
เจาะทะเบียนปืนหามือยิง"สวญ."มุ่งปมคนในเครื่องแบบ !
เป็นเพราะปืนออโตเมติกขนาด .38 ซูเปอร์ ไม่ใช่ใครก็มีไว้ใช้หรือครอบครองได้ แต่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มคนในเครื่องแบบ ดังนั้น ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีสังหาร พ.ต.ท.ธงชัย เอี่ยมผาสุก สว.หน.สภ.มารวิชัย อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบผู้ครอบครองอา
ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าคดีฆาตกรรม สวญ.มารวิชัย น่าจะเกิดจากการขับรถปาดหน้ากันไปมา แต่ใครกันคือคู่กรณีที่กล้าลงมือกับตำรวจ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ แต่ลักษณะการหยุดรถเจรจาหรือจะเป็นการต่อปากต่อคำกันก็น่าจะบ่งบอกให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ได้ว่า คู่กรณีเป็นถึงตำรวจ
พ.ต.ท.ธงชัยถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงเสียชีวิตภายในรถฮอนด้า ซีอาร์วี ทะเบียน ฌภ 2827 กรุงเทพมหานคร บนถนนสายบางขันธ์-คลองห้า ใกล้วัดพระธรรมกาย หมู่ 7 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อกลางดึกวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ตามแนวทางการสืบสวนได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.ธงชัยออกจากโรงพักเข้ามางานศพที่กรุงเทพฯ แล้วเลยไปดูมวยที่สนามมวยราชดำเนินช่วงหัวค่ำ จากนั้น 4 ทุ่มก็โทรบอกภรรยาว่ากำลังขับรถกลับบ้านพักย่านวัดแสวงสามัคคี หมู่ 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ระหว่างนี้มีพยานเห็นรถของสารวัตรใหญ่มารวิชัยขับปาดหน้าไปมากับรถอีกคัน
รถคันที่ว่าเป็นกระบะสีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบรุ่น และทะเบียน แต่ในชั้นสืบสวน พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองห้า และทีมสืบสวน ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่รถทั้งสองคันวิ่งผ่าน สันนิษฐานได้ว่าอาจจะเป็นรถกระบะอีซูซุ หรือนิสสัน ฟรอนเทียร์ มีหลังคาท้าย
โดย พ.ต.ท.ธงชัยขับรถลงทางด่วนเชียงรากน้อยแล้วพบกับรถกระบะคันข้างต้น มีการขับรถปาดหน้ากันไปมา กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุมีพยานเห็นรถกระบะคันดังกล่าวจอดอยู่เลนซ้าย ส่วนรถของสารวัตรใหญ่มารวิชัยจอดอยู่เลนกลาง ไม่นานก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ส่วนรถกระบะก็ขับออกจากจุดเกิดเหตุกลับรถใต้สะพานคลองสามหลบหนีไป
ชุดสืบสวนค่อนข้างมั่นใจว่า ทั้งสองฝ่ายจอดรถต่อปากต่อคำกัน จนคู่กรณีเกิดบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนขนาด .38 ซูเปอร์ กระหน่ำยิง พ.ต.ท.ธงชัย 6 นัด เข้าชายโครงซ้าย 4 นัด หลังซ้าย 1 นัด และก้นกบอีก 1 นัด กระสุนทะลุประตูด้านคนขับ 2 นัด และพื้นถนนพบปลอกกระสุนปืน .38 ซูเปอร์ตกอยู่ 6 ปลอก
ตามแนวทางการสืบสวนแล้วชุดสืบสวนค่อนข้างมั่นใจว่า มูลเหตุฆาตกรรมน่าจะมาจากการขับรถปาดหน้ากัน เพราะจากการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของนายตำรวจหนุ่มใหญ่คนนี้ ทั้งจากผู้ใกล้ชิดและเพื่อนร่วมงานได้ความว่า ไม่เคยมีปัญหาในหน้าที่การงาน และเป็นที่รักใคร่ของผู้บังคับบัญชาและลูกน้อง ถึงแม้ว่าจะอยู่ในชุดปราบปรามยาเสพติดของ บก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แต่ที่ผ่านมาก็จับกุมรายใหญ่ได้เพียง 2 รายเท่านั้น จึงไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องหน้าที่การงาน
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ธงชัยยังค่อนข้างมีฐานะทางครอบครัวดี ประกอบธุรกิจรถบรรทุก รถเครน และรถยก ถึงแม้จะเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาก็ไม่น่าจะทำให้ใครต้องเดือดเนื้อร้อนใจ ดังนั้น จึงให้น้ำหนักไปที่เรื่องเหตุซึ่งหน้ามากกว่าการวางแผนฆาตกรรมโดยคนร้ายมืออาชีพ
แต่ทั้งนี้มีประเด็นให้ขบคิดอีกข้อ คือ อาวุธปืน .38 ซูเปอร์นั้น ไม่เป็นที่นิยมใช้ในหมู่คนทั่วไปเท่าใดนัก ยกเว้นบรรดาคนในเครื่องแบบ ทหาร-ตำรวจ ด้วยเหตุนี้ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งจึงเดินทางไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเก็บฐานข้อมูลผู้ใช้และครอบครองอาวุธปืนในราชอาณาจักรไทย เพื่อตรวจสอบดูว่ามีใครบ้างที่ครอบครองปืนขนาดนี้
จากการตรวจสอบพบว่า ทั้งประเทศไทยมีผู้แจ้งครอบครองปืน .38 ซูเปอร์ทั้งสิ้น 50 คน ซึ่งชุดสืบสวนเชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนพอสมควร หากว่ามีการนำปืนมาเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ก็จะทำให้การสืบสวนตีวงได้แคบลง
ด้าน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 ย้ำเพียงสั้นๆ ว่าคดีนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควร ตอนนี้ยังคงตั้งปมขับรถปาดหน้ากัน ซึ่งเป็นประเด็นเดียวที่ค่อนข้างชัดเจน แต่อาจจะใช่หรือไม่ใช่ปมเหตุสังหารนั้น ต้องขอเวลาสืบสวนสอบสวนมากกว่านี้จะกระจ่างชัดมากขึ้น



