
มาร์คยันไม่มีกก.แก้รธน.ถอนตัวปรองดองเดินหน้า
อภิสิทธิ์ยันไม่มี กก.แก้ รธน.คนใดถอนตัว มั่นใจแผนปรองดองเดินหน้าได้ บอกบรรยากาศเริ่มเย็นลงนิดหน่อยแล้ว เผยยังไม่ได้ทาบใครเป็น ปธ.ปฏิรูปประเทศไทย เผยพบ อานันท์ แล้วสนใจงานหลายด้าน
เมื่อ เวลา 14.45น. วันที่ 17 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ว่า ขณะนี้การทำงานของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ เป็นประธาน มีกรอบการทำงานมากกว่าตัวคณะกรรมการสมานฉันท์แล้ว ซึ่เรื่องนี้ก็ทราบมาตั้งแต่ต้น แต่เราก็ถือว่ามีจุดเริ่มต้น ความจริงคณะกรรมการสมานฉันท์ก็ไม่ได้มีเรื่องของ 6 ประเด็น การมีส่วนร่วม การพูดถึงการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)หรือไม่ ก็กว้างขวางพอสมควร ก็ขอให้ทางคณะกรรมการฯ ใช้ดุลพินิจในการกำหนดกรอบเวลา จัดลำดับความสำคัญ และที่เข้าไปในช่วงต้นนั้นก็เพื่อเน้นว่าขอให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในรูปแบบ ใดรูปแบบหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่การที่มีการตีกรอบว่าจะใช้เวลาเพียง 4 เดือน จะตอบโจทย์การปฏิรูปการเมืองหรือหรือ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำว่า 4 เดือน น่าจะเป็นผลจากตัวคณะกรรมการต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่เขาเสนอแนะมาหลังจากนั้นจำ เป็นต้องมีการดำเนินการต่อ เพราะถ้าหากมีความจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้กฎหมาย หรือทำประชาพิจารณ์ ทำประชามติ ก็อาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือได้รูปธรรมว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อถามว่ากรรมการชุดของนายสมบัติถูกวิจารณ์ว่าส่วนใหญ่เป็นกรรมการเสื้อเหลือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เขามีจุดยืนไม่แก้รัฐธรรมนูญ แต่คณะกรรมการฯกำลังมาดูว่าจะมาแก้ในประเด็นไหนอย่างไร
ต่อข้อถามว่าแต่หลายคนอยู่ร่วมใน ส.ส.ร.ชุดที่ผ่านมา ประเด็นที่จะเข้าไปพิจารณาแก้ไขอาจไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงเช้า ( 17 มิ.ย.) ที่ได้พบกับคณะกรรมการฯชุดของนายสมบัติ ก็ได้เรียนไปแล้วว่าขอให้ฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ก็ไม่เห็นมีใครมีความเห็นไปอย่างอื่น ส่วนรูปแบบวิธีการกรรมการฯจะไปพิจารณาเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่ากรรมการบางคนจะขอถอนตัว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สอบถามจากนายสมบัติแล้วไม่มีใครถอนตัว ส่วนนายนันทวัฒน์ บรมานันท์ นายสมบัติระบุว่าเดินทางไปต่างประเทศ เพราะทั้งหมดนายสมบัติเป็นคนทาบทามและคัดเลือกเข้ามา
เมื่อถามว่าวันนี้หลายกลไกตามแผนปรองดองขับเคลื่อนไปบ้างแล้วมีความหวังมากน้อย แค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ ผมมีความหวังนะครับ ผมเห็นหลายคนมีความตั้งใจ และหลายภาคส่วนเขาก็เริ่มทำในส่วนของเขาเอง เช่น ภาคธุรกิจ ภาคท้องถิ่นที่ผมได้ไปพบปะขณะนี้มีความตื่นตัวพอสมควร อยากจะมีส่วนร่วมซึ่งถือเป็นสัญญานที่ดี แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มคนซึ่งวิพากษ์วิจารณ์อยู่ ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราก็ต้องพยายามที่จะหาทางให้เกิดความมั่นใจว่านี่ คือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบ้านเมือง ”
เมื่อถามว่าขณะนี้ถือว่าบรรยากาศในบ้านเราเย็นลงหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ นิดหน่อย ”
เมื่อถามว่าแต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางไปเยี่ยมแกนนำที่ถูกจำคุกก็มีการกดดันเพื่อให้มีการประกันตัว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าทุกอย่างเป็นการใช้สิทธิ์ อยู่ในกรอบของกฎหมาย เป็นไปด้วยความสุจริตก็ไม่เป็นไร และมั่นใจว่าศาลคงไม่กดดัน ในส่วนของรัฐบาลก็ต้องดูแลว่าองค์กรต่างๆที่ทำหน้าที่ต้องไม่ถูกกดดัน และถ้ามีความพยายามไปกดดันก็จะมีมาตรการออกมา และไม่คิดว่าจะมีการใช้จำนวนคนมากดดันรัฐบาลได้อีก เราก็ต้องช่วยกัน สังคมก็มีบทเรียนจากความเสียหายหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว วันนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
เผยยังไม่ได้ทาบใครเป็น ปธ.ปฏิรูปประเทศไทย
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อกว่าจะใช้เวลา 7 วัน ในการทาบทามบุคคลที่มีการเสนอชื่อมาจาก เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย มาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ว่า เดี๋ยวตนจะไปคุยแล้วจะเรียนให้ทราบ ในส่วนที่เดินทางไปพบและพูดคุยกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีต นายกรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นก็เป็นการพูดคุยถึงภาพรวมทั่วไป ซึ่งนายอานันท์ก็สนใจหลายๆเรื่องที่จะต้องทำกันต่อไป
เมื่อถามถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยนั้น ควรเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องเป็นคนที่สามารถมองภาพกว้างและมองยาวออกไปเพราะเป็นเรื่องของโครงสร้าง ขณะเดียวกันก็ต้องสามรถระดมความร่วมมือจากภาคประชาชนได้ เมื่อถามว่านายอานันท์แนะนำใครหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยเลย
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าถ้าได้ตัวประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยแล้ว ประชาชนจะยอมรับได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าได้ตัวประธานฯแล้วจะเดินหน้าทำงานได้ คำว่าประชาชนตอบรับจะไปบอกหรือคาดหวังว่าให้คน 100 % ตอบรับ นั้นเป็นไปไม่ได้เพราะตนก็เห็นว่าทุกชื่อไม่ว่าจะหยิบใครขึ้นมาก็ต้องมีฝ่าย หนึ่งฝ่ายใดกังวลใจ หวาดระแวง ซึ่งเป็นธรรมดาในสภาวะบ้านเมืองแบบนี้ แต่อย่างที่ตนย้ำคือทุกคน ทุกคณะที่เข้ามาทำงานขณะนี้ตนพูดตรงกันว่าให้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงตรงนี้ และก็ต้องพิสูจน์ด้วยการทำงานให้เห็นว่าทุกคณะทำงานฯที่ขับเคลื่อนอยู่มี ความเป็นธรรม มีความตั้งใจที่จะมาทำเพื่อส่วนรวมและคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความหวาดระแวงในสังคมว่าแต่ละส่วนจะมี ธงของตัวเองและทำทุกอย่างเพื่อการเมือง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การทำงานจะเป็นตัวพิสูจน์ และต้องพยายามใช้เหตุผล เช่น คณะกรรมการฯชุดที่มาทำงานเรื่องการปฏิรูป งานมันไม่ได้เสร็จในรัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะทำตัวเป็นเจ้าของก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่จะต้องมากังวลใจหรือหวาดระแวง เช่นเดียวกับคณะกรรมการฯชุดอื่นๆ ทั้งหมดี่ทำก็ เพื่อที่จะให้ได้สภาวะแวดล้อมในสังคมที่ทำให้ประเทศเดินหน้าได้



