
"มาร์ค"ฟันผู้ได้ประโยชน์ข่าวหุ้นไทยคม
"นายกฯ"ลั่นใครได้ผลประโยชน์จากข่าวหุ้นไทยคมถือผิดกม.ต้องดำเนินการ "กรณ์" เผยซื้อไทยคมจาก "เทมาเส็ก" ตอบรับดี เผยที่ผ่านมามีกลุ่มคนที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับ "ทักษิณ" นำดาวเทียมไทยคมไปใช้สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ
(15มิ.ย.) เมื่อเวลา 17.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อวิจารณ์จากหลายฝ่ายที่มองว่าการที่รัฐบาลออกมาให้ข่าวว่า จะมีการซื้อหุ้นของบริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน) จากบริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ของประเทศสิงคโปร์ ถือเป็นการอินไซเดอร์ข้อมูล และมีคนได้รับผลประโยชน์จากกรณีดังกล่าว ว่า "ยัง ครับ" ผมบอกว่าความคิดเกี่ยวกับเรื่องของไทยคมฯ เป็นเรื่องที่เราได้เห็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง รวมถึงในช่วงที่มีการขายไปก็กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของคนไทยพอสมควร เพราะฉะนั้นเป็นเพียงแต่บอกว่าถ้าพูดง่ายๆถ้ากลับมาเป็นของคนไทยก็เป็นเรื่องดี แต่ยังไม่ได้พูดถึงวิธีการต่างๆว่าจะเป็นอย่างไร และทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย”
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่บริษัทฯมีหุ้นที่เคลื่อนไหวอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะทำ ให้การเจรจาระหว่างกันต้องมีความรอบคอบมากกว่านี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างจะมีข้อกำหนดตามกฎหมาย ก.ล.ต.กฎหมายตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าแต่มีการวิจารณ์ว่าการที่คนสนิทถึง 2 คนของนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ไปเจรจาดำเนินการทำให้มีการเคลื่อนไหว และช้อนซื้อหุ้นอย่างผิดสังเกต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ไม่ใช่หรอกครับ ยังไม่มีและยังไม่ถึงขั้นนั้น การพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และมีการทำความเข้าใจว่าการดำเนินการของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเป็นอย่างไร เพราะทางบริษัทเทมาเส็กฯ เองก็ค่อนข้างที่จะไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่ว่าเขาเคยยืนยันเองว่าตอนที่ซื้อบริษัทแม่ไม่ได้ต้องการส่วนนี้ ก็เป็นการยืนยันของเขา
เมื่อถามว่าการที่นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง และนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนสนิทนายกฯ ไปคุยกับทางผู้บริหารของเทมาเส็กฯเขามีความสนใจมีความคิดอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามทั้ง 2 คน ตนไม่ได้สอบถามในรายละเอียดเลยว่าไปพูดคุยในรายละเอียดอะไรอย่างไร ทราบเพียงว่าไปอธิบายให้ฟังถึงสภาพปัญหาและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการทำงาน ของภาครัฐ
เมื่อถามว่า นอกจากแนวคิดที่จะซื้อคืนแล้วยังจะพิจารณาถึงข้อกฎหมายที่อาจมีข้อบกพร่องด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องดูให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย แต่วันนี้ยังไม่ได้ลงไปในรายละเอียดว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ราคาควรเป็นเท่าไหร่อย่างไร เป็นเรื่องของการพูดถึงว่าส่วนนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงของเรา ยอมรับว่ามันมีหลายเรื่องที่ยังพัวพันอยู่ คดีหรือคำวินิจฉัยของศาลที่ย้อนกลับมาถึงในส่วนของกระทรวง หรือรัฐวิสาหกิจก็ยังมีอยู่ ทุกอย่างมีความสลับซับซ้อนพอสมควร ทั้งหมดจะต้องสะสางข้อกฎหมายต่างๆให้หมด รวมถึงกรณีของไอพีสตาร์ด้วยก็เป็นส่วนหนึ่งของประเด็น ซึ่งนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโยยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็ทราบประเด็นอยู่ ซึ่งวันนี้นายกรก็จะพดคุยกับหลายๆคนที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าวันนี้นโยบายของรัฐบาลคืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง และกระทรวงไอซีทีจะพิจารณาว่าน่าจะดำเนินการ อย่างไรในส่วนของไทยคมฯ
