ข่าว

รมช.พาณิชย์ยกทีมสำรวจค้าชายแดนไทย-พม่า

รมช.พาณิชย์ยกทีมสำรวจค้าชายแดนไทย-พม่า

17 มิ.ย. 2553

แม่ฮ่องสอน-หอการค้าฯ เผย รมช.พาณิชย์ เตรียมยกคณะสำรวจเส้นทางผ่านจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น 14 - 18 ก.ค. นี้ หวังเปิดช่องทางผ่านพม่าทะลุทะเลที่อ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย เล็งยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่นเป็นด่านถาวร ดันมูลค่าการค้าทะลุ 2 แสนล้าน

นายสุพจน์ กลิ่นปราณีต ประธานหอการค้าจ.แม่ฮ่องสอน  เปิดเผยกับ"กรุงเทพธุรกิจ"ว่า ในวันที่ 14 - 18 ก.ค. 2553 นี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยวาการกระทรวงพาณิชย์ จะนำคณะเดินทางไปสำรวจเส้นทางจากจุดผ่อนปรนด่านบ้านห้วยต้นนุ่น ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นด่านพรมแดนไทย - พม่า มีระยะทางจากอ.เมืองถึงอ.ขุนยวม 65 กม. จากอ.ขุนยวมถึงบ้านห้วยต้นนุ่น 50 กม. รวมระยะทางประมาณ 115 กม. 

 ทั้งนี้ เพื่อเตรียมยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น เป็นด่านการค้าชายแดนถาวร และผลักดันการค้า - การลงทุน รวมทั้งการท่องเที่ยว เนื่องจากเส้นทางจากบ้านห้วยต้นนุ่น ตัดผ่านพม่าจะสามารถเชื่อมต่อไปยังทะเลที่อ่าวเบงกอลของมหาสมุทรอินเดีย ที่เมืองทันเวย์ได้ เส้นทางจากพม่า - ทันเวย์ หากเดินทางโดยเครื่องบินใช้เวลาเดินทางเพียง 50 นาที ส่วนทางรถยนต์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.เท่านั้น

 นอกจากนี้คณะของรมช.พาณิชย์ จะเจรจากับฝ่ายพม่าที่เมืองหลวงเนปิดอว์ โดยอ้างผลการประชุมของคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าไทยกับพม่า (เจดีซี) ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งรัดผลักดันยกระดับจุดผ่อนปรนเป็นด่านถาวร และพัฒนาการค้า-การลงทุน-การท่องเที่ยวร่วมกัน

 "แม้ปัจจุบันเส้นทางจากอ.เมือง ไปยังบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม ที่มีระยะทางประมาณ 50 กม. จะเป็นดินลูกรัง แต่เป็นดินแข็งฤดูฝนไม่มีปัญหา สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย  ส่วนทะเลที่อ่าวเบงกอลยังมีความสวยงามและบริสุทธิ์อยู่มาก"นายสุพจน์กล่าว

 หอการค้าฯเล็งเห็นว่าหากมีการยกระดับด่านบ้านห้วยต้นนุ่นและพัฒนาเส้นทางคมนาคมจุดนี้สำเร็จ จ.แม่ฮ่องสอนและ 17 จังหวัดภาคเหนือจะมีช่องทางออกสู่ทะเลใกล้กว่าเดินทางไปทะลฝั่งอันดามัน  ประโยชน์ที่ตามมานอกจากการค้าชายแดนแดนระหว่างประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันสินค้าส่วนใหญ่ เป็นพืชไร่ เครื่องอุปโภค-บริโภค  มีมูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากรเฉลี่ยปีละ 6 - 7 แสนบาท แต่เมื่อรวมมูลค่าการค้านอกระบบด้วยจะสูงถึงปีละ 40 - 50 ล้านบาท

 นายสุพจน์ กล่าวว่า  หากมีการยกระดับเป็นด่านถาวรและมีการเชื่อมโยงเส้นทางออกสู่ทะเลได้สำเร็จ  มูลค่าการค้าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท  เพราะทะเลอ่าวเบงกอลมีการพูดถึงแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้งานได้ ในอนาคตหากมีการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติมาใช้งานและต่อท่อมายังภาคเหนือของไทย จะทำให้ต้นทุนการใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติถูกลง   คาดว่าภายในปี 2553 นี้การผลักดันยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่นให้เป็นด่านถาวรจะประสบความสำเร็จเนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล