ข่าว

สุขุมพันธุ์ยันไม่ได้สั่งปลดปลัดกทม.อภิสิทธิ์ขอตัว

สุขุมพันธุ์ยันไม่ได้สั่งปลดปลัดกทม.อภิสิทธิ์ขอตัว

17 มิ.ย. 2553

"สุขุมพันธุ์" ยันไม่มีคำสั่งปลด ปลัด กทม. อ้างนายกฯ ขอตัวช่วยงานสำนักงานเลขาฯ นายกฯ

(17มิ.ย.) เมื่อเวลา 15.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการปลดนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม.ว่า ตามที่มีข่าวในหนังหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ว่า ตนสั่งปลดหรือเด้งปลัดกทม.นั้นไม่เป็นความจริง หากใครอยากจะเชื่อว่าตนสั่งปลดก็แล้วแต่ เพราะตนคงไปห้ามความคิดของใครไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ถือว่านายพงศ์ศักติฐ์ยังอยู่ในตำแหน่งปลัด กทม.โดยตนไม่ได้สั่งปลดท่านออกจากตำแหน่งแต่อย่างใด เพียงแต่ทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ขอตัวไปช่วยงานที่สำนักงานเลขาธิการนายกฯ อีกทั้งท่าน ปลัด กทม.ก็เต็มใจ เพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ และภารกิจในกทม.ค่อนข้างหนักมากเมื่อเปรียบเทียบกับสุขภาพของท่าน ขณะเดียวกันนายกอรปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ได้มีหนังสือสอบถามมาที่ตนว่าจะมีการขอโอนย้ายนายพงศ์ศักติฐ์ ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการ ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตนจึงมีหนังสือตอบกลับไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่าไม่ขัดข้อง

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข่าวว่าถูกกดดันจากฝ่ายการเมืองเพราะไม่สนองนโยบายฝ่ายการเมือง หรือมีปัญหาเรื่องของการโยกย้ายข้าราชการในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่เป็นความจริง เพราะตนกับปลัด กทม.ประสานการทำงานกันมาด้วยดีโดยตลอด ไม่มีเหตุอะไรที่ใครจะไปกดดันท่าน อีกทั้งตนได้พยายามยับยั้งการตัดสินใจแล้ว ทั้งนี้ การดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เหมือนกับตำแหน่งข้าราชการประจำ ตำแหน่งการเมืองสามารถย้ายหรือปลดได้หากทำงานไม่เหมาะสม แต่ข้าราชการประจำนั้นถือเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นการปลดหรือย้ายโดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต้องทำด้วยความรอบคอบ ส่วนใครจะมองว่าการปลดครั้งนี้เป็นเรื่องง่ายๆจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

 เมื่อถามว่านายกฯ ขอตัวปลัด กทม.ให้ไปช่วยงานด้านใดเป็นพิเศษ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ท่านนายกฯ เป็นนายของผม ผมไม่มีสิทธิที่จะไปถามความเห็นของท่าน

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนการแต่งตั้งปลัดคนใหม่ขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากคนเก่ายังอยู่ในตำแหน่ง ซึ่งแนวทางในการเลือกที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาเป็นเวลานานนั้นจะพิจารณารองปลัดทั้งหมดที่มีคือ 6 คน โดยดูตามความอาวุโส แต่หากไม่มีผู้ที่เหมาะสมจริง อาจจะพิจารณาเลือกผู้อำนวยการสำนัก หรือข้าราชการระดับ 10 มาประกอบในการพิจารณาด้วย เนื่องจากเรื่องนี้ในกฎหมายไม่ได้มีการระบุไว้ว่าเป็นกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ยืนยันว่าการเข้ามาทำงานตรงนี้ยินดีที่จะเคารพตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่หากธรรมเนียมปฏิบัติเป็นอุปสรรคในการทำงานก็จะต้องเอางานมาก่อน

 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า หลังจากมีข่าวว่าผู้ว่าฯ กทม.สั่งเด้งปลัด กทม.ในช่วงเช้า ตลอดทั้งวันบรรดาข้าราชการในศาลาว่าการ กทม.ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของผู้ว่าฯ กทม.กันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกประหลาดใจกับการตัดสินใจของผู้ว่าฯ กทม. นอกจากนี้ในส่วนของข้าราชการระดับสำนัก และสำนักงานเขตประมาณ 30 – 40 คน ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับนายพงศ์ศักติฐ์มานาน ต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นเสียงเดียวกันว่าหลังจากนี้จะต้องถูกโยกย้ายจากฝ่ายการเมืองด้วยเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองก็อยากจะนำคนของตัวเองมาทำงานแทนในหลายๆ ตำแหน่ง แต่ก็ถูกปลัด กทม.ทัดทานถึงความเหมาะสมมาโดยตลอด

 ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ฐานะเพื่อนร่วมรุ่นนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่นที่ 12 กล่าวว่า โดยส่วนตัวตนเสียดายหากนายพงศ์ศักติฐ์จะออกจากตำแหน่งปลัด กทม.จริงๆ เนื่องจากว่านายพงศ์ศักติฐ์เป็นลูกหม้อศาลาว่าการ กทม.และเป็นข้าราชการที่มีฝีมือ มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเพื่อนร่วมรุ่น ปรอ. ที่ 12 ที่สนิทสนมกับนายพงศ์ศักติฐ์ ทราบว่านายพงศ์ศักติฐ์ไม่ต้องการต่ออายุราชการในตำแหน่งปลัด หลังจากที่ทำงานมานานนับ 4 ปีแล้ว ซึ่งในระเบียบราชการ ผู้ใดที่อยู่ในตำแหน่งครบ 4 ปีก็ต้องยกระดับการทำงานให้สูงขึ้น โดยหลังจากที่ได้รับการอนุมัติก็จะไปทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอีกสาเหตุหนึ่งที่นายพงศ์ศักติฐ์ไม่ต้องการดำรงตำแหน่งปลัด กทม.เพราะต้องการอยากลงเล่นการเมือง และก่อนหน้านี้นายพงศ์ศักติฐ์ได้เคยคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยส่วนตัวนายสุเทพยินดีที่จะรับให้เข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ โดยจะได้ลง ส.ส.สุโขทัยในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะนายพงศ์ศักติฐ์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่