เมื่อถามว่าที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่ทราบเรื่องรายละเอียดที่นายกรณ์ และนายศิริโชค เดินทางไปติดต่อ ดังนั้นทั้ง 2 คนไปในฐานะอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 คนไปทำความเข้าใจ ทางรมว.คลังก็บอกว่าไปคุยกับทางบริษัทเทมาเส็กฯ ไปทำความเข้าใจว่าเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้น ก็มีความจำเป็นในเรื่องของความร่วมมือ ซึ่งเขาเมื่อเป็นเจ้าของอยู่ก็เคยบอกว่าไม่อยากเป็นเจ้าของก็ไปพูดคุย เมื่อถามว่าแต่การเดินทางไปตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เกือบ 2 เดือน ทำไมนายกรัฐมนตรีไม่รู้รายละเอียดหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เพราะว่าเรื่องนี้ยังไม่มีข้อยุติว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร กระทรวงคลังเขาขอเวลาที่จะไปดู
เมื่อถามว่าเมื่อมีการเจรจาแล้วควรรีบเดินหน้าก่อนที่จะเกิดปัญหาอื่นตามมาอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันมีข้อกฎหมาย และประเด็นที่เกี่ยวข้องคาบเกี่ยวเยอะทั้งเรื่องตัวดาวเทียม คำวินิจฉัยของศาล เรื่องบทบาทของรัฐวิสาหกิจ บทบาทของกระทรวง รวมไปถึงว่าถ้าจะไปในแนวทางของการซื้อขายกยังมีเรื่องของกฎหมายหลักทรัพย์ อีก มันทีทางเลือกหลายทาง ข้อกฎหมายหลายส่วนที่ยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันนัก ก็ต้องให้ทางหน่วยงานดูมา ให้เรียบร้อย
เมื่อถามว่าแต่ 2 วันที่ผ่านมา หลังที่มีการยืนยันจากฝ่ายรัฐบาลในเรื่องการจะเข้าไปซื้อหุ้นดังกล่าวทำให้ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างผิดสังเกต ตรงนี้คิดว่ามีคนได้ผลประโยชน์หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ ถ้าใครได้ผลประโยชน์ และได้มาโดยไม่ชอบก็ดำเนินการตามกฎหมายได้ ”
"กรณ์"เผยเทมาเส็กตอบรับดี
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) กล่าวชี้แจงในเรื่องการซื้อดาวเทียมไทยคมจากกองทุนเทมาเส็กว่า ถือเป็นแนวทางที่นายกรัฐมนตรี และรมว.ไอทีซีชี้แจงเบื้องต้นแล้ว ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนยังเป็นเพียงการเจรจาเบื้องต้นจึงยังไม่มีข้อสรุปในแง่เวลาและราคาหุ้น หรือการตกลง เพราะเป็นเรื่องที่เจ้าของหุ้นจะตัดสินใจด้วย แต่จากท่าทีในการเจรจาเบื้องต้นกับเทมาเส็กมีผลตอบรับอย่างดี
"ยังไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะพอเป็นข่าวออกไปว่า รัฐบาลจะซื้อไทยคมคืนส่งผลให้ราคาหุ้นของไทยคมขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากแช่นิ่งมานาน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อาจเป็นผลเสียกับรัฐบาลที่ต้องซื้อหุ้นคืนในราคาแพงขึ้น จึงไม่อยากกระพือเรื่องนี้โดยไม่จำเป็น” รมว.คลัง
ส่วนแนวทางการซื้อหุ้นคืนนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังและกระทรวงไอซีทีจะพิจารณาร่วมกัน โดยอาจให้รัฐวิสาหกิจในสังกัดซื้อคืน ซึ่งก็ถือเป็นสมบัติของคนไทยเหมือนกัน หรือรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาร่วมซื้อหุ้นด้วยก็ได้ แต่ปัจจุบันประชาชนสามารถซื้อขายหุ้นบริษัทไทยคมผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่า การซื้อหุ้นของไทยคม รัฐบาลมีวัตถุประสงค์เพียงจะซื้อดาวเทียมไทยคมกลับคืนมาเป็นสมบัติของชาติเท่านั้น ไม่ได้มีความสนใจลงทุนธุรกิจโทรคมนาคมที่บริษัทดำเนินการอยู่ด้วย
“ผมเคยพูดไว้ปี 49 ว่าการที่สิงคโปร์ถือหุ้นในไทยคมไม่ได้น่าเป็นห่วงเท่ากับการที่คุณทักษิณถือหุ้นในไทยคม และมาวันนี้ก็ปรากฏว่ามีกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับอดีตนายกฯ ทักษิณ นำดาวเทียมไทยคมไปใช้สร้างปัญหาและความเสียหายให้ประเทศชาติ ส่วนกรณีที่ศาลตัดสินว่าการขายดาวเทียมสำรอง หรือไอพีสตาร์เป็นสิ่งไม่ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องที่ไอซีทีจะพิจารณา ไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจาขอซื้อดาวเทียมไทยคมคืน" นายกรณ์ กล่าว



