ข่าว

คลังตั้งทีมเร่งรัดแก้หนี้นอกระบบหลังพบอนุมัติเงินกู้อืดได้เพียง1.5แสนราย

คลังตั้งทีมเร่งรัดแก้หนี้นอกระบบหลังพบอนุมัติเงินกู้อืดได้เพียง1.5แสนราย

16 มิ.ย. 2553

คลังตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัด ติดตามแก้ไขปัญหานี้นอกระบบ หลังพบอนุมัติเงินกู้ได้เพียง 1.5 แสนกว่ารายวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ลุ้นสรุปโครงการครอบรอบ 1 ปี สิ้นก.ย.ปล่อยกู้ได้อีกเท่าตัว

 นายพงษ์เทพ ถิฐาพันธ์ เลขานุการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน กระทรวงการคลัง (ศอก.นส.) เปิดเผยว่า เดือนกันยายนนี้จะสรุปผลการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ล่าสุดมีประมาณ 5 แสนราย แบ่งเป็นมูลหนี้ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท 3 แสนราย และสูงกว่า 5 หมื่นบาทอีก 2 แสนราย แต่มีการอนุมัติสินเชื่อรวมกันเพียง 1.54 แสนราย วงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ช่วงเวลาที่เหลือนี้อยากเร่งรัดให้ธนาคารปล่อยกู้ให้ได้อีก 1.5 แสนรายเป็นอย่างน้อย หากปล่อยกู้ได้ถึง 50% ก็ถือว่าน่าพอใจ

 ทั้งนี้ ยอมรับว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมากระบวนการแก้หนี้นอกระบบในส่วนของการเจรจาประนอมหนี้สามารถทำได้เสร็จทันกำหนด 100% ไปเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน แต่การส่งข้อมูลจากคณะกรรมการเจรจาประนอมหนี้ระดับอำเภอและจังหวัดเข้าไปที่ธนาคารทั้ง 6 แห่งนั้นอาจล่าช้าอยู่บ้าง เนื่องจากติดปัญหาเดือนเมษายนที่มีวันหยุดมาก และเดือนพฤษภาคมที่มีปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง กระทรวงการคลังจึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามเร่งรัดและประเมินผลการดำเนินงานขึ้นมาอีกหนึ่งชุด ซึ่งมีการประชุมกันไปแล้วและจะลงพื้นที่ตรวจสอบในแต่ละจังหวัด เริ่มจาก 9 จังหวัดแรกภายในสัปดาห์นี้ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ สตูล สงขลา ลำพูน ฯลฯ เพื่อเร่งโครงการให้เร็วขึ้น  

 อย่างไรก็ตาม พบว่าจากจำนวนลูกหนี้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด 1.18 ล้านรายนั้นมีเพียง 1.1 แสนรายที่ทำหนังสือเชิญ 2 ครั้งแล้วไม่มาตามนัด และมีบางส่วนขอยุติเรื่องไป โดยส่วนของมูลหนี้ต่ำกว่า 5 หมื่นบาทประมาณ 3 แสนรายนั้นไม่น่าจะมีปัญหาและแบงก์จะทยอยอนุมัติเงินกู้ได้หมดภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้หรืออย่างช้าเดือนกรกฎาคม แต่ส่วนที่มูลหนี้เกิน 5 หมื่นบาทจำนวน 5.1 แสนรายที่ประสงค์ขอกู้จากจำนวนที่ลงทะเบียนไว้ 7.56 แสนราย ซึ่งส่วนนี้อาจต้องใช้เวลาเพราะส่วนที่เกิน 5 หมื่นเพิ่งอนุมัติไปได้เพียง 1.2 หมื่นรายเท่านั้น

 “สิ้นเดือนมิถุนายนจะมีตัวเลขการโอนหนี้นอกระบบเข้าอยู่ในระบบรอบแรกซึ่งจะเป็นกลุ่มมูลหนี้ต่ำกว่า 5 หมื่นบาทเป็นส่วนใหญ่ หลังจากนั้นสิ้นเดือนกันยายนจะสรุปโครงการทั้งหมดหลังจากดำเนินงานมาครบรอบ 1 ปี เพื่อติดตามประเมินผล จากนั้นก็จะเข้าสู่การช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบเฟส 2 ต่อไป ทั้งส่วนที่ยังค้างการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ การเรียกมาเจรจาประนอมหนี้เพิ่มเติม และกลุ่มที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์การปล่อยกู้ของแบงก์ ซึ่งอาจมีการเจรจาให้แบงก์ผ่อนปรนเงื่อนไขลงอีกหรือดึงบสย.เข้ามาค้ำประกัน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้เพราะมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ประมาณ 3,000 ราย อาจยังไม่มากพอจะทำเป็นพล็อตสินเชื่อที่แยกออกไปต่างหาก“ นายพงษ์เทพ กล่าว