
แค่นิรโทษกรรมเท่านั้นหรือ
ถึงแม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่า รัฐบาลและ ศอฉ.จะเห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือไม่
แต่การมอบหมายให้ดีเอสไป สำนักงานเลขาธิการความมั่นคงแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาศึกษาเรื่องนี้ ก็เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณแล้วว่า ทั้งรัฐบาลและ ศอฉ.น่าจะเล็งเห็นเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ ส่งผลทางจิตวิทยา
แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็น่าจะมีไม่น้อยที่หันมามองดูท่าทีรัฐบาล แทนที่จะเทใจแต่กับ ทักษิณ ชินวัตร
ก่อนหน้านี้รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แทบจะหาทางไปไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปซื้อใจประชาชน
กระทั่งมีการชุมนุมที่ฝ่ายชักใยเชื่อว่า จะนำไปสู่การมีสถานะ มีที่ยืนในการเจรจาต่อรองกับรัฐบาล ทั่วโลกจะให้การยอมรับ แต่เมื่อเหตุการณ์พลิกผัน การแย่งชิงมวลชน และการสูญเสียมวลชน ก็เป็นเรื่องที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้
นี่คือที่มาของความพยายามที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่คลอดออกมาไล่เลี่ยกับ "โรดแม็พ" แผนที่จะนำไปสู่ความปรองดอง
โรดแม็พที่ว่านั้น ส่งผ่านทีมงานของ สสส. โดยมี หมอประเวศ วะสี เป็นผู้กุมบังเหียน และมีเครือข่ายอันทรงพลัง มีแนวความคิด มีโครงการ ขาดแต่เพียงทรัพยากรที่รัฐจะต้องเป็นส่วนที่เติมเต็ม และอภิสิทธิ์ก็ประกาศเชิญชวนใช้บริการ
ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือ การแย่งชิงมวลชน หากรัฐบาลทำสำเร็จก็เท่ากับการลิดรอนกิ่งก้านสาขาของทักษิณ
ถามว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ?
ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่า หลังเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองนั้น ยังเหลือ "ลูกค้า" ของทักษิณ มากน้อยเพียงใด
ทั้งหมายจับแกนนำทั้งคำสั่งอายัดบัญชีที่ ศอฉ.ตรวจพบ และสงสัยว่าน่าจะเกี่ยวพันกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง นั่นเท่ากับบล็อกคน-ท่อน้ำเลี้ยง
ส่วนการสั่งปิดพีทีวีและสื่อสีแดง รวมทั้งการบุกรื้อค้น-ยึดเครื่องส่งวิทยุชุมชนในจังหวัดที่แดงจัดๆ ก็คือการตัดการสื่อสารที่จะไปปลุกเร้าให้เกิดการชุมนุมขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ถามว่าความสำเร็จตรงนั้น จะเรียกได้ว่า รัฐบาลได้รับชัยชนะแล้วหรือไม่ ?
คำตอบก็คือ ยัง !
ตรงนี้นี่เองที่เป็นที่มาของการแต่ตั้ง คณิต ณ นคร เป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.)
เพราะจำเป็นอย่างยิ่งที่จะตอบข้อข้องใจว่า การเสียชีวิตของประชาชนและทหารนั้นเกิดจากน้ำมือของใคร
ถึงแม้คณิตจะพยายามตั้งหลักที่ว่า จะไม่ชี้ถูกชี้ผิด มุ่งไปที่การเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงมาตอบสังคม แต่ผลที่ออกมาก็ย่อมเกิดแรงเสียดทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่รู้ว่าแดงจะลุกฮือขึ้นมาอีกหรือไม่
นั่นจึงเกิดคำถามว่า เอาเข้าจริง "นิรโทษกรรม" ใช่เป็นคำตอบหรือไม่ ?
โรดแม็พที่พยายาม "ใส่" สารพัดอย่างเข้าไป แม้กระทั่งรูปแบบที่คล้ายๆ กับประชานิยม แต่อาจเรียกว่า "สังคมสวัสดิการ" นั้น ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายแล้วหรือยัง ?
เพราะสิ่งสำคัญที่สุดนั้นก็คือ การนำความจริงมาเปิดเผย การยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และพร้อมรับผิดชอบนั่นต่างหากที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้รัฐบาล และประเทศ
หาไม่แล้วเมษายนปีหน้า เราก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วถึง 2 ปีซ้อน จะย้อนกลับมาอีกครั้งหรือไม่ !
ศรายุทธ สายคำมี [email protected]



