
พท.ได้ทีจวกบัวแก้วไล่บี้ทักษิณกลางวงถกงบ
เพื่อไทยได้ทีจวก ก.ตปท.ไล่บี้ "ทักษิณ" ในการพิจารณางบประมาณของกทม.วิสามัญ ปลัดบัวแก้ว ยันเป็นขรก.มืออาชีพทำตามกรอบกม. ปัดไม่มีหน้าที่จับ แม้ว
(15มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 54 สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาในส่วนงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศที่ตั้งไว้ทั้งสิ้น 7,669,969,900 บาท โดยคณะกรรมาธิการฯหลายคนตั้งข้อสังเกตถึงการตั้งงบเสริมสร้างและฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยที่ตั้งไว้ 90 ล้านบาทที่ไม่มีการรายงานผลของการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา เกรงว่าจะเป็นการตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามภารกิจในต่างประเทศจำนวน 200 กว่าล้านบาท และการดำเนินงานภารกิจในประเทศไทยอีก 250 ล้านบาทด้วย ขณะเดียวกันพบว่ามีการโอนงบประมาณในโครงการดังกล่าวจำนวนกว่า 300 ล้านบาทในปีงบประมาณ 53 ไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้จังหวัดต่างๆร้องเพลงชาติไทยและทำกิจกรรมอื่นๆ
ด้านนายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการฯจากพรรคประชาธิปัตย์ สอบถามว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการกับสำนักข่าวต่างประเทศโดยเฉพาะซีเอ็นเอ็นที่เสนอเหตุความขัดแย้งในประเทศไทยด้านเดียวอย่างไร รวมทั้งอยากทราบถึงการวัดผลสำเร็จของการปฏิบัติงานฟื้นฟูเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศด้วย เช่นเดียวกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการจากพรรครวมชาติพัฒนา ถามถึงการสร้างความเข้าใจกับรัฐบาลกัมพูชากรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าได้ดำเนินการอย่างไรไปบ้าง
ขณะที่น.ส.ละออง ติยะไพรัช กรรมาธิการฯจากพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตถึงการตั้งงบครุภัณฑ์ซื้อเครื่องใช้สำนักงาน โต๊ะรับประทานอาหารว่ามีตัวเลขที่สูงเกินไป และไม่เห็นด้วยกับการตั้งงบซื้อรถประจำตำแหน่งเอกอัครราชทูต 7 ประเทศมีตัวเลขเดียวกันคือคันละ 3,400,000 บาท ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้
ด้านนายธีรกุล นิคม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า กระทรวงฯไม่ได้ดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศเพื่อพรรคใด หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ทำเพื่อภาพรวมของประเทศ ขณะที่งบซื้อรถประจำตำแหน่งของเอกอัครราชทูตที่ตั้งไว้เท่ากันนั้น เป็นกรอบของราคา ซึ่งจะมีอายุการใช้งาน 8-9 ปีค่าซ่อมแซมในต่างประเทศจะมีราคาสูง ทั้งนี้หากราคารถยนต์ไม่ถึงตามที่กำหนดไว้ก็จะต้องส่งเงินที่เหลือคืนคลังทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการฯของพรรคเพื่อไทยได้มีการสอบถามถึงการดำเนินการของกระทรวงต่างประเทศในการดำเนินการกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยปลัดกระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศทุกคน เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาลกระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมจะเป็นกลไกและทำงานให้รัฐบาลตามอำนาจระเบียบของกฎหมาย ความผูกพันทางการเมืองถือเป็นเรื่องส่วนตัว ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพพอที่จะทำงานภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่และกฎหมาย ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์กันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการไล่กระทืบตนจากกรณีที่ทำไมกระทรวงไม่จับพ.ต.ท.ทักษิณเมื่อครั้งที่ไปจดทะเบียนหย่ากับคุณหญิงพจมานที่ฮ่องกง ซึ่งกรณีนี้เราทำหน้าที่ในฐานะเป็นกงศุลให้เท่านั้น ส่วนเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุด
นอกจากนี้นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการฯยังได้มีการสอบถามนโยบายของรัฐบาลไทยต่อการตอบโต้สมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชาในเรื่องการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีการเรียกฑูตกลับรัฐบาลได้ปรึกษาหรือไม่ แล้วเรื่องนี้เรามีนโยบายในการกู้ภาพลักษณ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร โดยปลัดกระทรวงต่างประเทศ ชี้แจงว่า กรณีเรื่องเรียกฑูตกลับเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล แต่ได้มีการหารือกับกระทรวงต่างประเทศและหน่วยงานความมั่นคง แต่การตัดสินใจสุดท้ายเป็นเรื่องของรัฐบาล ซึ่งการเรียกฑูตกลับมาเพียงการแสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและคนกัมพูชาก็ยังเหมือนเดิม



