ข่าว

ซื้อไทยคมคืนทำไม

ซื้อไทยคมคืนทำไม

17 มิ.ย. 2553

รัฐบาลสร้างความประหลาดใจให้ประชาชนเมื่อมีข่าวว่าได้เจรจาซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากกลุ่มเทมาเส็กของสิงคโปร์ โดยอ้างเหตุผลความมั่นคงของชาติ และเจรจาอย่างลับมานานพอสมควร จึงเกิดคำถามและการถกเถียงอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางความสงสัยว่ารัฐบาลต้องการซื้อดาวเทียมไทยคม

นั่นเป็นเพราะการที่ราคาหุ้นของบริษัทไทยคมได้ขยับขึ้นอย่างมากมายนั้น ทำให้เกิดส่วนต่างของราคาซื้อขาย ถ้ารัฐบาลต้องการซื้อจริง ราคาหุ้นของบริษัทต้องแพงกว่าในช่วงการเจรจา และการทำให้หุ้นขึ้นราคาทำให้เกิดอุปสรรคในการซื้อ และผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะพวกที่ดักซื้อหุ้นไว้ล่วงหน้า ด้วยการใช้ข้อมูลภายใน ทำกำไรจากส่วนต่างมากมาย สร้างประเด็นข้อครหาว่ามีเครือข่ายของคนในรัฐบาล และกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของไทยคม ได้ประโยชน์มหาศาลหรือไม่

 รัฐบาลพูดแต่ประเด็นการซื้ออย่างเดียว โดยไม่พยายามหาช่องทางอื่นๆ ในการให้ได้คืนมาซึ่งสิทธิในไทยคม โดยเฉพาะวงโคจรดาวเทียม ซึ่งเป็นของประเทศไทย แต่ถูกทำให้เสียสิทธิ์ไปโดยการขายบริษัท ซึ่งเจ้าของเป็นนักการเมืองและนักธุรกิจ ซึ่งกำลังหนีโทษจำคุกและหมายจับในข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย และยังพยายามใช้เงินและเครือข่ายล้มล้างรัฐบาล ตั้งรัฐไทยใหม่ ทำให้บ้านเมืองเสียหายอย่างมาก ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกนาน

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลไทยขอซื้อธุรกิจดาวเทียมในบริษัทไทยคมกับกองทุนเทมาเส็กเรียบร้อยแล้ว โดยเทมาเส็กก็มีท่าทีตอบรับที่ดี แต่การเข้าซื้อนั้น ทางรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้กำหนด ขึ้นอยู่กับกองทุนเทมาเส็ก ซึ่งเป็นผู้มีที่อำนาจในการตัดสินใจ และการเจรจาซื้อหุ้นคืนจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมกระทรวงการคลังจึงเป็นผู้เจรจา และผู้เจรจาเป็นเพียงที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้เปิดเผยข่าวการเจรจา ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทไทยคมเพิ่มขึ้นอย่างมาก สร้างกำไรให้ผู้ถือหุ้น ทำให้ราคาซื้อขายแพงกว่าที่ควรจะเป็น ส่วนที่ดีคือทำให้การซื้อขายโดยใช้เงินภาษีของประชาชนไม่สำเร็จ เพราะการคัดค้านนั่นเอง

 นายกรณ์อ้างว่าธุรกิจที่รัฐบาลสนใจในบริษัทไทยคม คือ ธุรกิจดาวเทียม ไม่ใช่ธุรกิจโทรคมนาคม เพราะธุรกิจดาวเทียมเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเลือกแนวทางที่จะสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ โดยขอซื้อคืน แทนการพิจารณาในประเด็นอื่นๆ เช่นการลงทุนในดาวเทียมดวงใหม่ เพราะอายุการใช้งานจะนานกว่าดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งใช้งานได้ ส่วนดวงอื่นๆ นั้นเป็นเพียงขยะอวกาศเท่านั้น ดังนั้น รัฐบาลต้องให้ความกระจ่าง สร้างความโปร่งใส เปิดให้มีการพิจารณาอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียค่าโง่ดังเช่นในกรณีอื่นๆ