ข่าว

สบายๆ สไตล์สีกากี : บิ๊กตร.เดินสาย...เตะลูกหวายงานวัด

สบายๆ สไตล์สีกากี : บิ๊กตร.เดินสาย...เตะลูกหวายงานวัด

22 มี.ค. 2552

"ตำรวจก็เตะตะกร้อได้ หมายเลข 7" "ใครอยากติดคุกฟรีติดต่อได้..." เสียงพากย์น้ำไหลไฟดับของชายวัยกลางคนผิวสีเข้ม มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์นักพากย์กีฬ่า

เอ่ยถึง พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้กำกับการสถานีตำรวจลุมพินี ในชุดกีฬาสีน้ำเงิน เบอร์ 7 โพกหน้าผากด้วยผ้าสีชมพู กำลังโชว์ลีลาเตะลูกหวายสีเขียวสะท้อนแสง อยู่ในสนามแข่งขันตะกร้อลอดห่วงภายในวัด

 เป็นประจำทุกปี... วัดอินทรวรวิหาร จะจัดให้มีการแข่งขันตะกร้อลอดห่วงขึ้นมา ซึ่งตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬาและการละเล่นโบร่ำโบราณที่อยู่คู่กับงานวัดมานาน บางวัดถึงขนาดจัดแข่งขันตะกร้อลอดห่วงชิงเงินแสนเพื่อถวายองค์หลวงพ่อประจำวัดที่นับถือก็มี และที่สำคัญเสน่ห์ของตะกร้อลอดห่วง เป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดให้ประชาชนมาเที่ยวงานอีกด้วย

 บริเวณลานวัด พื้นที่จัดไว้สำหรับฉายหนังกลางแปลงตอนกลางคืน แต่ในช่วงแดดร่มลมตกก็จะถูกแปรสภาพเป็นลานแข่งขันตะกร้อลอดห่วง มีนัดชิงชัยกันทั้งทีมนักตะกร้อลอดห่วงมือใหม่ และตลอดตะกร้อลอดห่วงทีมชาติ ทำให้พื้นที่โดยรอบของสนามตะกร้อลอดห่วงมีชาวบ้านมาจับจองพื้นที่ บ้างนั่งเสื่อ บ้างยืน เพื่อชมลีลาและลุ้นการทำแต้มของทีมโปรดอย่างเนืองแน่น

 ...เวลาการแข่งขันตลอดเกม 40 นาที ผ่านไปแล้ว 15 นาที ทีมตะกร้อลอดห่วงของผู้กำกับ สน.ลุมพินี ยังทำแต้มลื่นไหล จากท่วงท่าการใช้ศีรษะ ลูกศอก ลูกบ่วงมือ และลูกขึ้นม้าบ่วงมือ เป็นต้น โดยต้องทำคะแนนไล่ตามทีมคู่แข่งที่ทำคะแนนนำไปก่อน 1,115 คะแนน

 "เจ้านาย พระรามยังไม่แผลงฤทธิ์" นักพากย์เจ้าประจำแซวลีลาท่าพระรามของ พ.ต.อ.สมประสงค์ หากเข้าห่วงจะได้ถึง 20 คะแนน สลับเสียงโฆษณาขายหางบัตรใบละ 5 บาท ทายผลสีห่วง ที่สามารถทำแต้มได้คะแนนมากที่สุด เพื่อชิงรางวัล พัดลม ข้าวของเครื่องใช้ และรวมถึงการบอกบุญช่วยเหลือค่าบำรุงเสื่อที่ทางวัดจัดหามา เพื่อให้ผู้ชมนั่งดูอย่างสบายๆ ไม่ต้องยืนให้เมื่อย เพียงแค่ช่วยบริจาคเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ เป็นค่าบำรุงเสื่อเท่านั้น

 เวลาการแข่งขันผ่านไปค่อนเกม...ทีม "เอลเมทาซิล" ของผกก.สน.ลุมพินี ยังทำแต้มอย่างต่อเนื่องจนเกือบเบียดขึ้นหลักพัน คนดูก็คอยลุ้นกันตัวโก่งว่าจะทำแต้มไล่กวดทีมคู่แข่งทันหรือไม่ จวบจนมาถึง 2 นาทีสุดท้าย พ.ต.อ.สมประสงค์ เห็นคะแนนยังตามคู่แข่งอยู่หลายแต้มจึงเป็นผู้เร่งทำแต้มเสียเอง

 "เอาขั้นหลักพัน... อีก 2 ดอก เจ้านายพันคะแนน" นักพากย์ ก็ช่วยลุ้นก่อนให้สัญญาณหมดเวลาการแข่งขันทีมผู้กำกับ ทำคะแนนได้ 1,000 คะแนนพอดี มีคะแนนนำเป็นอันดับที่ 2 เข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศในที่สุด 

 "วันนี้ยังเล่นไม่ดี ยังช้าอยู่ ครั้งนี้คู่แข่งทำแต้มให้เราตาม" พ.ต.อ.สมประสงค์ สะท้อนผลการแข่งขัน ก่อนมานั่งพูดคุยถึงการเล่นตะกร้อลอดห่วง กีฬาแห่งความท้าทาย !!       

 "ตะกร้อลอดห่วงเป็นอะไรที่เล่นยากมาก เพราะมันฝืนธรรมชาติ มีศาสตร์และศิลป์ในตัวมันเอง" พ.ต.อ.สมประสงค์ เปรยถึงกีฬาที่เขาเล่นมา 25 ปีเต็ม แต่ยังรู้สึกว่าเล่นไม่เก่ง ไม่ได้ดั่งใจ ไม่เหมือนกีฬาประเภทอื่นๆ อาทิ กอล์ฟ ฟุตบอล เทนนิส ฯลฯ ฝึกเล่นไม่กี่ปีก็เล่นได้อย่างมืออาชีพ

 ผู้กำกับหนุ่มนักกีฬา ย้อนถึงจุดเริ่มต้นที่มาหลงใหลกีฬาพื้นบ้านของไทยว่า เนื่องจากบ้านอยู่ฝั่งธนฯ มีวัดจำนวนมาก และแต่ละวัดก็จะมีงานประจำปีจัดแข่งตะกร้อลอดห่วงทุกวัด ทำให้ซึมซับและชื่นชอบกีฬาตะกร้อลอดห่วง ประกอบกับเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาทุกชนิดอยู่แล้ว เมื่อได้ดูได้เห็นบ่อยๆ ก็เริ่มหลงใหลและเริ่มฝึกหัดเล่นเซปัคตะกร้อก่อน ตั้งแต่อยู่ชั้นประถม มัธยม และค่อยขยับมาฝึกเล่นตะกร้อลอดห่วง

 "เซปัคตะกร้อ แค่เตะลูกลงพื้น แต่ตะกร้อลอดห่วงต้องเตะให้ลงห่วง ต้องใช้สมาธิสูง ภายใต้เวลาที่จำกัด" พ.ต.อ.สมประสงค์ ยังเล่าถึงท่าเผด็จศึกต่างๆ ที่ต้องงัดมาใช้ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา เพื่อทำแต้มเผด็จศึกคู่แข่งในเสี้ยววินาทีนั้นเอง

 ส่วนลูกทีมตะกร้อลอดห่วงของผู้กำกับ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆ ที่มีแววทางด้านตะกร้อลอดห่วง โดย พ.ต.อ.สมประสงค์ สวมวิญญาณแมวมองไปคัดเด็กมาอยู่ในทีมตามงานวัดต่างๆ ด้วยตัวเอง ใครมีฝีเท้าดีก็ชักชวนเข้ามาอยู่ในสังกัด สำหรับตารางการแข่งขันตะกร้อลอดห่วงประจำปี จะเริ่มแข่งขันกันระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน เป็นเวลากว่า 5 เดือน ผู้กำกับนักกีฬา จะพาลูกทีมตระเวนแข่งขันตามงานประจำปีของวัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด กว่า 20 ครั้ง ฟันรายได้ปีละ 5 แสนบาท แบ่งกับลูกทีมที่มีทั้งหมดราว 10 คน ก็จะทำให้แต่ละคนมีรายได้เกือบครึ่งแสน ลูกทีมแต่คนสามารถนำไปลงทุน ทำเงินในส่วนนี้ให้งอกเงยเลี้ยงครอบครัวได้อย่างไม่ลำบากทีเดียว

 หากปลายเดือนนี้...สามารถคว้าแชมป์ตะกร้อไทยแลนด์ลีก ซึ่งดวลฝีเท้ากันที่ จ.นครราชสีมา จะได้รับเงินรางวัลถึง 5 แสนบาท !!

 "ผมเล่นตะกร้อแล้วมีความสุขมาก เพราะได้ทำในสิ่งที่ชอบ ทำให้ชีวิตมีคุณค่า การเล่นตะกร้อเป้าหมายในเกมสั้น แตกต่างจากการทำงาน"  

 "การเล่นตะกร้อก็เป็นการบริหารคน สร้างความเป็นหนึ่งเดียว สั่งไปแล้วก็ต้องทำทันที เพราะมีเงื่อนไขเวลามากำหนด มีความตื่นเต้น แตกต่างจากการทำงานที่มันไม่ใช่เกม ??"

 ทั้งนี้ การเล่นตะกร้อลอดห่วงในสายตาของ พ.ต.อ.สมประสงค์ นอกจากจะเป็นกีฬาที่เสริมสร้างพลานามัยที่สมบูรณ์แล้ว ยังเป็นการสร้างมวลชนในการช่วยเหลืองานในราชการตำรวจด้วย เพราะตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬาของชาวบ้าน ไม่ใช่กีฬาของคนใส่สูท เป็นกีฬาของรากหญ้า ใกล้ชิดประชาชนจริงๆ แตกต่างจากการเล่นกอล์ฟซึ่งไม่เข้าถึงชาวบ้านอย่างแท้จริง แถมยังได้ความรู้สึกเป็นพรรคพวกเดียวกันอีก และกีฬาตะกร้อยังเข้าถึงเยาวชนอีกด้วย มีการออกอบรมเยาวชนตามโรงเรียนต่างๆ ด้วย 

 พ.ต.อ.สมประสงค์ ในฐานะผู้เล่นและโค้ช ยังมองว่า การเล่นตะกร้อนั้นเหมาะกับอาชีพตำรวจมาก เพราะเป็นกีฬ่าที่ต้องใช้ความคิดและการตัดสินใจที่รวดเร็ว และยังเคยนำทักษะจากการเล่นตะกร้อ ตัดสินใจชาร์จตัวประกัน ที่คนร้ายใช้มีดจี้เด็กนักเรียนในช่วงเสี้ยววินาทีที่คนร้ายยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ไม่แตกต่างจากการเหลือเพียงเสี้ยววินาทีที่จะหมดการแข่งขัน ที่ต้องงัดไม้เด็ดมาเผด็จศึกคู่แข่งจนได้รับฉายาต่างๆ มากมาย อาทิ "เพชฌฆาตเลือดเย็น" "โค้งร้อยศพ" "หัวเรดาร์" ฯลฯ

 ...มิน่า...งานประจำปีวัดอินทรวิหารปีนี้..."ทีมเอลเมทาซิล" คว้าแชมป์ไปครองอีกปีแล้ววว !


         ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
         นัทพล ทิพย์วาทีอมร : ภาพ