
หนุ่มแค้นสาวม.6บอกเลิกตามยิงดับคาร้าน
สาว ม.6 บอกเลิกแฟนหนุ่ม ถูกตามราวี สุดท้ายยิงดับคาร้านของชำ ส่วนน้องชายเจ็บสาหัส
(17มิ.ย.) เวลา 07.30 น. ร.ต.ท.พัฒนชัย อุดมพร ร้อยเวร สภ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุยิงกันที่บริเวณถนนแยกวัดบันลือธรรม ม.3 ต.พระยาบันลือ อ.ลาดบัวหลวง จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.อรรถพล วงศ์นรเศรษฐ์ สว.สส.สภ.ลาดบัวหลวง และชุดสืบสวนไปยังที่เกิดเหตุ
พบว่าที่เกิดเหตุเป็นถนนคอนกรีตในหมู่บ้านมุ่งหน้าไปยังถนนสายไม้ตรา-ลาดบัวหลวง ซึ่งห่างประมาณ 1 ก.ม. ที่เกิดเหตุก่อนถึงแยกข้ามสะพานไปวัด พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวปสีน้ำเงิน ทะเบียน กรจ 463 พระนครศรีอยุธยา ล้มคว่ำอยู่บนถนนและมีกองเลือดกองใหญ่เปรอะพื้น และยังพบสมุดหนังสือตกอยู่ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ น.ส.สุพัชญา วงศ์บุญมี อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม. 6 ร.ร.ปทุมวิไล จ.ปทุมธานี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าที่แก้มขวา และใบหน้ากระสุนทะลุสมอง เสียชีวิตขณะนำส่งรพ.เสนา และอีกราย ด.ช.วีรพล วงศ์บุญมี อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกันเป็นน้องชาย น.ส.สุพัชญา ถูกยิงเข้าที่บริเวณแขนและอกอาการสาหัสส่งรพ.พระนครศรีอยุธยา
จากการสอบสวนนางชมเพลิน วงศ์บุญมี อายุ 53 ปี มารดาของผู้ตายทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางชมเพลิน ได้ขี่จยย.ออกจากบ้านซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร โดยมี ด.ช.วีรพล นั่งกลางและ น.ส.พัชญา นั่งซ้อนท้าย เพื่อที่จะไปส่งลูกทั้งสองที่แยกถนนสายไม้ตรา-ลาดบัวหลวง ห่างจากบ้านประมาณ 1 ก.ม. เพื่อที่จะขึ้นรถไปโรงเรียน
เมื่อขี่จยย.มาตามถนนถึงที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ามีชายสองคนสวมเสื้อคลุมสวมหมวกกันน๊อคสีดำทั้งคู่ พยายามขี่ประกบด้านซ้าย จากนั้นคนซ้อนท้ายก็ใช้ปืนยิงใส่ น.ส.พัชญา เข้าที่ใบหน้า 2 นัดซ้อน ทำให้รถเสียหลักล้มลงกระสุนถูก น.ส.พัชญา และน้องชายบาดเจ็บ ส่วนนางชมเพลิน ผู้เป็นแม่ล้มพับอยู่กับรถไม่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายก็ขี่จยย.หลบหนีออกไปทางถนนไม้ตรา-ลาดบัวหลวง โดยมีการยิงปืนขู่เพื่อป้องกันการติดตามอีก 3 นัด
นางชมเพลิน เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้มีวัยรุ่นซึ่งมีอาชีพขายของมาติดพัน น.ส.พัชญา แต่นิสัยไปกันไม่ได้ จึงพยายามบอกให้ลูกสาวเลิกคบ และล่าสุดทราบว่าลูกสาวก็บอกกับผู้ชายที่มาชอบพอว่าจะเลิกกัน และไม่ติดต่อด้วยแล้ว ทำให้ชายดังกล่าวไม่พอใจ แวะเวียนมาที่บ้านหลายครั้ง
และก่อนเกิดเหตุก็เห็นชายสองคนขี่จยย.มาวนเวียนที่หน้าบ้าน โดยจำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นชายที่มาชอบลูกสาว แม้จะมีการใส่หมวกกันน๊อกก็ตาม ซึ่งล่าสุด จนท.ได้นำหมายคนไปค้นบ้านสองแห่งใน อ.ลาดบัวหลวง แต่ไม่พบผู้ต้องสงสัย แต่คาดว่าจะสามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน



