ข่าว

คิดนอกเส้นไม่เน้นกรอบ

คิดนอกเส้นไม่เน้นกรอบ

16 มิ.ย. 2553

ผมมีความเชื่อว่าคนเราทุกคนต่างก็มีสติปัญญา ความสามารถ หรือพรสวรรค์ในด้านหนึ่งด้านใดด้วยกันทั้งนั้น และสามารถพัฒนาความสามารถที่มีอยู่ไปสู่ความเชี่ยวชาญหรือทักษะในสิ่งที่ตนมี

 ความสันทัดจัดเจนได้ดีจนถึงดีมาก หากแต่หลายๆ คนขาดโอกาสหรือเวทีที่จะแสดงความสามารถ และหลายๆ คน ถูกจำกัดหรือลดทอนความสามารถที่มีอยู่ด้วยกรอบของระบบการศึกษาและค่านิยมทางสังคม ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวนอกจากจะสร้างปัญหาแก่ตัวบุคคลนั้นๆ แล้ว ยังก่อปัญหาแก่ส่วนรวมอย่างมหาศาล

 เราคงต้องยอมรับความจริงที่ว่า ระบบการศึกษาแต่แรกเริ่มของไทยนั้นเป็นการสร้างบุคลากรเข้าสู่ระบบราชการ ซึ่งเป็นระบบที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นระบบที่มีการจ้างงานมากที่สุด

 ให้ค่าตอบแทนสูง และมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ แต่เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป ราชการกลับไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุดอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธุรกิจการค้าได้ก้าวเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งโลกก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีในปัจจุบัน แต่ระบบการศึกษาของไทยก็มิได้ปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และยังคงสร้างบุคลากรในรูปแบบเก่าอยู่เช่นเดิม

 หากวิเคราะห์รูปแบบการศึกษาของไทย จะเห็นว่ามีลักษณะทรงพีระมิด ที่ทุกคนต้องเรียนในสิ่งเดียวกันเพื่อเฟ้นหาคนที่ดีที่สุดเพียงไม่กี่คน และรูปแบบที่ต้องตะเกียกตะกายให้ขึ้นสู่ยอดของพีระมิดเพื่อให้ตนเองมีความสำคัญเหนือกว่าคนอื่น

 ดังนั้น จึงเป็นรูปแบบที่ทำให้ผู้เรียนต้องแข่งขันกันตั้งแต่เริ่มต้น จนนำไปสู่การกวดวิชานับจากชั้นอนุบาลยันปริญญาโท การเรียนพิเศษ การแนะแนว และเคล็ดลับวิชาต่างๆ ตามมาด้วยการศึกษา

 หลังปริญญาตรี ซึ่งหากดูเพียงภาพรวมก็อาจจะคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและภาพของเมืองไทยเป็นภาพของเมืองการศึกษา แต่ตามความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่อยู่ในกระแสของการแข่งขันทางการศึกษานั้น ส่วนใหญ่หาได้มีจิตสำนึกเพื่อแสวงหาความรู้ หากแต่มุ่งแสวงหาเอกสารที่แสดงวุฒิทางการศึกษา และบางส่วนก็เพียงแต่เรียนๆ ให้จบๆ ไป เพราะหากไม่ผ่านระบบการศึกษาก็จะกลายเป็นคนนอกของสังคม ไม่ได้รับการยอมรับเชื่อถือ แม้ว่าจะมีความรู้ความคิดเพียงไรก็ตาม

 ถ้าถามว่า อะไรคือวาระแห่งชาติที่เร่งด่วนและสำคัญที่สุดของประเทศไทย ผมก็ให้คำตอบสุดท้ายได้ทันทีว่าต้องเป็นการปฏิรูปการศึกษา เพราะคนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของชาติ และคนก็เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เราคงไม่สามารถปฏิรูปอะไรได้สำเร็จหากไม่ปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพขึ้นมาก่อน

 การปฏิรูปการศึกษาต้องดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคม ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ของสภาวการณ์ของโลกปัจจุบัน และที่สำคัญคือต้องทลายค่านิยมและความเชื่อดั้งเดิมทางการศึกษาลง การศึกษาจะต้องได้รับการปฏิรูปให้เป็นการศึกษาเพื่อตัวผู้รับการศึกษา และพัฒนาสมรรถนะและความสามารถของเขาไปสู่ความเป็นเลิศ การศึกษาจะต้องออกจากกรอบเกณฑ์

 ที่จำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดเฟ้นเพื่อศึกษาต่อ ซึ่งอาจจะให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนตามอัธยาศัยหรือเลือกสอบเข้าในสาขาที่ตนชอบหรือต้องการเรียนจริงๆ แทนการสอบรวม และจัดคนไปลงในคณะต่างๆ ตามลำดับคะแนน อย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้

 ที่สำคัญก็คือเราจะต้องยอมรับนับถือสติปัญญา ความสามารถ หรือพรสวรรค์ของคน มิใช่แค่การรับรองเพียงใบแสดงวุฒิการศึกษา และให้โอกาสคนเหล่านั้นได้แสดงความสามารถของตนออกมาอย่างเต็มที่

 ผมเชื่อว่าการแข่งขันของโลกในอนาคตนั้น จะเป็นการแข่งนอกกรอบมากกว่าการแข่งขันในกรอบ และการสร้างคนเก่งนอกกรอบจะเป็นทางหนึ่งซึ่งทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันกับโลกภายนอกครับ