
ศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2553
00 นายหัวไทรแทบร้องไห้ เมื่อเห็นภาพ มีมือดีลอบเผาป่าพรุควนเคร็ง เขตติดต่อ อ.ชะอวด เชียรใหญ่ หัวไทร จ.นครศรีฯ มากว่า 1 เดือน เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายอนุรักษ์ ฝ่ายท้องถิ่น และฝ่ายปกครองต่างร่วมแรงร่วมใจกันเต็มที่ แต่การดับไฟที่เผาป่าพรุนั้นยากยิ่ง อาจจะยากกว่าการที่นายทุน นักการเมืองเข้าไปจ้างชาวบ้านให้มาลักลอบเผาผืนป่าพรุไม้เสม็ดขาวที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีครับ นั่นคือ เหตุผลที่นายหัวไทรบอกว่า แทบร้องไห้
00 อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันแก้-ป้องกันผืนป่าอนุรักษ์แห่งนี้เอาไว้ให้ได้ เพราะภาคใต้เหลือป่าพรุให้เชยชมอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ ป่าพรุควนเคร็ง และป่าพรุโต๊ะแดง ที่นราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสุวิทย์ คุณกิตติ แห่งกระทรวงทรัพย์ฯ ชายตามองไปบ้างก็ดี ไม่ต้องกลัวควันเข้าตาครับ
00 แต่ยังดีที่เห็น "จตุพร บุรุษพัฒน์" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่ลงไปดูพื้นที่มาแล้ว และสั่งเร่งแก้ปัญหาด่วนทั้งการลักลอบเผาป่าพรุและการบุกรุกเพื่อปลูกปาล์ม ก็อยากให้เอาจริงเอาจัง ก่อนป่าพรุแห่งนี้จะพินาศไป และองค์กรท้องถิ่นอย่าง อบจ. ท่าน "พิชัย บุณยเกียรติ" นั่งบริหารอยู่ ก็อย่าช้านะครับ ไม่งั้นป่าทั้งป่า ก็จะไม่เหลือแม้แต่ตอ
00 แต่สำหรับชาวท้องถิ่นขนาดเล็กอย่าง อบต.แล้ว น่าเห็นใจยิ่งสำหรับ "สมเอก อินทร์ช่วย" นายก อบต.เคร็ง อ.ชะอวด "เอกพจน์ ภิรมย์รักษ์" กำนัน ต.เคร็ง และ ส.อบต.เคร็ง ร่วมแรงร่วมใจกันเต็มที่ ออกมาโวยวายเสียงดังๆ เพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ได้ยิน จนกลายมาเป็นข่าวใหญ่ และเป็นที่สนใจของผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ถึงกับผู้ว่าฯ ออกมา "ลั่นกลองรบ" แล้ว
00 วันก่อนเห็นคนหัวไทรออกไปชุมนุมประท้วงอยู่ที่หน้าศาลากลางจังหวัด คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ เริ่มส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจพื้นที่ก่อสร้างบริเวณบ้านเกาะเพ็ชร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช และส่งเจ้าหน้าที่ลงไปทำงานมวลชนแล้ว ที่ชาวบ้านคัดค้านเพราะเห็นว่าเป็นการก่อสร้าง "โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน"
00 ถ่านหินถือเป็นพลังงานที่สกปรกที่สุดในโลก ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาทำลายชั้นบรรยากาศมากที่สุด ประสบการณ์จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ น่าจะเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดที่สุดของชาวบ้าน ที่ทุกวันนี้ก็ยังรับชะตากรรมแห่งความเลวร้ายอยู่ แม้ทางการไฟฟ้าจะเข้าไปช่วยเหลือเยียวยา แต่นั่นเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ในขณะที่ชาวบ้านได้รับผลกรรมที่เขาไม่ได้ก่อไปแล้ว
00 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนหัวไทรจะออกมารวมพลังกันคัดค้านตั้งแต่ต้น อย่างน้อยเพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมา หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนไปใช้พลังงานอย่างอื่น เช่น ก๊าซ
"นายหัวไทร"



