
พาณิชย์กุมอำนาจขายข้าวสต็อกรัฐอ้างเพื่อความคล่องตัว-ชี้ราคาข้าวไทยใกล้ดีดกลับ
ครม.ให้อำนาจพาณิชย์ระบายข้าวในสต็อกรัฐ ไม่ต้องนำกลับเข้า ครม. เพื่อความรวดเร็วและคล่องตัวในการขายข้าว ด้านนายกฯ สั่งกระทรวงเกษตรฯ จูงใจชาวนาเลื่อนปลูกข้าวนาปี ผู้ส่งออกมองราคาข้าวไทยใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และมีมติเห็นชอบแนวทางการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ตามที่ กขช.เสนอ ซึ่งกำหนดให้การเห็นชอบการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลเป็นหน้าที่พิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสาร และให้คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสารเป็นผู้ดำเนินการ และนำเสนอประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาข้าวสารพิจารณาอนุมัติ แล้วรายงานให้ประธาน กขช. หรือรองประธาน กขช.ทราบ ก่อนลงนามสัญญากับคู่สัญญาต่อไป
แหล่งข่าวจากที่ประชุม กขช.ระบุว่า การประชุม กขช.เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์เสนอแนวทางการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลในแนวทางใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาการอนุมัติระบายข้าวสารต้องเสนอให้ ครม.อนุมัติอีก ทำให้การระบายล่าช้า ขณะที่แนวทางใหม่มีความคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอที่ประชุม ครม.พิจารณากำหนดให้เกษตรกรเลื่อนปลูกข้าวนาปี จากเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนกรกฎาคม เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและปริมาณน้ำในเขื่อนลดลง หากเกษตรกรเข้าร่วมโครงการกับรัฐบาลจะมีการจ่ายเงินช่วยเหลือประมาณ 1,000 บาทต่อครัวเรือน แต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าอาจจะมีประชาชนเข้าร่วมมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งต้องใช้เงินนับพันล้านบาท และต้องหาแนวทางส่งเสริมการประกอบอาชีพในช่วงชะลอการปลูกข้าว จึงสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ กลับไปทำข้อมูลและสรุปแนวทางให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ราคาข้าวไทยใกล้ถึงระดับต่ำสุดแล้ว และอาจปรับตัวขึ้นไปถึงระดับประมาณ 500-520 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันภายในสิ้นปีนี้ เมื่อความต้องการนำเข้าฟื้นตัว แต่หลายประเทศมีปริมาณข้าวจำกัดสืบเนื่องจากภาวะแห้งแล้ง ข้อตกลงที่ทำในช่วงนี้ไม่มีแนวโน้มผิดนัดชำระเงิน ผลจากราคามีเสถียรภาพ ผิดกับข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีความเสี่ยงผิดนัดชำระเงินสูง
สำหรับการส่งออกข้าวในปีนี้นั้น คาดว่าอาจมียอดรวมประมาณ 8-8.5 ล้านตัน ลดลงจาก 9.5 ล้านตัน ที่ทำนายไว้เมื่อต้นปี เทียบกับ 8.57 ล้านตันของยอดส่งออกรวมเมื่อปีที่แล้ว และการยกเลิกหรือชะลอส่งออกข้าวไทยอาจลดลงในปีนี้ จากระดับสูงสุดในรอบสองปีที่ 2 แสนตัน โดยการผิดนัดชำระเงินจะลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง
ทั้งนี้การผิดนัดชำระเงินอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้ซื้อที่จองซื้อข้าวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีขอยกเลิก ชะลอการซื้อ หรือเจรจาต่อรองราคาใหม่ หลังจากราคาข้าวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาข้าวดิ่งลง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันจากระดับเมื่อต้นปี



