
"เงินร้อนแสนล้าน"
กาง..ออกมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับผลตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินของ 86 รายชื่อที่ "ดีเอสไอ" ได้ตรวจสอบระหว่างวันที่ 28 เมษายน 2552-พฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองเกิดเหตุความไม่สงบจากการชุมนุมใหญ่ของ "กลุ่มคนเสื้อแดง"
ปรากฏว่า คนในครอบครัวและญาติ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างคุณหญิงพจมาน นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา น.ส.ยิ่งลักษณ์ นางเยาวเรศ และนายบรรณพจน์ รวมทั้งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เอง มียอดเงินหมุนเวียนรวมกันแล้วถึง 3 หมื่นกว่าล้านบาท
ขณะที่กลุ่มนักการเมืองเพื่อไทย มียอดเงินรวม 1,544.9 ล้านบาท กลุ่ม นปช.มียอดเงินรวม 83.4 ล้านบาท กลุ่มอดีตนายทหารและตำรวจ มียอดเงินรวมกว่า 1,634 ล้านบาท กลุ่มบริษัทมียอดเงินรวมกว่า 1 แสนบาท
ซึ่งเมื่อนำยอดเงินจากทุกกลุ่มมารวมกัน ปรากฏว่ามีจำนวนเงินหมุนเวียนถึง 1.5 แสนล้านบาท !!!...เป็นจำนวนเงินมากมายมหาศาลจริงๆ!!!
งานหนักอย่างแน่ๆ สำหรับคนที่ถูกกล่าวหาว่า มีการเงินที่ "ผิดปกติ" และ "ต้องสงสัย" เพราะต้องมี "ภาระการพิสูจน์" ว่า เงินที่ไหลเข้ามาที่บัญชี เป็นเงินที่ตนเองได้มาโดยชอบ เช่น ขายทรัพย์สินอะไรไปบ้าง ถึงได้เงินมาจำนวนมากมายขนาดนั้น
และเมื่อมีการถอนเงินออกไปจากบัญชี ก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่า นำไปใช้ทำอะไร ต้องมีหลักฐานใบเสร็จมาแสดง เพราะเกือบทุกบัญชี เมื่อมีเงินฝากเข้ามา ก็มีการถอนเงินออกไปเกือบเกลี้ยงทุกบัญชี
โดยเฉพาะบัญชีของสองคนนี้ น่าสนใจมาก...คือบัญชีของนายพานทองแท้ ชินวัตร พบยอดเงินหมุนเวียน 4,284 ล้านบาท ฝากประมาณ 16 ล้านบาท ถอนประมาณ 4,233 ล้านบาท
ส่วนอีกบัญชี คือ น.ส.พินทองทา ชินวัตร พบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชี ประมาณ 7,630 ล้านบาท ฝากประมาณ 1,000 ล้านบาท
แต่มีข้อสังเกตว่าตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2553 ถอนเงินจาก 3 บัญชี มีการถอนเงินออกจากบัญชี เป็นเงิน 6,630 ล้านบาท
รวมยอดเงินที่สองคนนี้ถอนออกไปในช่วงเดือนเดียว ก็ปาเข้าไปถึง "หมื่นล้านบาท" เงินจำนวนมากมายขนาดนี้เอาไปทำอะไรกัน
และหากจะตั้ง "ข้อสังเกต" เกี่ยวกับเงินที่หมุนเวียนสะพัดกว่า 1 แสนล้านบาท ในช่วงที่การชุมนุมทางการเมืองกำลังร้อนระอุ ก็มีได้หลาย "คำถาม" เช่นกัน
หนึ่ง... เงินจำนวนมากมายมหาศาลมาจากไหนกัน
สอง... ทั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลสั่งยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท และเงินที่เหลืออีก 3 หมื่นกว่าล้านบาทที่ศาลไม่ได้สั่งยึดแต่ก็ยังไม่ได้คืนทั้งหมด เพราะถูก คตส.ยึดไว้เพื่อชำระค่าภาษีอากรค้างจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมเบี้ยปรับ ...แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเอาเงินมาจากไหนอีกนับแสนล้านบาท กระจายไปตามบัญชีของบุคคลต่างๆ
สาม... เงินหมุนเวียนจำนวนนับแสนล้านบาทในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม อาจเป็นพิสูจน์หนึ่งว่า มีการจ่ายเงินเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" ให้แก่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงให้ "เผาบ้าน-เผาเมือง" จริง
สี่... เงินที่ถอนออกไปจำนวนมหาศาล นำไปใช้ทำอะไร
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นเพียง "ภาระหนัก" ของผู้ถูกกล่าวหา เท่านั้นที่ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์เกี่ยวกับเงินที่ตนเองได้มาว่าได้มาโดยชอบ
แต่ก็เป็น "ภาระหนัก" ของฝ่าย "รัฐบาล" และ "ภาครัฐ" เช่นกัน ที่ต้องหาพยานหลักฐานมามัด มาหักล้างหลักฐานของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา มีหลักฐานมาแสดง จะมีแต่เพียงบัญชีรายชื่อและยอดเงินรวมของแต่ละบัญชีตามที่กางออกมา แต่ "กลวง" ไม่มีหลักฐานมาสนับสนุนก็คงไม่ได้เช่นกัน
เพราะว่า...เรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงินในครั้งนี้ จะส่งผล "ทางการเมือง" ด้วยอย่างชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่าลืมว่า ที่ผ่านมา "รัฐบาล" กล่าวหามาตลอดว่า มีการกระทำในลักษณะที่เป็นการ "ก่อการร้าย" ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมาซึ่งไม่ใช่การชุมนุมตามปกติภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย
ดังนั้นการหาหลักฐานที่มีน้ำหนักมาแสดงให้เห็นว่า มีการจ่ายเงินเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" เพื่อทำการ "ก่อการร้าย" เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง... จึงเป็นเรื่องจำเป็น
เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้กลั่นแกล้ง "แกนนำผู้ชุมนุม" ยัดข้อหาก่อการร้ายให้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ "ผู้ปฏิบัติ" เท่านั้น แต่ยังรวมถึง "ผู้สนับสนุน-ผู้ใช้" ที่อยู่เบื้องหลังอีกด้วย
ฐานันดร 4



