ข่าว

19อรหันต์เข้าพบ"มาร์ค"รับเเนวทางการทำงาน

19อรหันต์เข้าพบ"มาร์ค"รับเเนวทางการทำงาน

17 มิ.ย. 2553

"สมบัติ" นำ 19 อรหันต์พบ "นายกฯ" รับเเนวทางทำงาน เเบ่งชุดย่อยสามชุด ระบุจะศึกษาการเเก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นของกรรม การสมานฉันท์ก่อน คาดส่งได้ในต.ค.วอนอย่าเหมาว่าเป็นเสื้อเหลือง ตัวเองไม่เคยอยู่สีใด ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันเพราะบ้านเมืองพังเพราะเเบ่งสี

(17มิ.ย.) ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปการเมือง และคณะกรรมการอีก18คนเข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกฯเข้าร่วมประชุมและให้แนวทางกับที่ประชุม10นาที จากนั้นคณะกรรมการได้ประชุมต่อโดยใช้เวลา2ชั่วโมงเศษ ทั้งนี้นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ได้มาประชุมในวันนี้เพราะเดินทางไปต่างประเทศ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น.ก่อนการเข้าประชุม นายบรรเจิด สิงคะเนติ หนึ่งในคณะกรรมการ ตอบข้อซักถามกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า การตั้งคณะกรรมการชุดนี้เป็นการต่อยอดทายาทอสูร และกรณีที่นายไชยยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาเสนอว่า ควรนำคนเสื้อแดงเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการฯด้วยว่า “ ผมไม่ได้เป็นคนตั้งคณะกรรมการชุดนี้ คงต้องไปถามคนที่ตั้งมาจะดีกว่า”

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะกรรมการฯชุดดังกล่าว ได้เข้าพบและรอรับทราบนโยบายจากนายกฯตั้งแต่เวลา08.00 น ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า

 จากนั้นเวลา12.00น.นายสมบัติแถลงข่าวหลังการประชุมนัดแรกว่า วันนี้ได้ประชุมครั้งแรก โดยนายกฯได้ให้แนวทางและเปิดโอกาสให้คณะกรรมการสอบถามโจทย์จากรัฐบาลว่าต้องการให้ทำอะไรบ้าง โดยโจทย์3ข้อนั้นมีดังนี้ กรอบการทำงานของคณะกรรมการฯที่ต้องพิจารณาคือ 1.พิจารณาตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองเเละศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ วุฒิสภาที่เคยยื่นข้อเสนอ6ประเด็นกับนายกฯไว้แล้วนั้น นายกฯบอกว่าหากมีสิ่งใดที่นอกเหนือจาก6ประเด็นดังกล่าว สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ขอให้คณะกรรมการฯเสนอความเห็นเพิ่มเติมได้ 2.การสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองการปกครองในระบอบอประชาธิปไตย 3.สร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากประชาชน

 “คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีธง มีความเป็นอิสระเต็มที่ นายกฯไม่เข้ามาครอบงำการทำงาน”นายสมบัติกล่าวและว่า นายกฯไม่ได้กำหนดกรอบเวลาทำงานว่าต้องแล้วเสร็จเมื่อใด เรื่องใดที่เสร็จก่อนก็นำเสนอก่อน และคณะกรรมการทราบว่ารัฐบาลอยากให้สรุปและเสนอกลับมาที่รัฐบาลให้ได้ในเดือนต.ค. คณะกรรมการคิดว่าบางส่วนอาจเสนอต่อรัฐบาลได้ในช่วงเวลานั้น แต่ส่วนอื่นที่นอกเหนือไปที่ใช้เวลามากกว่านั้นก็ทำงานต่อไป

 นายสมบัติกล่าวว่า คณะกรรมการได้แบ่งคณะอนุกรรมการเป็น3ชุดคือ 1.คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯโดยมีนายศักดา ธนิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นประธาน นายเจษฎ์ โทณะวณิก เป็นกรรมการและเลขานุการ นายตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นายวุฒิสาร ตันไชย นายสิริวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ เป็นกรรมการ 2.คณะอนุกรรมการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองไทย โดยมีนายแสวง บุญเฉลิมวิภาส อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธาน นายเธียรชัย ณ นคร เป็นกรรมการและเลขานุการ นายศุภชัย ยาวะประภาษ นายจรัส สุวรรณมาลา นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ นายบรรเจิด สิงคะเนติ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นกรรมการ 3.คณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมกับประชาชนในการสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายไชยา ยิ้มวิไล เป็นประธาน นายทวี สุรฤทธิกุล เป็นกรรมการและเลขานุการ นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นายประสาท สืบค้า นายสุนทร มณีสวัสดิ์ เป็นกรรมการ

