
ปณิธานเผยรอDSI-ปปง.รวมหลักฐานท่อน้ำเลี้ยงแดง
ปณิธาน เผยรอดีเอสไอ-ปปง.รวบรวมหลักฐานท่อน้ำเลี้ยงแดง โวพบข้อมูลเพียบ วอนขอโอกาสจนท.ทำงาน ชี้ที่ผ่านมาไม่เคยเห็น จนท. ทำงานร่วมกันมากขนาดนี้ "จตุพร"แฉขบวนการตบทรัพย์แดงจี้"DSI"แจง แขวะรบ.ตั้งกก.ปรองดองหลอกปชช.
(17มิ.ย.) ที่อิมแพคเมืองทองธานี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังงาน การประชุมระดมความคิดความเห็นเพื่อหาแนวทางปฏิรูปประเทศไทย ถึงกรณีการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง บอกว่าให้รอทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และ สำนัก งานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง.) รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องใช้เวลาบ้าง เนื่องจากว่าเครือข่ายเราได้ข้อมูลค่อนข้างซับซ้อนและ โยงใยไปหลายกลุ่ม และต้องประกอบกับการสอบสวนเรื่องอื่นๆควบคู่ไปด้วย เช่นการติดต่อสื่อสาร เชื่อมโยงของกลุ่มต่างๆที่ให้การสนับสนุนการกระทำของคนเสื้อแดง ดังนั้นการตรวจสอบจึงไม่ใช่เฉพาะการเคลื่อนไหวทางการเงินอย่างเดียว แต่ทางดีเอสไอและคณะทำงานอีก 12 กลุ่ม ได้ทำงานร่วมกันกับหลายหน่วยงาน ซึ่งการกับงานร่วม กันจะต้องอาศัยเวลา เพื่อให้ภาพรวมมีความชัดเจนมากขึ้น
เมื่อถามว่ารูปแบบของท่อน้ำเลี้ยง หรือการส่งเงินเพื่อสนับสนุนคนเสื้อแดง แบบนอกระบบที่ไม่ได้ผ่านการโอนเงิน หรือทำธุรกรรมผ่านทางธนาคาร นายปณิธาน กล่าวว่า เรื่องของการกระทำนอกระบบคงจะต้องเริ่มทำงานมากขึ้น แต่การดูนอกระบบจะต้องดูไปยังเครือข่ายอื่นๆด้วย เช่น การติดต่อกันและกัน การพบปะกัน เป็นต้น เพราะว่าการโอนเงินผ่าทางระบบตัวเงินอาจจะไม่เห็นทางตัวเงินทั้งหมด แต่จะต้องดูความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ในระบบต่างๆ โดยทั้งหมดนี้เราไม่ได้กล่าวหาใคร หรือว่าไล่ล่า แต่ดูความเชื่อมโยงจริงที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้รู้ว่ากระบวนการดังกล่าวมีส่วนอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่าท้ายที่สุดถูกมองว่าไม่สามารถที่เอาผิดกับกลุ่มคนเหล่านั้นได้ นายปณิธาน กล่าวว่า จะต้องให้โอกาสเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลองทำงานไปก่อน เนื่องจากว่าเท่าที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันมากขนาดนี้ รวมถึงครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีข้อมูลค่อนข้างมาก แต่ว่าจะสามารถนำไปสู่กระบวนการดำเนินคดีได้อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับศาลด้วยว่าจะรับหลักฐานเหล่านี้อย่างไร แต่การวบรวมหลักฐานมีการรวบรวมอย่างเป็นระบบ และทำอย่างครอบคลุม เพื่อนำสู่กระบวนการยุติธรรม
"จตุพร"แฉขบวนการตบทรัพย์แดงจี้"DSI"แจง
ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลตั้ง 19 อรหันต์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เท่าที่ดูรายชื่อตอบบันได 4 ขั้นได้ว่าเป็นการกระชับพื้นที่ของคมช.และนำคนที่หมดวาระจากการแต่งตั้งของ คมช.มาสานต่อภาระกิจของคมช. โดยให้รัฐบาลชุดนี้เป็นผู้ดำเนินการต่อ นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ คณะกรรมการอิสระศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังยึดอำนาจได้เป็นสนช. และแสดงทัศนะคติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อฝ่ายประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นพวกตนไม่หวังในเรื่องของรัฐธรรมนูญ หรือความปรองดองของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นเป็นการเดินตามบันได 4 ขั้น เพื่อให้เกิดการกระชับอำนาจตามแนวความคิดของคมช.อย่างสมบูรณ์แบบ
