
แฉ86เครือข่าย'แม้ว'ทำธุรกรรมการเงินผิดปกติ
เปิด 86 เครือข่าย"ทักษิณ"ต้องสงสัยส่งท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มคนเสื้อแดง เงินสะพัดนับหมื่นล้านบาท พี่ชายหญิงอ้อบัญชีเงินฝากเคลื่อนไหวหลายพันล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบพบความผิดปกติของความเคลื่อนไหวทางการเงินของกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่ใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิ่ปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในช่วงมีการชุมนุมทางการเมือง จากนั้นจึงส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับไปดำเนินการต่อจนมีการออกคำสั่งห้ามบุคคลและนิติบุคคลจำนวน 86 รายทำธุรกรรมทางการเงิน
จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มบุคคล และนิติบุคคลดังกล่าว แบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มญาติพี่น้องและคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ ปปง.ตรวจพบมีการถ่ายโอนเงินเข้า-ออกช่วงดังกล่าวมากถึง 31,350 ล้านบาท
กลุ่มที่ 2 เป็น ส.ส.และอดีต ส.ส.ในเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพบว่ามีการถ่ายโอนเงินเข้า-ออกในกลุ่มนี้ 1,544.9 ล้านบาท กลุ่มที่ 3 เป็นระดับแกนนำ นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง พบว่ามีการถ่ายโอนเงินกัน 83.4 ล้านบาท
กลุ่มที่ 4 เป็นอดีตนายทหารและตำรวจที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดและเป็นเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ถ่ายโอนเงินเข้า-ออก ถึง 1,634.1 ล้านบาท และกลุ่มที่ 5.เป็นบริษัทเอกชนในเครือ พ.ต.ท.ทักษิณ พบการหมุนเวียนเงิน 118,901 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มแรกซึ่งเป็นกลุ่มญาติและคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ พบว่า บุตรชาย และบุตรสาว 2 คนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แก่ นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร รวมกันมีเงินหมุนเวียนมากที่สุด โดย น.ส.พินทองทาทำธุรกรรมทางการเงินด้วยการฝากเงินเข้าราว 1,000 ล้านบาท แต่วันที่ 28 เม.ย. ถอนเงินออกถึง 6,630 ล้านบาท ส่วนนายพานทองแท้ฝากเข้าราว 16 ล้านบาท แต่ถอนมากถึง 4,233 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมี นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ มีเงินหมุนเวียนในบัญชี ประมาณ 5,454 ล้านบาท เป็นเงินฝากราว 290 ล้านบาท แต่เป็นที่น่าสังเกตตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. มีการถอนเงินจากบัญชีถึง 4,565 ล้านบาท
ส่วนกลุ่มนักการเมืองเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ และเข้าร่วมเคลื่อนไหวในการชุมนุมที่น่าสนใจ ได้แก่ นายการุณ โหสกุล ส.ส. กทม.พรรคเพื่อไทย พบว่า มีเงินฝากเข้าราว 24 ล้านบาท และถอนออก 22 ล้านบาท คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย มีการฝากเข้า 167 ล้านบาท และถอนออก 167 ล้านบาท เป็นต้น
ขณะที่กลุ่มแกนนำ นปช. ช่วงวันที่ 28 เม.ย.2552 ถึงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวทางบัญชีที่น่าสนใจหลายคน และน่าสังเกตว่าเป็นการไหลเข้าเกือบทั้งหมด อาทิ บัญชีนายวีระ มุสิกพงศ์ มีเงินไหลเข้า 10.5 ล้านบาท นพ.เหวง โตจิราการ ฝากเช็คเข้า 1.4 ล้านบาท นายขวัญชัย ไพรพนา มีเงินไหลเข้าบัญชีราว 14 ล้านบาท นายนิสิต สินธุไพร มีเงินฝากไหลเข้าบัญชี 5 ล้านบาท นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน มีเงินฝากเข้าบัญชี 9 ล้านบาท เป็นต้น
สำหรับกลุ่มอดีตนายทหารและตำรวจ และนายทุนบางคนมีเงินไหลเข้าบัญชี พล.ท.พฤณท์ สุวรรณทัต อดีตผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) และเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเงินฝากเข้าบัญชี 7 ล้านบาท จากนั้น 8 วันนัดมาก็ถอนออกหมด พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. นายตำรวจที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ อีกคนหนึ่ง จู่ๆ ก็มีเงินฝากเข้าบัญชีถึง 30 ล้านบาท จากนั้นไม่นานก็ถอนออกทั้ง 30 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจ นายสงคราม เลิศกิจไพโรจน์ อดีต รมช.พาณิชย์ เจ้าของห้ามอิมพีเรียล อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ซึ่งถูกตัดสิทธิทางการเมืองหลังพรรคถูกยุบ มีเงินฝาก 348 ล้านบาท ถอน 347 ล้านบาท เป็นต้น



