
เด็กอูกันดาถูกไฟคลอกดับเหตุพ่อไปดูบอลโลก
เด็กอูกันดาสองคนถูกไฟคลอกตายเพราะพ่อแม่หนีไปดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ด้านทหารเกาหลีเหนือ 100 นายบินไปเชียร์ทีมเกาหลีเหนือที่ฟุตบอลโลก ในแอฟริกาใต้ ซึ่งผลปรากฏว่าแพ้บราซิล 2-1
(16มิ.ย.) เฮนรี่ โคลยังก้า ตำรวจเขตคายุงก้าของกรุงคัมปาลา เมืองหลฃวงของอูกันดา ออกมาเตือนประชาชนเมื่อวันอังคาร ไม่ให้ทิ้งบุตรหลานไว้ในบ้านแต่เพียงลำพัง หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้บ้านในเขตคายุงก้า คลอกเด็กอูกันดาวัย 8 กับ 10 ขวบที่กำลังนอนหลับ เสียชีวิตไปสองคน ในระหว่างที่บิดามารดาไปดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2010 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพที่โทรทัศน์ของศูนย์การค้าใกล้บ้าน
โคลยังก้าเปิดเผยว่า บิดามารดาของเด็กจุดเทียนไขทิ้งไว้ ก่อนจะพากันออกจากบ้าน และคาดว่า หนูอาจชนเทียนล้มลงไปไหม้ผ้าปูโต๊ะก่อนจะลุกลามไหม้บ้าน โดยมีสิ่งของต่างๆในบ้านเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และทำให้เด็กๆเสียชีวิต
สำนักข่าวเอพีรายงานว่าในการฟาดแข้งระหว่างทีมนักเตะเกาหลีเหนือกับบราซิลในการแข่งขันกลุ่มจีของฟุตบอลโลกปี 2010 ที่เอลลิส ปาร์ค ในนครโจฮันเนสเบิร์กของแอฟริกาใต้ ซึ่งเกาหลีเหนือสู้อย่างสมศักดิ์ศรีก่อนจะพ่ายบราซิลไป 2-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับเช้ามืดวันนี้ตามเวลาบ้านเรานั้น ได้มีแฟนบอลชาวเกาหลีเหนือกลุ่มเล็กๆประมาณ 100 คนเข้าไปเชียร์ทีมของตนในสนามแข่งด้วย เพื่อชมการกลับสู่ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปีของเกาหลีเหนือ หลังจากเคยชนะอิตาลีได้เข้ารอบควอเตอร์ไฟนอล เมื่อปี 1966
แฟนบอลกลุ่มนี้มีประมาณ 100 คนสมเสื้อสีทีมนักเตะและโบกธงชาติเกาหลีเหนือกลายเป็นจุดสีแดงท่ามกลางทะเลสีเหลืองของแฟนบอลบราซิล คนหนึ่งคือนายคิมยัง ชุล วัย 40 ปี กล่าวว่าทั้งหมดเป็นทหารเกาหลีเหนือที่เดินทางจากกรุงเปียงยางถึงที่นั่นเมื่อเช้าวันอังคาร ทุกคนวสสวมหมวกแดง กับเสื้อปักรูปธงชาติและผ้าพันคอที่มีคำว่า "1966 อีกครั้ง" พร้อมที่ตบให้จังหวะที่เรียกว่า แต๊ก แต๊ก บูรี (ttak ttak buri.)
นายคิม ยัง ชุล คาดการณ์ว่าทีมเกาหลีเหนือจะชนะ ซึ่งทำให้พวกตนต้องอยู่ที่แอฟริกาใต้ตลอด1 เดือนเพื่อเชียร์ทีมของตน แต่เมื่อถามถึงผู้เล่นคนโปรด ไม่มีใครตอบได้ และคนหนึ่งยอมรับว่าไม่รู้ชื่อก่อนจะหันไปร่วมกับคนอื่นในการโบกธงเล็กๆ เมื่อนักข่าวถามถึงโลโกบนหมวกว่าเป็นของบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง เขาส่ายศีรษะและไม่ตอบคำถาม
เป็นที่เชื่อกันว่าเกาหลีเหนือมีคนงานก่อสร้างในแอฟริกา รวมทั้งที่แอฟริกาใต้ และได้ช่วยซ่อมแซมสนามกีฬาหลายแห่งที่ใช้แข่งฟุตบอลโลก กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ยืนยันเมื่อมีนาคมว่ามีคนงานเกาหลีเหนือในแอฟริกาใต้ แต่รัฐบาลแอฟริกาใต้ปฏิเสธ
มีชาวเกาหลีเหนืออีกเพียงไม่กี่คนที่ไปเชียร์ทีมของตน เพราะค่าเครื่องบินอย่างเดียวก็สูงเป็นกว่า 100 เท่าตัวของเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของชาวเกาหลีเหนือ และที่ยากพอๆกันคือการขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ ชุมชนชาวเกาหลีในญี่ปุ่นพยายามกระตุ้นความ
สนใจของแฟนๆเพราะมีนักเตะที่ไปจากชุมชนของตนถึงสองคน แต่มีแค่ไม่กี่คนที่มีเงิน6500 ดอลลาร์สำหรับทัวร์ 3 วันที่แอฟริกาใต้ และคนหนึ่งจากชุมชนที่ไปได้ คือนางรี จอง กุม มารดาของนายจอง แต ซือ นักเตะศูนย์หน้าคนดังวัย 26 ปี ผู้ไปนั่งเชียร์ลูกชาย
แฟนกลุ่มใหญ่สุดของเกาหลีเหนือคือชาวจีน เพราะเกาหลีเหนือซึ่งได้รับการจัดสรรค์ที่นั่งชมจำนวนหนึ่ง ได้แจกที่นั่งให้เจ้าหน้าที่และบริษัททัวร์ของจีนซึ่งทีมนักเตะไม่ได้เข้ารอบมาแข่งขันด้วย สำนักข่าวซินหัวรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากสมัครเข้าร่วม
"กองทัพอาสาสมัครชาวจีน" (Chinese VolunteerArmy) เพื่อช่วยเชียร์เกาหลีเหนือ รวมทั้งนักเต้นและนักดนตรีชาวจีนประมาณ 1000 คน
นายเควิน ซุน ชาวจีนผู้เคยเยือนเกาหลีเหนือปี 2551 บอกว่าบินจากออสเตรเลียมาเชียร์ทีมเกาหลีเหนือ เพื่อสนับสนุนทีมที่ไม่มีใครดูแลและไม่มีใครชอบ เพราะจำเป็นต้องมีใครสักคนที่สนับสนุนทีมที่ไม่มีใครชอบ(Someone needs to support a non-liked team.)