ผู้สื่อข่าวถามว่าให้รอดูผลการทำงานก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ นายจตุพร กล่าวว่า การกระทำที่ผ่านมาก็เป็นตัวอธิบายได้ครบถ้วน เพราะนายสมบัติ สนับสนุนการยึดอำนาจและรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพราะฉะนั้นประชาชน และตนจะรอความหวังไม่ได้ ถือเป็นเครื่องมือซื้อเวลาของรัฐบาล เหมือนกับการตั้งคณะกรรมการชุดอื่นๆ เพราะที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยมีแนวความคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขนาดพรรคร่วมเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญแบบเขตเดียวเบอร์เดียวก็ยังไปหักดิบโดยอาศัยมติพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นตนไม่เชื่อว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเสนอแนวทางใหม่ขึ้นมา ถ้ามีอีกคณะหนึ่งตนอยากเสนอให้นำนายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะได้ครบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ถ้าดูรายชื่อแต่ละคนตอบโจทย์ได้ว่ายืนอยู่ฝ่ายไหน และตัวละครที่เล่นกันอยู่ตอนนี้เป็นการแสดงทั้งหมด และทำมาหากินกันด้วย
"ผมขอท้าคุณอภิสิทธิ์ คุณกรณ์ คุณศิริโชค กล้าซื้อไทยคมคืนหรือไม่ ความจริงแล้วไม่ต้องการซื้อไทยคมคืน แต่ต้องการนำเงินจากการปั่นหุ้น ท้ายที่สุดเรื่องนี้กลายเป็นโอละพ่อหลอกแมงเม่าเข้ากองไฟ วันนี้ก็เหมือนกับคณะกรรมการของนายสมบัติ หรือชุดของนายคณิต เหมือนเป็นการปั่นหุ้นเพื่อซื้อไทยคมคืน ท้ายที่สุดก็ไม่ซื้อ กล้าสาบานหรือไม่ว่าการปรองดองเป็นการพูดจริงๆ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยปรองดองเลย " นายจตุพร กล่าวและว่า
วันนี้รัฐบาลยังไล่ล่าและกระบวนการตบทรัพย์คนเสื้อแดงทุกแห่งที่ศอฉ. เคยบอกว่าจับเครื่องปั่นไฟราคา 7 แสนบาท และต่อรองให้นำเงินไปไถ่ 2 แสนบาท รวมทั้งการอายัดบัญชีต่างๆ ก็โทรศัพท์ไปตบทรัพย์ เรื่องนี้ให้ไปถามอธิบดี ดีเอสไอว่ารู้จักหน้าคนตบทรัพย์หรือไม่ ตนไม่เชื่อว่าจะมีคณะกรรมการตบทรัพย์เกิดขึ้น ขอเรียกร้องให้อธิบดีดีเอสไอตรวจสอบพวกตัวเองด้วย ขณะนี้นักธุรกิจเกรงกลัวกันมากในเรื่องธุรกรรมต่างๆ และยังมีการโทรศัพท์ไปแบล็กเมล์ ว่าถ้าไม่ขึ้นบัญชีจะต้องจ่ายเงินกี่ล้านๆ ทำกันถึงขนาดนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าภาคประชาชนเสนอนายอานันท์ ปัญยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคณะกรรมการปฏฺรูปประเทศไทย นายจตุพร กล่าวว่า นานอานันท์ ต้องปฏิรูปตัวเองก่อน สมัยที่เป็นนายกฯ ก็สร้างความเลวร้ายให้กับประเทศนี้ไว้มาก และอยู่ตรงข้ามกับประชาชนอย่างพวกตน จะตั้งนายอานันท์ขึ้นมาอีกคณะก็ไม่แปลกอะไร เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นนพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส หรือใครก็ตาม ก็ตั้งกันไป เพื่อความสนุกสนานได้ในประเทศไทย เพราะเป็นคณะกรรมการที่ไม่ได้มีเป้าหมาย ไม่ว่าจะปฏิรูปประเทศไทย การปรองดอง การแก้ไขรัฐธรรมูญ ไม่เป็นจริงสักเรื่องเดียว กลายเป็นว่ารัฐบาลชุดนี้คิดจะอยู่ต่อ ถึงแม้จะอยู่ให้ตายก็ไม่เกิน 23 ธ.ค. 2554 ซึ่งครบวาระ 4 ปี แต่ตนเชื่อว่าไปไม่ถึง โดยที่พวกตนไม่ต้องทำอะไรเลย ภายในรัฐบาลตนก็นับกันอยู่เหมือนกันว่าจะไปกันรอดหรือไม่อย่างไร
นายจตุพร กล่าวว่า การปรองดองของรัฐบาลไม่เป็นความจริง และถ้านายอภิสิทธิ์ยังอยู่แบบนี้ ตนคิดว่าอยู่ยาก อย่าคิดไปภาคเหนือ หรืออีสาน แต่เดินในกรุงเทพฯ ให้ได้ก่อน ว่างๆ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ลองไปเดินเช็คเรตติ้งในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวดูก็ได้ว่าประชาชนมีความรักอย่างไร ตนขอเตือนว่าการไล่ล่าประชาชน ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาล ถ้าคนอื่นทำแบบนี้กลับคืนบ้างจะรู้สึกอย่างไร อยากฝากไปถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ว่านปช.ที่ถูกจับกว่า 100 คนบางแดนมีการหลิ่วตาให้ซ้อมผู้ต้องหาทั้งหญิงและชาย บางคนหน้าตาปูดบวม ซึ่งได้มีการบันทึกปากคำกับทนายนปช. ไว้เรียบร้อยแล้ว นายพีระพันธุ์จะปฏิเสธหรือไม่ว่าไม่มีการซ้อม
" ผมขอเตือนอย่าได้ทำกับแกนนำทั้ง 11 คน ใครถูกซ้อมต่อให้ 10 พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ไม่มีความหมายกับผม ถ้าเพื่อนผม 1 คน มีปัญหาในคุก " นายจตุพร กล่าว



