ข่าว

คืนที่ดินให้ชาวนา

คืนที่ดินให้ชาวนา

18 มิ.ย. 2553

ผ่านไปสองเดือนนับตั้งแต่มีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินหน้าในแผนปฏิรูปประเทศ โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายชุด อาทิ คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เป็นต้น ตลอดจนวางแนวนโยบายประชานิยม ในรูปของรัฐสวัสดิการที่ครบวงจร นอกเหนือจากนโยบายเรียนฟรี เงินเดือนผู้สูงอายุ และประกันรายได้เกษตรกร

 แต่ยังไม่ทันที่โครงการเหล่านั้นจะเป็นรูปเป็นร่าง ทั้งฝ่ายค้านและนักวิชาการกลุ่มหนึ่งก็ตั้งหน้าตั้งตรวจสอบเพื่อจับผิดและรีบติเรือทั้งโกลน เพียงเพราะมองทุกอย่างในมิติเดียวเท่านั้น นั่นก็คือมิติการเมือง ทำให้โครงการดีๆ หลายโครงการที่ทะลวงถึงแก่นแท้ของปัญหาของชาวนาและคนยากจนกลับถูกมองข้ามไม่มีใครให้ความสนใจ

 หนึ่งในโครงการนั้นก็คือ "โครงการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร" ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้อนุมัติเงิน 5,870 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ "ชาวนาเอ็นพีแอล" หรือเกษตรกรที่กำลังจะถูกธนาคารยึดเอาทรัพย์สินที่ดินซึ่งไปค้ำประกันเงินกู้แล้วไม่มีเงินจ่ายคืนแต่ไหนแต่ไรมา ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ แต่นับวันชาวนาซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของประเทศกลับไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง ผลการสำรวจระหว่างปี 2549-2552 พบว่ามีชาวไร่ชาวนาเดือดร้อนจากหนี้เอ็นพีแอลจนต้องขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนฟื้นฟู 3.6 แสนราย แต่มีผู้ได้รับความช่วยเหลือเพียง 9,800 ราย คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,900 ล้านบาท

 ถึงแม้ว่ารัฐจะมีความหวังดีต้องการปลดหนี้และคืนที่ดินให้ชาวนา แต่รัฐจะต้องศึกษาบทเรียนความผิดพลาดในอดีตที่ทำให้โครงการช่วยเหลือไม่คืบหน้า ชาวนาหลายคนเผยว่าเป็นเพราะกลุ่มผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นและธนาคารมีผลประโยชน์ทับซ้อนและต่างไม่มีความจริงใจที่จะให้ชาวนาได้ที่ดินคืนจริงๆ ขณะเดียวกัน มูลเหตุที่ทำให้ชาวนาต้องนำที่นาไปจำนองเป็นเพราะต้องการเงินไปซื้อปุ๋ยซื้อเครื่องมือทำเกษตร แต่กลับต้องรับภาระดอกเบี้ยและเงินต้นที่พุ่งทะยานขึ้นทุกเดือนจนจ้องยอมให้เป็นหนี้เสีย

 ตัวแทนชาวนาหลายคนยังได้เสนอทางออกที่สร้างสรรค์ให้รัฐนำไปพิจารณาอย่างเช่นให้รัฐไปซื้อหลักทรัพย์จากธนาคารมาให้หมดแล้วนำมาทำเป็นแลนด์แบงก์ หรือที่ดินส่วนกลางที่ให้ชุมชนช่วยกันดูแล เมื่อเจ้าของที่ดินสามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้หมด ก็ค่อยปล่อยโอนกรรมสิทธิ์คืนให้ แต่ถ้าทำไม่ได้ทรัพย์สินก็ตกเป็นของส่วนกลางของท้องถิ่น เป็นที่ดินชุมชน ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ที่ดินแปลงสวยๆ ตกเป็นของนายทุนทั้งหมด