 นายสมบัติกล่าวว่า คณะอนุกรรมการทั้ง3ชุดนี้อาจจะตั้งคณะทำงานชุดอื่นๆที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีความครอบคลุมในเนื้อหาประเด็นต่างๆมากขึ้น และคณะอนุกรรมการทั้ง3ชุดจะไปจัดทำแผนการงานและเสนอต่อคณะกรรมการในการประชุมวันที่30มิ.ย.เวลา09.00น.ที่สำนักปลัดสำนักนายกฯ เพื่อให้ความเห็นชอบแผนการทำงานของคณะอนุกรรมการต่อไป

 เมื่อถามว่า คณะกรรมการจะได้ข้อสรุปในเดือนต.ค.เลยหรือไม่ นายสมบัติกล่าวว่า ขอเรียนว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นแบ่งเป็น2ส่วนย่อย คือ1. การศึกษาแก้ไขตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯเสนอไว้ใน6ประเด็น คณะอนุกรรมการจะไปสอบถามความเห็นประชาชนในเรื่องนี้ว่ามีความเห็นเช่นใดจากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณาต่อโดยยึดหลักวิชาการและประโยชน์ของประเทศ และน่าจะดำเนินการได้ก่อน 2.ส่วนการวิเคราะห์ปรับโครงสร้างรัฐธรรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองนั้น มันเป็นเรื่องในอนาคตที่ใหญ่มากและต้องใช้เวลาเพราะอาจเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างกระบวนการยุติธรรม สถาบันทางการเมืองและความเข้มแข็งของระบบการเมือง แม้เรื่องนี้ไม่ใช่โจทย์หลักของรัฐบาลแต่คณะกรรมการจะดำเนินการและเสนอใครก็ได้ในอนาคตที่เห็นว่าเรื่องนี้หากมีประโยชน์ก็ควรนำมาขับเคลื่อน เมื่อถามว่า คณะกรรมการระบุว่าการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเสร็จในเดือนต.ค.สอดรับกับสิ่งที่นายกฯระบุว่าจะยุบสภาในช่วงนั้น นายสมบัติกล่าวว่าไม่ทราบ เรื่องนั้นเป็นเรื่องของรัฐบาล คณะกรรมการไม่ได้กำหนดแบบนั้น สิ่งใดที่เสร็จแล้วก็จะเสนอให้รัฐบาล เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายกฯระบุหรือไม่ว่าจะนำไปสู่การยุบสภา นายสมบัติกล่าวว่า นายกฯไม่ได้พูด และเรื่องนี้อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

 เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องรับฟังความเห็นของนักการเมืองด้วยหรือไม่ นายสมบัติกล่าวว่า การศึกษาแก้ไข6ประเด็นนั้นเป็นการต่อยอดความเห็นของนักการเมืองโดยตรง เพราะข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯเป็นข้อเสนอจากส.ส.และส.ว.จนโดนวิจารณ์ว่าการแก้ไขใน6ประเด็นนั้นเป็นการทำเพื่อนักการเมืองและคงไม่นำความเห็นของคณะกรรมการเป็นหลัก แต่จะต่อยอดในสิ่งที่นักการเมืองทำไว้ ฉะนั้นจะบอกว่าไม่รับฟังก็คงไม่ได้

 เมื่อถามว่า การประชุมวันนี้มีแต่น้ำไม่มีเนื้อ นายสมบัติกล่าวว่า เป็นเพียงการเริ่มต้นเพราะการกำหนดกรอบการทำงานมันต้องใช้เวลา เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ6ประเด็นนั้น พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย นายสมบัติกล่าวว่าเป็นโจทย์ที่ได้รับมอบหมายมาและต้องนำมาดูต่อ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของคณะกรรมการ เมื่อถามว่าจะเสนอให้นักการเมืองปฏิรูปตัวเองด้วยหรือไม่ เพราะความวุ่นวายในบ้านเมืองที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากนักการเมือง นายสมบัติกล่าวว่า คณะกรรมการยังไม่ได้คุยกันหากมีความเห็นจากประชาชนมาเช่นใดก็จะเสนอให้นักการเมืองรับทราบ

 เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดนี้นั้นสังคมบางส่วนคลางแคลงใจเพราะเลือกข้าง คืออยู่ฝ่ายสีเหลือง นายสมบัติกล่าวว่า ความคิดเรื่องสีนั้นก็มีการคุยกันในที่ประชุมว่าเวลาที่ตนทาบทามคนนั้น เราไม่ได้ดูสี เพราะเราดูจากความรู้ ประสบการณ์ การยอมรับในวงวิชาการของแต่ละคน คนที่มาร่วมงานนั้นมีทั้งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี และยังดูความชำนาญของกรรมการแต่ละคนโดนไม่ได้ดูสี ส่วนตัวเห็นว่าชาติมีความแตกแยกกันมากเพราะมีความคิดเรื่องสี หากยังกำจัดความคิดดังกล่าวไม่ได้ มีคนนำสีมาใส่ และไม่ทราบว่ามาบอกว่าตนสีอะไรนั้น ขอบอกว่าตนไม่เคยประกาศว่าตนเป็นสีอะไร ด้วยเกียรติภูมิในฐานะนักวิชาการนั้น ตนมีความเห็นอย่างไรก็นำเสนอไปตามนั้น แต่จะไปตรงกับใครบ้างก็ช่วยไม่ได้ ประเทศไทยนั้นหากกลุ่มการเมืองนำสีมาเป็นเงื่อนไขของประเทศและทำให้เกิดความขัดแย้งจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาคนที่ใส่เสื้อสีต่างกันและเข่นฆ่ากันได้โดยไม่รู้จักกัน การปลุกระดมแบบนี้เป็นอันตรายต่อประเทศ กลุ่มการเมืองที่นำสีมาใส่ในการสร้างความขัดแย้งนั้นเราไม่สนับสนุน ไม่อย่างนั้นจะเป็นปัญหาร้ายแรงมากต่อประเทศ

 เมื่อถามว่า จะเชิญฝ่ายที่มีความเห็นตรงข้ามกับคณะกรรมการมาร่วมด้วยหรือไม่ นายสมบัติกล่าวว่า คณะอนุกรรมการจะไปพิจารณาว่าใครสนใจและมาร่วมบ้าง แต่คณะกรรมการชุดนี้มั่นใจว่าสามารถทำงานได้ ขอย้ำว่าหากตั้งธงว่าต้องเอาสี ก็ต้องบอกว่าควรนำมาเท่าๆกันเพราะหากสีไม่เท่ากันก็ทำงานไม่ได้ การนำคนละสีมานั่งด้วยกันจะได้รู้จุดยืนที่แตกต่างกัน แล้วจะหาข้อสรุปจากงานนั้นไม่ได้เลย ขอย้ำว่าคณะกรรมการไม่ได้ยึดเรื่องสีและจะรับฟังความเห็นทั้งหมดหากใครที่มีความเห็นเป็นประโยชน์ขอให้เสนอเข้ามา และควรพูดเรื่องสีให้น้อยหน่อย หากยังยัดเยียดเรื่องสีนั้นจะเป็นอันตรายต่อประเทศ

 เมื่อถามว่า การทำงานจะแล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ และหากรัฐบาลหมดวาระไปก่อน การทำงานจะเป็นเช่นใด นายสมบัติกล่าวว่า สมมติว่ารัฐบาลลาออกหรือยุบสภา คณะกรรมการก็หมดหน้าที่ เพราะคณะกรรมการได้รับการแต่งตั้งจากนายกฯ หากคณะกรรมการยังทำหน้าที่ได้ ข้อเสนอ6ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯจะดำเนินการก่อน เมื่อถามว่า จะจัดทำประชามติด้วยหรือไม่ นายสมบัติกล่าวว่าคงไม่ทำ เพราะประชามติมันใหญ่เกินไปและไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการ เพราะการรับฟังความเห็นประชาชนนั้นมีคณะอนุกรรมการด้านนี้อยู่แล้วที่จะต้องไปคิดและนำเสนอกลับมา เมื่อถามว่า จะเสนอให้รัฐบาลทำประชามติหรือไม่ นายสมบัติกล่าวว่า ได้คุยกับนายกฯแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นหากมีความเห็นขัดแย้งและมีความเห็นตรงกันบ้าง หากคณะกรรมการเห็นว่าบางเรื่องที่มีความเห็นขัดแย้งแตกต่างกันมาก คณะกรรมการก็อาจเสนอให้รัฐบาลทำประชามติก็ได้