไปแนะนำตัวกับประเทศสมาชิก และจะถือโอกาสนี้ทบทวนความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีร่วมกันว่า มีปัญหาใดบ้างที่ยังคั่งค้างอยู่ และจะสามารถใช้สถานภาพของทั้ง 2 ประเทศปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร 

 นอกจากนี้ จะหารือเพื่อเตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียน+3 และสุดยอดอาเซียน+6  รวมถึงจะประสานความพร้อมการเข้าร่วมประชุมกรอบบาหลีโปรเซส ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 14-15 เมษายนนี้ด้วย

"โฆษกพท."พอใจฝ่ายค้านทำศึกซักฟอกรัฐบาล

ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ภาพรวมพรรคพอใจในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แม้เสียงที่ออกมาจะแตกต่างกันบ้าง รัฐบาลยังคงได้รับการไว้วางใจก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ต้องขอขอบคุณพรรคพวกที่ออกจากพรรคไปก่อนหน้านี้ที่ได้ชี้เป้าให้เห็นว่าใครยังยึดโยงอุดมการณ์อยู่กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการในพรรคเป็นไปอย่างง่ายขึ้น และการลงคะแนนโหวตก็มีบางส่วนที่เป็นข้อผิดพลาดทางเทคนิค ส่วนพรรคเพื่อไทยจะขับส.ส.กลุ่มดังกล่าวหรือไม่นั้น ผู้ใหญ่ในพรรคได้พูดคุยกันเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ได้ให้เอกสิทธิ์การโหวตของส.ส. แต่ในส่วนของระเบียบพรรคการเมืองต้องมีระเบียบวินัย เรื่องนี้ต้องมีการมาพูดคุยหารือให้ข้อเท็จจริงซึ่งกันและกัน

 “พรรคเพื่อไทยจะไม่ขับส.ส.ออกจากพรรค แต่จะมีการพูดคุยกัน เพราะบางทีส.ส.บางคนที่งดออกเสียงเกิดจากผู้ที่ออกจากพรรคพลังประชาชนเดิม อาจไปชักจูงด้านข้อมูลบางเรื่องเหตุผลบางประการ เพราะฉะนั้นเราต้องมาพูดคุยปรับความเข้าใจกันในการประชุมพรรควันที่ 24 มีนาคม เวลา 9.30 น.ซึ่งเป็นการประชุมสามัญประจำปี แต่ไม่มีวาระการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม ” นายพร้อมพงศ์กล่าว

พท.ขู่"นายกฯ"ไม่ปลด"กษิต"เจอยื่นถอดถอนแน่

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สำหรับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น เห็นชัดว่ามีเสียงที่แตกต่างจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก 4 คนอย่างชัดเจน ขาดเสียงสนับสนุนไป 9 เสียง ซึ่งเป็นนัยยะที่สำคัญทางการเมืองของพรรครัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้มีส.ส.ประชาธิปัตย์บางคนจะขอร่วมอภิปรายพร้อมฝ่ายค้าน แต่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เบรกเกมนี้ไว้ก่อนไม่เช่นนั้นคงจะได้เห็นอะไรดีๆ วันนี้จริยธรรมขั้นพื้นฐานที่นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ในการโดดอุ้มนายกษิต เพราะหาเสียงไม่ไว้วางใจขนาดนี้เป็นประเทศประชาธิปไตยที่เจริญอย่างประเทศยุโรป ประเทศญี่ปุ่น หากนายกษิตไม่หน้าหนาคงต้องลาออกไปแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มยังไม่พอ ยังเป็นเจ้าบุญอุ้มอีก ซึ่งสาเหตุที่นายอภิสิทธิ์ ไม่กล้าปลดนายกษิต เพราะไม่อยากเปิดศึก 2 ด้าน ไม่อยากมีปัญหากับพันธมิตรฯ นายกรัฐมนตรีจึงยื่นไมตรีตรงนี้ กลุ่มหนุนรัฐบาลและพรรคร่วมแทบจะรับไม่ได้ นอกจากนี้พรรคพอใจการทำหน้าที่ของร.ต.อ.เฉลิมมาก รวมถึงประชาชนที่สะท้อนผ่านคอมเซ็นต์เตอร์ด้วย รวมทั้งเอแบโพลที่สะท้อนว่าการอภิปรายมีผลต่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านไม่ใช่การจำอวด โดยเอกสาร หลักฐานั้งหมดจะนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบจากกกต.

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายอภิสิทธิ์ ในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญา มารตรา 157 เนื่องจากยังปล่อยให้นายกษิต ทำหน้าที่ต่อ ทั้งที่นายกษิต เป็นผู้ต้องหาในคดีปิดสนามบิน ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขู่ว่าพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบพรรคเป็นพรรค 3 ที่ไปกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์นั้น ทำให้เห็นว่านายสุเทพ ไม่รู้จริง เพราะร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และการพูดในสภามีเอกสิทธิคุ้มครอง ซึ่งบางเรื่องหลักฐานของพรรคเพื่อไทยชัดเจนว่าดีเอสไออีก อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการส่งเรื่องให้กกต.

 เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้อตัวส.ส.นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามส.ส.ที่งดออกเสียงว่ามีเรื่องนี้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ขณะนี้มีร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี เพียงคนเดียวที่มีความชัดเจนว่าต้องการไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคการเมืองอื่น ส่วนส.ส.คนอื่นที่งดออกเสียงนั้นอาจเป็นเพราะรู้จักมักคุ้นกับรัฐมนตรีคนนั้น เลยงดออกให้ก็เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยต่อไป