
อินทรีเหล็ก-สิงโตคำราม-ยูเอสอาร์มี่ 3 แต้ม
มหกรรม ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 19 หรือ "แอฟริกาใต้ 2010" รอบแรก คืนวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายนนี้ เป็นเกมบู๊แข้งรอบแรก นัด 2 กลุ่ม ซี กับ ดี โดยมีทีมที่น่าจับตา 2 ทีม คือ
อังกฤษ ที่ได้แค่แต้มเดียวในเกมแรก คืนนี้จะพบกับ แอลจีเรีย ที่แพ้มา ดังนั้นหากทีมใดแพ้โอกาสตกรอบแรกสูงทันที ขณะที่ เยอรมนี ซึ่งชนะมาในเกมแรก หากคืนนี้ชนะได้อีก ก็จะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอน สำหรับคอลูกหนังชมถ่ายทอดสดผ่าน ฟรีทีวี เช่นเดิม
* 2 คู่รอง
กลุ่ม ดี
เยอรมนี - เซอร์เบีย
ถ่ายทอดสด 18.30 น. ช่อง 3
สนาม : เนลสัน แมนเดลา เบย์-พอร์ท อลิซาเบธ
ผลงานนัดแรก
เยอรมนี : ชนะ ออสเตรเลีย 4-0
เซอร์เบีย : แพ้ กานา 0-1
ทั้งคู่พบกันมาทั้งหมด 27 ครั้ง (นับรวม ยูโกสลาเวีย เดิม) ตั้งแต่ครั้งแรกปี 1939 เยอรมนี ชนะ 16 เสมอ 4 แพ้ 7 ได้ 49 เสีย 32 แต่หากนับเฉพาะเกมที่พบกันในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ทั้งคู่บู๊กันมาทั้งสิ้น 6 นัด "อินทรีเหล็ก" ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 11 เสีย 4
หลังจากเปิดนัดแรกไปแล้วครบทุกกลุ่ม ลูกทีมของ โยอาคิม เลิฟ ถูกมองว่าเล่นได้ดีที่สุดทีมหนึ่งในฟุตบอลโลก 2010 แต่หากมองย้อนหลับไป เด็กดอยช์ มาแบบทีมตัวเต็งอย่างแท้จริง ผ่านรอบคัดเลือกในฐานะแชมป์กลุ่ม 4 โซนยุโรป ชนะ 8 เสมอ 2 ไม่เคยแพ้ ยิงรวม 26 ประตู และเสียเพียง 5 ประตูเท่านั้น แถมในเกมอุ่นแข้งนับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่ 5 นัด ชนะ 4 แพ้เกมเดียว ได้ 11 เสีย 2
ส่วน เซอร์เบีย ผ่านรอบคัดเลือกในฐานะแชมป์กลุ่ม 7 โซนยุโรป ด้วยการเขี่ย ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่า ไปเล่นรอบเพลย์ออฟ แต่เปิดสนาม "แอฟริกาใต้ 2010" นัดแรก กลับเหมือนคนคุมสติไม่อยู่ ทั้งทำแฮนด์บอล แบบไม่มีความจำเป็น จนเสียจุดโทษและแพ้ กานา 0-1 ไปด้วยประตูดังกล่าว และยังต้องเสีย อเลกซานดาร์ ลูโควิช แบ็กซ้ายตัวจริงไปอีก เพราะติดโทษพักแข้งใบเหลืองแดง
ผลที่คาด เยอรมนี ชนะ 2-1
กลุ่ม ซี
สโลวีเนีย - อเมริกา
ถ่ายทอดสด 21.00 น. ช่อง 7
สนาม : เอลลิส ปาร์ค-โยฮันเนสเบิร์ก
ผลงานนัดแรก
สโลวีเนีย : ชนะ แอลจีเรีย 1-0
อเมริกา : เสมอ อังกฤษ 1-1
ทั้งคู่ไม่เคยพบกันมาก่อน แถมเกมเปิดสนามแม้จบเกมจะได้ผลแข่งต่างกัน แต่ทั้งคู่ได้ประตูจากความผิดพลาดของนายทวารคู่ต่อสู้เหมือนกัน และ 3 แต้มคืนนี้มีความจำเป็นต่อทั้งคู่ไม่ต่างกัน เพราะหาก สโลวีเนีย ชนะ จะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอน ตรงข้ามกับ สหรัฐอเมริกา เพราะหากแพ้โอกาสตกรอบแรกมีสูงทันที
ก่อนมา "แอฟริกาใต้ 2010" พลพรรคสโลวีเนียน ใช้เกมอุ่นแข้งแค่ 2 นัดเท่านั้น และเมื่อรวมกับเกมเปิดสนาม กลุ่ม ซี พวกเขาชนะรวด และยิงรวม 8 ประตู
ขณะที่ "พญาอินทรี" นับเกมอุ่นแข้งตั้งแต่ขึ้นปีใหม่รวมกับนัดแรก กลุ่ม ซี 7 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 3 ได้ 12 เสีย 13 ทว่า 3 เกมล่าสุด ชนะรวด และทั้ง 7 นัด ยิงประตูได้ทุกนัด แต่ก็เสียประตูทุกนัด สถิติจึงเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นทีมเล่นเกมรุก
ผลที่คาด อเมริกา ชนะ 3-2
กลุ่ม ซี
อังกฤษ - แอลจีเรีย
ถ่ายทอดสด 01.30 น.
สนาม : กรีน พอยต์-เคปทาวน์
ผลงานนัดแรก
อังกฤษ : เสมอ อเมริกา 1-1
แอลจีเรีย : แพ้ สโลวีเนีย 0-1
ทั้งคู่ไม่เคยพบกันมาก่อน และจำเป็นต้องได้ 3 แต้มไม่ต่างกัน เพราะไม่ชนะในเกมแรกมาทั้งคู่ โดย อังกฤษ เป็นทีมเต็งแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ตั้งแต่ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือมากประสบการณ์มาเป็นผู้จัดการทีม เมื่อ 3 ปีก่อน บวกกับการผ่านรอบคัดเลือกในฐานะแชมป์กลุ่ม 6 ด้วยสถิติชนะ 9 แพ้เกมเดียว ยิงรวมถึง 34 ประตู แถมผลงานอุ่นแข้งนั้บตั้งแต่ขึ้นปี 2010 รวม 6 เกม ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 12 เสีย 7 ถือเป็นผลงานอุ่นแข้งที่โดดเด่นมากที่สุดทีมหนึ่งใน 32 ชาติรอบสุดท้าย
ทว่ากลับเปิดสนามด้วยผลเสมอ สหรัฐอเมริกา 1-1 และมีรูปเกมไม่สวยงาม แต่หากมองย้อนกลับไปใน 6 เกมอุ่นแข้งที่ผ่านมา ก่อนเกมเปิดสนาม กลุ่ม ซี จะเห็นได้ว่า "สิงโตคำราม" เสียประตูทุกเกม และหลายครั้งเป็นการทำผิดพลาดกันเอง และมาเกิดขึ้นอีกจริงๆ จากการทำบอลหลุดมือของ โรเบิร์ต กรีน ผู้รักษาประตู ในเกมเสมอ สหรัฐอเมริกา 1-1 แถมในทีมยังมีนักเตะที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อยอีกหลายคน
ส่วน แอลจีเรีย แม้จะต้องดิ้นรนเข้ารอบสุดท้าย ด้วยการเล่นเพลย์ออฟกับ อียิปต์ ทว่าการโค่นแชมป์ "แอฟริกัน เนชั่นส์คัพ" มาได้ จึงถูกมองว่าน่าจะมีทีเด็ดพอตัว และเกมเปิดตัวมาตรฐานการเล่นก็เล่นไม่ได้ขี้เหร่ แต่ก็ต้องแพ้เพราะประตูโทนด้วยความผิดพลาดของ ฟาว์ซี ชาอูชี ผู้รักษาประตู เช่นเดียวกับ "ทรีไลออนส์" แต่ลูกทีมของ ราบาห์ ซาดาเน โชคร้ายกว่า เมื่อ อับเดลคาเดอร์ เกซซัล หัวหอกตัวหลัก โดนใบเหลือง-แดง และจะไม่ได้ลงเล่นเกมนี้แน่นอน เพราะติดโทษพักแข้ง
ทัศนะ
เกมนี้เชื่อว่า อังกฤษ น่าจะชนะได้ไม่ยาก เพราะ แอลจีเรีย เห็นได้จากเกมแรกว่าเล่นแบบรนๆ ใจไม่นิ่งเวลาเจอความกดดัน ยิ่งเกมนี้จะไม่มี อับเดลคาเดอร์ เกซซัล หัวหอกตัวหลักที่โดนแบนด้วยแล้ว หวังยาก
ผลที่คาด อังกฤษ ชนะ 2-0
แม็กซ์ บึงสนั่น
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรก ที่คาดว่าจะลงสนาม
อังกฤษ 4-4-2
ผู้รักษาประตู : โรเบิร์ต กรีน
กองหลัง : แอชลีย์ โคล, จอห์น เทอร์รี, เจมี คาร์ราเกอร์, เกลน จอห์นสัน
กองกลาง : โจ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด, แกเร็ธ แบร์รี, สตีเวน เจอร์ราร์ด
กองหน้า : เวย์น รูนีย์, เอมิล เฮสกีย์
แอลจีเรีย 4-5-1
ผู้รักษาประตู : ฟาว์ซี ชาอูชี
กองหลัง : นาเดียร์ เบลฮัดจ์, อันตาร์ ยาเฮีย, ราฟิค ฮัลลิเช, มัดยิด บูเกอร์รา
กองกลาง : คาริม ซิยานี, เมห์ดี ลาเชน, คาริม มัทมูร์, ฮัสซัน เยบดา, ฟูเอด คาเดียร์
กองหน้า : ราฟิค เฌบบูร์



