
ปตท.หนุนมวยเกียรติกรีรินทร์
ปตท.จับมือพันธมิตรหนุนมวยในสังกัดเกียรติกรีรินทร์ โปรโมชั่น มุ่งสู่แชมป์โลก ขณะที่ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เชื่อฝันของเด็กไทยจะเป็นจริง เพราะกีฬามวยแบ่งตามน้ำหนักไม่เสียเปรียบต่างชาติ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันพุธที่ 16 มิถุนายน ณ โรงแรมเรดิสัน พระราม 9 มีการแถลงข่าวโครงการ ปตท.พลังกำปั้นไทย เพื่อไทย โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกับนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และพล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ประธานที่ปรึกษา บริษัท เกียรติกรีรินทร์ โปรโมชั่น
นายสุวัจน์ เผยว่า มวยเป็นกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ และนักมวยไทยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ก่อให้เกิดเป็นความฝันของเยาวชนไทยสู่การเป็นยอดแชมป์มวยโลก เพราะมวยแบ่งรุ่นตามน้ำหนัก ส่งผลให้นักกีฬาไม่เสียเปรียบนักชกต่างประเทศ ดังนั้นการส่งเสริมวงการมวยจะมีส่วนช่วยพัฒนานักมวยไทยของเราไปสู่สังเวียนมวยโลก และการที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้สนับสนุนและจัดทำโครงการ “ปตท.พลังกำปั้นไทย เพื่อไทย” จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่เยาวชนไทย จะได้ทำความฝันให้เป็นความจริง
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้แทนบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของกีฬา โดยเฉพาะมวยนั้นได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนไทยใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะตระหนักดีว่ากีฬามีส่วนสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศทั้งร่างกายและจิตใจ ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงดำเนินโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนนักชกไทยที่ผ่านการคัดสรรแล้วให้ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์โลกต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 (ผบก.น.9) ประธานที่ปรึกษา บริษัท เกียรติกรีรินทร์ โปรโมชั่น เผยว่า โครงการนี้มีประโยชน์ในการพัฒนาวงการมวย ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่บริษัททั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญห่วงใยและพร้อมเข้ามาสนับสนุน เป็นแบบอย่างให้อีกหลายบริษัทเข้ามาร่วมส่งเสริมวงการกีฬาทุกประเภทรวมทั้งมวยสากลอาชีพให้มีความเจริญเติบโตเป็นสากล
“ผู้การกรีรินทร์” กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ในการผลักดันนักชกไทยภายใต้โครงการ “หนึ่งสมอง สองกำปั้น” มากว่า 2 ปี สามารถสร้าง วัชรกฤษ เสนาหาญ ขึ้นมาเป็นนักชกต้นแบบ มีโอกาสเดินทางไปชกชิงแชมป์โลกที่ต่างประเทศหลายหน พบว่านักชกไทยมีความสามารถไม่เป็นรองชาติใดๆ แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือเทคนิคพื้นฐานเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง ฉะนั้นตนมั่นใจว่าโครงการ “ปตท.พลังกำปั้นไทย เพื่อไทย” จะช่วยเติมเต็มให้นักชกรุ่นใหม่มีศักยภาพยิ่งขึ้นแน่นอน



