ข่าว

เล็งต่อฉุกเฉินกทม.-โคราช-บุรีรัมย์อ้างพบแดงเคลื่อน

เล็งต่อฉุกเฉินกทม.-โคราช-บุรีรัมย์อ้างพบแดงเคลื่อน

15 มิ.ย. 2553

ศอฉ.จ่อต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน “ กทม.-โคราช-บุรีรัมย์ ” เผยพบแดงเคลื่อนไหวรุนแรง ชงข้อมูลครม.ก่อน 6 เม.ย.นี้ เผยตั้งทีมสอบการเงิน “ 86 ราย ”ส่งท่อน้ำเลี้ยง หนุนแดงก่อการร้าย แฉมีคนสนิท “ ทักษิณ ” – ตท.10-คนใกล้ชิด “ พจมาน ” เอี่ยว เล็งรวบ 5 คดี “ ทักษิณ ” แจงตป

(15มิ.ย.) เมื่อเวลา 18.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่า ที่ประชุม ศอฉ. มีการนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศอฉ. เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากประกาศฉบับแรกจะครบกำหนดในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ เพราะที่ผ่านมาเราประกาศ รวม 4 ครั้ง ในพื้นที่ 24 จังหวัด ทั้งนี้ สุเทพ สั่งการให้ทุกฝ่ายประมวลเหตุผล ความจำเป็นในการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปหรือไม่หรือว่ามีจังหวัดใด พื้นที่ใดที่สถานการณ์มีความสงบเรียบร้อยแล้วจะยกเลิกหรือไม่ก็หน่วยราชการไปศึกษา คาดว่าผลสรุปจะนำเข้า ครม. ก่อนสิ้นสุดการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 นายถวิล กล่าวว่า ศอฉ.ต้องประเมินสถานการณ์ต่างๆเข้าสู่ภาวะปกติมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ ขีดความสามารถทางหน่วยราชการต่างๆว่ารับมือสถานการณ์มากน้อยแค่ไหน รวมถึงความจำเป็นต่างๆ เช่น คดีความ อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ยังไม่ได้กลับคืนมามากพอสมควร ซึ่งการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่สามารถระบุว่ายกเลิกเวลาใดต้องดูปัจจัยองค์ประกอบแนวโน้มเป็นได้ทั้งต่ออายุ และเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งการจะเลิกอาจเป็นการเลิกบางพื้นที่และคงไว้บางพื้นที่ เพราะยังมีเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อ

 นายถวิล กล่าวว่า ที่ประชุมหารือเรื่องที่ศอฉ. เคยออกประกาศการดำเนินการระงับการดำเนินการทางด้านธุรกรรมทางการเงินจำนวน 152 รายชื่อ และยังขอให้สถาบันการเงินและธนาคารต่างๆรายงานธุรกรรมทางการเงินมายัง ศอฉ .ซึ่งสถาบันการเงินได้รายงานการทำธุรกรรมย้อนหลัง 9 เดือนมายัง ศอฉ.แล้ว ทั้งนี้ ศอฉ.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ , ป.ป.ง. , ปปส. และกรมสรรพากร ซึ่งสรุปแล้วว่ามีผู้ที่อยู่ในข่ายที่ต้องชี้แจงการทำธุรกรรมที่น่าสงสัย 86 คน ทางเราก็จะตั้งคณะทำงาน 8 ชุด เพื่อให้ทั้ง 86 คน เข้ามาชี้แจงเหตุผลในการดำเนินการทางการเงินเหล่านั้น ที่ประชุมพูดถึงกรณีที่มีการตั้งคณะทำงานเพื่อผ่อนผันการระงับการทำธุรกรรม ซึ่งเมื่อมีการพิจารณาแล้วในหลายกรณีก็มีการผ่อนผันไปตามแหตุผลเพื่อไม่ให้ประสบความเดือดร้อน ทั้งนี้ ศอฉ.มีคำสั่งตรวจสอบธุรกรรม 152 ราย แต่หากใครไม่เกี่ยวกับ 86 ราย ศอฉ. ก็จะมีคำสั่งให้ยกเลิกการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต่อไป ซึ่ง 86 รายจะเชิญมาชี้แจงให้เร็วที่สุดอาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้

 นายถวิล กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีในการช่วยสนับสนุนแนวทางการสร้างความปรองดอง และความสมานฉันท์ในชาติ โดยจะนำรูปแบบซึ่งส่วนราชการเคยใช้ในพื้นที่ที่มีทั้งสีเหลืองและสีแดงโดยให้มาทำงานที่เกี่ยวของกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งก็ได้ผล นอกจากนี้จะเสนอต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีว่าในพื้นที่ที่ประชาชนประสบกับความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรม ซึ่งให้ทางรัฐบาลวางโครงการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาประชาชน เช่น ปัญหาค่าครองชีพ การประกอบอาชีพ ความคับแค้นใจในเรื่องต่างๆ โดยจะเสนอให้รัฐบาลเข้าไปดำเนินการอย่างเป็นเพ็กเก็ตหรือเป็นชุดแก้ไขปัญหาภาคประชาชน เมื่อรวมกับแนวทางของรัฐบาลน่าจะทำให้แนวทางปรองดองมีความคืบหน้าไปได้ยิ่งขึ้น

 นายถวิล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมได้พูดถึงคดีความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบข้อมูลพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีหมายจับถึง 5 คดี ที่ดินรัชดา กล้ายาง หวยบนดิน เอ็กซิมแบงค์ ก่อการร้าย ซึ่งทาง ศอฉ. มีแนวทางติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยการรวมทั้ง 5 คดี เข้าด้วยกันซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อรวบรวมให้เห็นความเชื่อมโยงคดีต่างๆว่าท่านมีคดีติดตัวทั้งสิ้น 5 คดี หากรวมคดีกันแล้วน่าจะทำให้การติดตามตัวมีความคืบหน้ามากขึ้น นอกจากนั้นศอฉ.ยังได้มีการพูดถึงวาระการทำงานประจำของศอฉ.ซึ่ง ผอ.ศอฉ.เห็นว่า แม้ว่าสถานการณ์ค่อนข้างจะปกติ แต่ ศอฉ.มีเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในช่วงประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ซึ่งต้องรายงานต่อประชาชนสัปดาห์ละครั้ง ว่าสถานการณ์บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมากเพียงพอแล้วหรือไม่ การดำเนินการของเจ้าหน้าทีมีผลคืบหน้าทางคดีมากน้อยแค่ไหน

 เมื่อถามว่า จะมีการนิรโทษกรรมต่อผู้กระทำความผิดหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ศอฉ.มีการรายงานความคืบหน้าจากที่มีการหารือกันของ 3 หน่วยงาน คือ ดีเอสไอ กฤษฎีกา และ สมช. ซึ่ง ผอ.ศอฉ. ได้ให้ไปศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์มีทั้งเห็นด้วยแปละไม่เห็นด้วย ซึ่งคงต้องรับฟังความคิดเห็นและต้องรอสักระยะหนึ่ง เพื่อให้มีความเห็นเข้ามาสมบูรณ์พร้อมจึงจะดำเนินการไปแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ทั้งนี้ เราจะพิจารณาตามความเหมาะสมรูปแบบวิธีการออกกฎหมาย ผลดีผลเสีย ซึ่งแนวทางของนายสุเทพให้ไว้คือเกิดความปรองดองสมานฉันท์

 ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า การพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่มีการกำหนดหารือในห้วงวันที่ 23 - 25 มิถุนายนนี้ ซึ่ง ศอฉ.ต้องพิจารณาให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อนำความเห็นของ ศอฉ. ส่งให้รัฐบาลก่อนที่จะประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ ซึ่งทั้งหมดที่ ศอฉ.พิจารณาต้องได้ความเห็นเบ็ดเสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ ทั้งนี้ จากรายงานของกองทัพพบว่ายังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มพยายามสร้างความวุ่นวาย ยกตัวอย่างเช่น จ.นครราชสีมา และเนื้อหาการชุมนุมมีข้อมูลบางส่วนเชื่อได้ว่ามีความพยายามนำอาวุธ หรือการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่บางจังหวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายละเอียดและดำเนินการควบคู่ไปตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อระงับเหตุร้าย

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ศอฉ.จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 8 ชุด แต่ละชุดจะดูแลชุดละ 10 คน เพื่อให้รวดเร็วในการชี้แจง ซึ่งผู้ต้องสงสัยทั้ง 86 รายประกอบด้วยหลายกลุ่มมีทั้งข้าราชการ บุคคลใกล้ชิด พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเครือญาติ เช่น มีรายหนึ่งมีเงินฝากเข้ามา 7 ล้านบาท และภายในวันเดียวก็ถอนออกไป บางรายมีเงินเข้ามา 400 กว่าล้านบาท บางรายมีเงินเข้า 4,000 กว่าล้านบาท ซึ่งต้องเชิญมาชี้แจงว่านำเงินไปใช้ทำอะไร ทั้งนี้ที่ต้องเชิญมาชี้แจงธุรกรรมการเงิน เพราะศอฉ. สงสัยว่าบุคคลดังกล่าวจะนำเงินไปสนับสนุนการก่อการร้ายที่เกิดขึ้น ซึ่งโทษของผู้ที่สนับสนุนเงินก็เท่ากับเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า การนำ 5 คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ มารวมกันพิจารณา เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการชี้แจงต่อต่างประเทศ เพราะการชี้แจงคดีหนึ่งคดีใดอาจมีความสงสัยข้องใจ แต่หากรวบรวมทั้ง 5 คดีจะสามารถชี้แจงได้ว่าแต่ละคดีเชื่อมโยงอย่างไร ซึ่งต่างประเทศฟังแล้วเข้าใจ หากแยกส่วนอาจจะไม่เข้าใจ

 รายงานข่าวแจ้งว่า ศอฉ.มีการหารือว่าอาจจะให้มีการยกเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในบางพื้นที่ คือ จังหวัดที่เป็นทางผ่านเข้ามาในกรุงเทพฯ เช่น อยุธยา นครสวรรค์ และพื้นที่เขตปริมณฑล แต่บางพื้นที่ยังมีความจำเป็นต้องให้ขยายการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไป โดยเฉพาะพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ ซึ่งพบว่ายังมีการาเคลื่อนไหวและเตรียมสร้างความรุนแรง สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯ ศอฉ.เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไป เนื่องจากมีผลในการพิจารณาดำเนินคดีกับแกนนำ นปช. และผู้ที่มีความผิดตามข้อหาการก่อการร้าย

 รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับบุคคลที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมทางการเงินต้องสงสัยจำนวน 86 คนนั้น พบว่ามีทั้งเครือญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีชื่อย่อ พ. พบว่ามีการเคลื่อนไหวภายในบัญชีธนาคาร ซึ่งถ่ายโอนเงินกว่า 7,000 ล้านบาท ก่อนที่จะทยอยถอนออกไป นอกจากนี้ ยังมีบุคคลใกล้ชิดคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชื่อย่อ ก. พบมีการโอนเงินเข้าออกธนาคารกว่า 400 ล้านบาท รวมถึงพบว่ามีการโอนเงินเข้ามาในบัญชีของนายทหารเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) ที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชื่อย่อ พ. จำนวน 700 ล้านบาท ก่อนที่นายทหารคนดังกล่าวจะถอนเงินทั้งหมดออกไปภายในวันเดียว