
อัยการฟ้องแล้ว2ฝรั่งแนวร่วมแดงฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน
อัยการฟ้องแล้ว สองฝรั่งแนวร่วมเสื้อแดง ซาเวจ เจฟฟีย์ - คอลแชล คอนเนอร์ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ขณะที่เจ้าตัวให้การปฏิเสธ รอสืบพยานสู้คดี อภิสิทธิ์ไม่เห็นด้วยออกกม.นิรโทษคนทำผิดเพิ่ม
ที่ศาลแขวงปทุมวัน ถ.พระราม 4 วันที่ 17 มิ.ย.พนักงานอัยการศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นาย ซาเวจ เจฟฟีย์ ฮักห์ สัญชาติอังกฤษ และนาย คอลแชล คอนเนอร์ เดวิด สัญชาติ ออสเตรเลีย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปชุมนุม หรือมั่วสุมหรือกระทำการใด อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในพื้นที่ที่ประกาศ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
ตามฟ้องระบุว่า ระหว่างวันที่ 14 มี.ค. - 19 พ.ค.53 จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ซึ่งเกินกว่า 5 คน ได้ ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุม กับกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( นปช.) กระทำการกีดขวางการจราจรจนไม่อาจสัญจรได้ตามปกติ และกีดขวางทางเข้า - ออก ของอาคารหรือสถานที่อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงาน การประกอบกิจการ หรือการใช้ชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนทั่วไป และขัดขืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่สั่งให้ยุติการชุมนุมเพื่อให้เป็นไปโดยสงบอันเป็นยุยงกระทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย และความวุ่นวายในบ้านเมือง บริเวณ ถ.ราชดำริ ใกล้กับสวนลุมพินี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศสภาวการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เหตุเกิดที่ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.
ทั้งนี้การยื่นฟ้องดังกล่าว อัยการยื่นฟ้องแยกคนละสำนวน ซึ่งศาลรับฟ้องคดีนายซาเวจ เป็นคดีดำหมายเลขที่ 1221/2553 และนายคอลแชล เป็นคดีดำหมายเลขที่ 1222 /2553 ขณะที่ศาลอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟังโดยมีล่ามผู้แปลภาษาแล้วสอบคำให้การ จำเลยให้การปฎิเสธ ซึ่งศาลกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป เดือน ส.ค.- ก.ย.นี้
สำหรับจำเลยทั้งสองนั้น ปรากฏยังไม่ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว จึงถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ ต่อไป
อภิสิทธิ์ไม่เห็นด้วยออกกม.นิรโทษคนทำผิดเพิ่ม
ที่อาคารคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า ขณะนี้นอกเหนือจากที่เราได้ให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์มาในแต่ละพื้นที่ ตนได้ขอไปยังทุกภาคส่วนแล้วว่าถ้าจังหวัดใดคิดว่าอยากให้ยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสามารถรวบรวมพลังจากฝ่ายราชการ ภาคธุรกิจ มวลชน และการเมืองท้องถิ่น แสดงออกว่าจะช่วยกันดูแลว่า แม้ยกเลิกพ.ร.ก.นี้แล้วจะไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ ตนเชื่อว่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ฟังแน่นอน เพราะถือว่ามีน้ำหนักมาก
นายกฯ ยังกล่าวถึงแนวความคิดการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดริเริ่มของรัฐบาล แต่เป็นการหยิบยกประเด็นขึ้นมาหารือในศอฉ. ซึ่งยังไม่มีข้อยุติ ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าถ้านิรโทษกรรมแล้วจะมีส่วนทำให้การกระทำผิดในอนาคตมีมากขึ้น ก็ไม่เห็นด้วย



