ข่าว

สายป่านความห่วงใย

สายป่านความห่วงใย

18 มิ.ย. 2553

เห็นความคิดความอ่านในการหาแนวทางของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหลังเดือนพฤษภาคมแล้ว คนในประเทศนี้ไม่น้อยได้แต่หดหู่โศกเศร้าและใจหาย เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นมันมากมายมหาศาลเช่นเดียวกันกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดในพื้นท

ของการได้รับความบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับพลเมืองหรืออาคารบ้านเรือนที่ถูกเผามอดไหม้มาวัด เพราะคุณค่าของชีวิตเพียงหนึ่งชีวิตกับอีกหนึ่งวิญญาณมันมากจนเหลือจะเป็นบทเรียนแก่ประเทศแล้ว ? เป็นความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเดินหน้าอย่างจริงจังหนักแน่นในการปฏิรูปประเทศ เพราะความรับผิดชอบนี้ตกกับรัฐบาลเป็นหลัก

 กระบวนการสร้างความรักความสามัคคีมิใช่โลโก้หรือคำพูดโต้ตอบที่สวยหรูหรือใช้วาจาเชือดเฉือนคมเฉียบเสมือนมีดโกนอาบน้ำผึ้งผสมฟอร์มาลิน ถึงเวลาแล้วที่ภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีต้องเข้มแข็งและความเป็นคณะรัฐมนตรีทั้งหลายต้องเพิ่มความรับผิดชอบให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายร้อยพันเท่า อย่าเล่นการเมืองอย่างที่เคยเกิดและเคยเป็นเพราะมันมากเกินพอแล้ว ปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบทั้งหลายได้ทำงานในหน้าที่เพื่อคัดกรองเศษขยะหยากไย่สนิมเขรอะตลอดจนฝุ่นละอองธุลีเถ้าแห่งความสงสัยทั้งมวลออกไปและสร้างความสะอาดในกิจกรรมทั้งหลายอย่างอิสระ

 โดยท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายไม่ต้องไปชี้นำหรือควบคุมหรือสร้างความกังวลใดๆ ให้แก่องค์กรหรือบุคคลที่จะทำการตรวจสอบ เพราะเมื่อคำตอบสุดท้ายจะเป็นเช่นใด ทรัพย์สินหรือทรัพย์สมบัติ อำนาจวาสนาบารมีและความดีงามที่ครอบครองทั้งปวงจะเหลือมีแต่ความบริสุทธิ์ ท่านจะได้เป็นวีรบุรุษอย่างสง่างามเกิดขึ้นในใจประชาชนทั้งปวง เป็นตัวอย่างแก่อนุชนคนรุ่นหลังได้อย่างปราศจากข้อสงสัย โดยไม่ต้องไปโฆษณาชวนเชื่อหรือประชาสัมพันธ์ประโคมข่าวความเป็นวีรบุรุษหรือวีรสตรีของท่านให้เสียเวลาและเสียความรู้สึกใดๆ ตามมา ?

 เมื่อมีความคิดที่จะสร้างความรักความสามัคคีความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศแล้ว น้ำหนักของความคิดต้องมองทั้งระบบของประเทศและองคาพยพทั้งมวลให้มากที่สุด ถามว่าถ้าคิดแต่เพียงการสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ รายละเอียดในสัญญาณที่พูดคุยกัน เช่นเรื่องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศใช้ในกรุงเทพฯ เขตปริมณฑลหรือจังหวัดอื่นๆ คราวความไม่สงบในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หรือการตั้งบุคคลที่น่าเชื่อเพื่อตรวจสอบหาความจริงกรณีความไม่สงบในช่วงเวลาดังกล่าว หรือแม้แต่มีการเสนอเรื่องนิรโทษกรรมทางการเมืองแก่ผู้บริหารพรรคการเมืองหลายคนที่ถูกแขวนไว้เนื่องมาจากการยุบพรรคการเมือง เหล่านี้เป็นต้น นับว่าเป็นความคิดพื้นฐานที่จำเป็นต้องมาคิดวิเคราะห์ให้จงหนัก ว่าจะต้องใช้กระบวนการอย่างไร บุคคลคณะใดจะรับอาสาหรือรัฐสภาต้องมีมติแต่งตั้งพลเมืองไทยที่มีความรู้ มีประสบการณ์ เป็นบุคคลที่ประชาชนคนไทยเชื่อถือและที่สำคัญไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง พรรคพวกมาดำเนินการให้

 หรือรัฐบาลคิดว่าตนเองมีอำนาจ มีกำลังคน กำลังเงิน จะได้เปรียบคู่ต่อสู้ทางการเมืองน่าจะดำเนินการเองทั้งระบบ ก็สามารถคิดได้ จะดีหรือไม่ประการใดนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่น่าเป็นห่วงว่าขณะนี้ประเทศไทยมิใช่จะมีปัญหาเฉพาะนักเคลื่อนไหวในสังกัดสีเสื้อเท่านั้น เพราะรัฐบาลจะตอบอย่างไรให้นักเคลื่อนไหวที่กำลังก่อความไม่สงบที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือจะให้เขาเหล่านั้นถือโอกาสนี้ใช้เป็นเครื่องมือหากินกับความไม่ยุติธรรม ความไม่เสมอภาคกัน สองมาตรฐาน รัฐไม่เอาใจใส่ ทั้งการจงเกลียดจงชัง การดูถูกดูแคลนและจงเกลียดจงชังพลเมืองไทยด้วยกัน อย่างที่เขาใช้มาอย่างได้ผลและเขาสามารถเกณฑ์คนให้เห็นต่างกับรัฐมากขึ้นและมากขึ้น หรือรัฐบาลชุดนี้อยากจะให้สายป่านแห่งความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอยู่ในสภาพเช่นนี้ไปอีกนานแสนนาน ?

อัฮหมัดสมบูรณ์  บัวหลวง
[email protected]