
ฟันธง...ซื้อไทยคมคืนแท้งแน่
ยิ่งฟังหลายๆ ด้าน ยิ่งเห็นชัดเจนว่าเรื่องจะซื้อดาวเทียมไทยคมกลับมาจากเทมาเส็กของสิงคโปร์นั้น เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ทีเดียว เพราะว่ามีประเด็นเรื่องกฎหมาย ประเด็นเรื่องทางธุรกิจ รวมไปถึงประเด็นเรื่องที่เป็นกับดักทางด้านเงื่อนไขต่างๆ ภายใต้สัมปทานนี้
ข้อแรกที่สุดก็คือว่า คนบางคนสงสัยว่าทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวขายให้เทมาเส็กจริงหรือเปล่า หรือนี่เป็นเพียงการฝากเอาไว้เพื่อจุดประสงค์ซ่อนเร้นบางประการ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงการที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะเอาภาษีประชาชนไปซื้อไม่ว่าจะกี่พันล้านก็ตาม ก็เท่ากับว่าไปสร้างกำไรให้แก่คุณทักษิณเท่านั้น
สองก็คือว่า ไอพีสตาร์ตามคำพิพากษาของศาลกรณีทักษิณนั้นถือเป็นดาวเทียมเถื่อน ฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าหากมีการซื้อขายก็แปลว่าเราจะซื้อของเถื่อนกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล
อีกทั้งต้องไม่ลืมว่ามีบริษัทที่ชื่อกุหลาบแก้ว ซึ่งเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีซื้อหุ้นแทนต่างด้าว เพื่อให้ต่างด้าวถือหุ้นไม่เกินระดับหุ้นที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์ไทยยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากุหลาบแก้วเป็นนอมินีหรือว่าเป็นบริษัทที่มีตัวตนจริง
นี่ยังไม่พูดถึงว่าถ้าหากซื้อเทมาเส็กจะต้องตั้งราคาไว้สูงทำกำไรอย่างยิ่ง ตั้งเอาไว้ตั้งแต่ 5 พันล้าน ถึง 7 พันล้าน ทั้งๆ ที่ หากรัฐบาลต้องการที่จะมีดาวเทียมดวงใหม่ในเงื่อนไขที่ว่าจะต้องเข้ากับกติกาความมั่นคงก็ไม่จำเป็นจะต้องซื้อดาวเทียมไทยคมกลับมา สามารถที่จะยิงดาวเทียมดวงใหม่หรือเปิดให้มีการประมูลใหม่ กติกาใหม่ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ไม่มีการผูกขาดอย่างกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร ได้ไป
ฉะนั้น ทั้งสิ้นทั้งปวงนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า ที่มีการพูดกันโดยคุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคุณศิริโชค โสภา คนใกล้ชิดนายกฯ เป็นเพียงการไปเจอกับผู้บริหารของเทมาเส็กในช่วงเดือนสองเดือนก่อนที่รัฐบาลไทยต้องการที่จะตัดสัญญาณทีวีคนเสื้อแดงเท่านั้น
คุยไปคุยมาถามกันว่าถ้าจะซื้อถ้าจะขายจะยอมหรือไม่ แน่นอนเทมาเส็กเป็นนักธุรกิจ เป็นพ่อค้า ถ้ามีการซื้อขายทำกำไร เขาก็บอกว่าเขาสนใจ แต่ทรัพย์สินชิ้นนี้มีตำหนิและมีร่องรอยของปัญหาสลับซับซ้อนมากมาย นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองก็บอกว่า มีเรื่องที่จะต้องคิดอีกหลายตลบ
ฉะนั้นฟันธงได้เลยว่าเรื่องจะซื้อไทยคมคืนนั้น ลืมไปได้ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน
สุทธิชัย หยุ่น



