ข่าว

ปรองดอง - นิรโทษกรรม - ปรองดอง

ปรองดอง - นิรโทษกรรม - ปรองดอง

17 มิ.ย. 2553

ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้มาหลายวัน แต่มันก็เป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญอยู่ดี ก็เลยต้องกล่าวกันซะหน่อย และก็ขอให้ถือซะว่าเป็นทัศนะหนึ่งก็แล้วกันนะครับ

 ความจริงผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องนิรโทษกรรมจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ โดยเฉพาะเรื่องของการนิรโทษกรรมผู้ชุมนุม

 ผมไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องประกาศเรื่องนิรโทษกรรมอะไร เพราะความผิดจำนวนมากที่ถูกกล่าวหาอยู่ในทุกวันนี้นั้นเป็นความผิดตามกฎหมายฉุกเฉิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลเอง โดยไม่ได้ปรึกษาหารือใคร

 นั่นก็คือการสร้างระบอบการปกครองแบบอำนาจนิยมละเมิดรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยอันเป็นภาวะปรกติของสังคมนั่นแหละครับ เขียนแบบนี้ไม่ใช่การกล่าวหา แต่มันเป็นความจริง ใครจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไป ตามแต่ว่าจะเห็นว่ามีความจำเป็น เหมาะสมแค่ไหน

 ประเด็นของผมก็คือ ความผิดดังกล่าวนั้นก็น่าจะหมดไปเมื่อมีการยกเลิกกฎหมายดังกล่าว แล้วก็ว่ากันไปตามความผิดที่มีอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของการทำลายทรัพย์สินของรัฐและเอกชน ดังนั้นถ้ากฎหมายฉุกเฉินมีปัญหาก็ไปแก้กฎหมายฉุกเฉิน ไม่ใช่แก้ปัญหานิรโทษกรรม

 เรื่องนั้นน่าจะเป็นเรื่องหลัก เพื่อทำให้สังคมนั้นมีความเข้าใจในหลักการนิติธรรม คือการใช้กฎหมายโดยเสมอกัน และมีความยึดโยงกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

 แต่สิ่งที่รัฐบาลพยายามอ้างในช่วงที่ผ่านมาก็คือ การปกครองตามกฎหมายก็คือการที่รัฐบาลเลือกที่จะออกกฎหมายเพื่อจัดการคนอื่นในนามของการดูแลสังคม

 เรื่องใหญ่ในสังคมจึงอยู่ที่เรื่องการยกเลิกกฎหมายฉุกเฉิน เพื่อคืนความเป็น  "ปรกติสุข" ให้แก่สังคมเสียมากกว่า แล้วก็เปิดให้สังคมถกเถียงกันว่าตกลงความเป็นปรกติสุขนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ระหว่างการที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายที่มีฐานจากประชาชนเป็นผู้ออกกฎหมายผ่านรัฐสภา (ไม่ว่ารัฐบาลจะเสนอหรือไม่) และการตรวจสอบรัฐบาล กับความเป็นปรกติสุขจากกฎหมายพิเศษที่ผลักคนจำนวนมากให้ยืนตรงข้ามกับรัฐบาล

 การอธิบายขั้นตอนการยกเลิกอำนาจฉุกเฉิน น่าจะเป็นเรื่องสำคัญกว่าการพูดถึงการนิรโทษกรรม เพราะการพูดถึงเรื่องนิรโทษกรรมนั้นยิ่งทำให้รัฐบาลม้วนตัวลงไปในตรรกะของการทำให้กฎหมายเป็นเพียงคำสั่งของรัฐมากกว่ากฎหมายในฐานะที่เป็นมาตรการของสังคมนั้น

 ในขณะที่สื่อและรัฐบาลมีระยะใกล้ชิดกันมากกว่าประชาชนที่ถูกกล่าวหา เราก็จะมีภาพของรัฐบาลที่ออกกฎหมายและตัดสินคนอื่นตามที่ตัวเองรายงาน 

 เรื่องนิรโทษกรรมนั้นยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ นั่นก็คือ ถ้าไม่นับการนิรโทษกรรมให้แก่คณะรัฐประหารซึ่งมีมาบ่อยครั้งมาก เรื่องนิรโทษกรรมที่ผ่านมาในอดีตโดยเฉพาะในเรื่องของคอมมิวนิสต์นั้น มีความสลับซับซ้อนอยู่ไม่ใช่เล่น เพราะข้อกล่าวหาเรื่องคอมมิวนิสต์นั้นเป็นข้อกล่าวหาทางการเมือง

 ในอดีตการนิรโทษกรรมนั้นเรื่องแรกคือการสร้างบรรยากาศว่ารัฐบาลรับรู้รากเหง้าปัญหาของความแตกต่างทางการเมือง และเลิกประณามว่าใครอยู่เบื้องหลังหรือเลิกกล่าวหาเรื่องคุณภาพของคนที่ถูกกล่าวหา ต่อมาก็คือเสนอทางออกและโครงการแก้ปัญหาให้แก่ประชาชนทั้งในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ และการเมือง โดยเฉพาะเรื่องของการเลือกตั้งที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประชาธิปไตยนั่นแหละครับ

 เรื่องสำคัญของการนิรโทษกรรมนั้นก็คือการย้อนกลับไปที่การกำหนดความหมายของการปรองดอง ว่าแต่ละฝ่ายได้ทำข้อตกลงร่วมกับรัฐบาลหรือยัง ไม่ใช่ให้รัฐบาลเล่นบทกำหนดอยู่ฝ่ายเดียว และจากนั้นก็มีการกำหนดกฎหมายมากมายอยู่ฝ่ายเดียวดังที่เป็นอยู่นี่แหละครับ