ข่าว

ครึ่งปีแรกลงทุนอีสานตอนบนพลังงานทดแทนแชมป์

ครึ่งปีแรกลงทุนอีสานตอนบนพลังงานทดแทนแชมป์

18 มิ.ย. 2553

บีโอไอขอนแก่น สรุปภาวะการลงทุนครึ่งปีแรกภาคอีสานตอนบน ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 12 โครงการ เงินลงทุนกว่า 3.3 พันล้านบาท เผยกิจการทางด้านพลังงานทดแทนครองแชมป์ ทั้งกิจกาคผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานไอน้ำ ส่วนครึ่งปีหลังมีแนวโน้มสดใส หลั

นางสาวชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผอ.ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 ขอนแก่น หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า ภาวะการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 53 ว่า แม้ภาวะแวดล้อมทั่วไปของประเทศ ตึงเครียดจากปัญหาการชุมนุมทางการเมือง เกิดการจลาจลในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงในเขตพื้นที่พื้นที่รับผิดชอบหลายทั้งหมด ทั้งขอนแก่น อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม แต่นักลงทุนก็ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของพื้นที่

 โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.ยังคงมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ทั้งสิ้น 10 โครงการ มูลค่าเงินลงุทนกว่า 2,477 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 859 คน ส่วนโครงการที่ได้รบอนุมัติจำนวน 12 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนนกว่า 3,310 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 456 คน

 ในช่วงนี้กิจการพลังงานทดแทน นักลงทุนได้ยื่นคำขอและได้รับอนุมัติเป็นจำนวนมาก ทั้งกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ และไอน้ำ จำนวน 3 โครงการ กิจการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล 1 โครงการ รวมทั้งกิจการสถานีให้บริการก๊าซเอ็นจีวี 2 โครงการ รองลงมาคือโครงการผลิตซอฟต์แวร์ และการวิจัยและพัฒนา จำนวน 3 โครงการ มูลค่าลงทุน 22 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มีความสนใจจะลงทุนในกิจการผลิตซอฟต์แวร์ด้วยศักยภาพของผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.ขอนแกน และนโยบายการส่งเสริมให้ จ.ขอนแก่น เป็นศูนย์กลางของการผลิตซอฟต์แวร์ของซิป้า

 สำหรับโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมพบว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่เกิน 500 ล้านบาทจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าที่ใช้เงินลงทุนที่สูงจากพลังงานแสงอาทิตย์ ของบริษัท เอส พี พี ไฟว์ จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 787.2 ล้านบาท และกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานไอน้ำของ บริษัท ฟินิคซ์ ยูทิลิตี้ส์ จำกัด มูลค่าเงินลงุทน 1,520 ล้านบาท

 "สาเหตุที่มีการลงทุนประเภทพลังงานทดแทนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากภาวะแวดล้อมทั่วไปที่มีการเปลี่ยนแปลง และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การลงทุนอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งน่าสนใจและน่าจับตามอง อีกทั้งบีโอไอได้จัดกิจการที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศเป็นพิเศษ โดยให้สิทธิประโยชน์สูงสุด คือในพื้นที่นอกเขตนิคมอุตสาหกรรมยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี ยกเว้นอากรเครื่องจักรขาเข้า"

 ผอ.บีโอไอขอนแก่น ยังกล่าวอีกว่า แนวโน้มการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังยังคงสดใส เพราะมีปัจจัยบวกมาสนับสนุน ทั้งเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่คลี่คลายลง และมาตรการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ แต่ยังมีปัจจัยลบที่อาจมีผลกระทบต่อการลงทุน คือ นักลงทุนเกิดความกังวลจากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก หนี้สาธารณะในยุโรป ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติอาจจะชะลอการย้ายฐานมาลงทุนที่ประเทศไทย ส่วนนักลงทุนในภูมิภาคนี้ เชื่อว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงุทน เพราะมีกิจการหลายประเภทที่เหมาะสมกับการลงทุนในพื้นที่ภาคอีสาน