
หนุนไทยคอนแทร็กฟาร์มมิ่งเพื่อนบ้านมองช่วยเชื่อมสัมพันธ์-เพิ่มค้าชายแดน
นักวิชาการขอนแก่นหนุน "คอนแทร็กฟาร์มมิ่ง" ชี้ทำให้ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านดีขึ้น มูลค่าการค้าขายแดนเพิ่มสูงขึ้น
นายวีระ ภาคอุทัย อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าทีมนักวิจัยเรื่อง "การลงทุนเกษตรแบบมีสัญญากับประเทศเพื่อนบ้าน (คอนแทร็กฟาร์มมิ่ง) ประโยชน์และผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรของไทย และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน" เปิดเผยว่า โครงการคอนแทร็กฟาร์มมิ่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น มูลค่าการค้าชายแดนก็เพิ่มสูงขึ้น
"ไทยได้ดุลการค้ากับ ส.ป.ป.ลาว และกัมพูชา ยกเว้นพม่า เพราะเราต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ สามารถยับยั้งการเคลื่อนย้ายแรงงานได้ในระดับหนึ่ง" นายวีระกล่าวและว่า โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อปี 2548 รัฐบาลไทยได้เสนอความช่วยเหลือ ภายใต้เงื่อนไขว่าพืชที่ส่งเสริมในประเทศเพื่อนบ้านจะต้องเป็นพืชที่ไทยผลิตไม่เพียงพอ และมีแนวโน้มว่าจะขาดแคลน ซึ่งเมื่อนำเข้าแล้วจะต้องไม่ส่งผลต่อตลาดภายในประเทศ
นายวีระกล่าวว่า การที่รัฐบาลระงับโครงการ เนื่องจากเกิดปัญหาการสวมสิทธิ์ เพราะขณะนั้นผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการสวมสิทธิ์ หากพิจารณาตามระเบียบของกระทรวงพาณิชย์แทบจะทำไม่ได้เลย เพราะผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไปจดทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศ ขออนุญาตกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อมาถึงปลายทางจะต้องแจ้งว่าจะนำเข้าเพื่อการส่งออก หรือแปรรูปอุตสาหกรรมการเกษตร



