
พล.อ.สนธิหนุนซื้อไทยคมคืนอ้างเพื่อความมั่นคง
"สุเทพ"ปัดยังไม่รู้ข่าวรบ.เตรียมขอซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากเทมาเส็ก รับดาวเทียมถือว่าอาวุธสำคัญที่สร้างสถานการณ์ด้านบวกและลบให้บ้านเมืองได้ แถมย้ำชัดไม่คิดเรื่องคะแนนเสียงหรือหวังปลุกกระแสชาตินิยม
(15มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังเสนอแนวคิดซื้อคืนดาวเทียมไทยคมจากกองทุนเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ ว่า ตนไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้มากนัก แต่ช่วงที่มีการชุมนุมและเหตุการณ์ทางการเมืองพบว่าโทรทัศน์สีแดงเป็นเครื่องมือปลุกระดมประชาชน มีการพูดจาบิดเบือน และถ่ายทอดสดไปทั้งประเทศ จึงมีปัญหากระทบความมั่นคง และเป็นที่มาของเหตุการณ์ในวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมาคือคนเสื้อแดง 2 หมื่นคนบุกไปยังสถานีภาคพื้นดินของไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี รัฐบาลจึงขอให้บ.ไทยคมยกเลิกการเชื่อมต่อสัญญาณ และการดำเนินการนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบ.ไทยคมอ้างนั้นอ้างนี่แต่สุดท้ายก็ยอม เพราะตอนนั้นประกาศใช้พ.ร.กบริหาราราชการฉุกเฉิน เรื่องนี้จึงสะท้อนว่าสถานีดาวเทียมที่ใช้สื่อสารนั้นส่งผลด้านบวกและลบกับสถานการณ์บ้านเมือง
เมื่อถามว่าครม.ได้หารือเรื่องนี้หรือไม่ เพราะนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีทีระบุว่ามีการหารือเรื่องนี้แล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี แต่แนวทางว่าจะซื้อไทยคมคืนหรือไม่ เข้าใจว่านายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังและนายศิริโชค โสภา คนใกล้ชิดนายกฯเดินทางไปยังสิงคโปร์ในเดือนเม.ย.แต่ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วนั้นตนไม่ทาบ เมื่อถามว่าการทำแบบนี้เป็นการปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อหวังกับการหาเสียงหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ใช่การหาเสียง แต่มันไม่ใช่เรื่องคะแนนเสียง เพราะทำแบบนี้ไม่ค่อยได้เสียง แต่บางคนอาจเข้าใจแบบนั้นได้
เมื่อถามว่าจะทำเช่นใดให้การถ่ายทอดทีวีดาวเทียมให้เสมอภาค และอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่นายกฯต้องแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรมและเรื่องนี้อยู่ในแผนปรองดองแห่งชาติ เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นการตามดล้างตามเช็ดขั้วตรงข้ามเพราะบางฝ่ายรู้สึกว่าไทยคมเป็นธุรกิจของเจ้าของเดิมอยู่ นายสุเทพกล่าวว่าไม่ใช่ แม้จะมีภาพเจ้าของเดิมอยู่บ้างแต่วันนี้มันเป็นของสิงคโปร์ไปแล้วและคนไทยบางคนอาจคิดว่ายังเป็นสมบัติของคนไทยอยู่ เรื่องนี้ยังไม่รู้ว่าจะไปตามล้างตามเช็ดได้อย่างไร
พล.อ.สนธิซื้อไทยคมคืนอ้างเพื่อความมั่นคง
พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน ประธานที่ปรึกษาพรรคมาตุภูมิ อดีตประธานคมช.กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่รัฐบาลจะซื้อดาวเทียมไทยคมกลับคืนมาให้อยู่ในความควบคุมของเรา หากจำได้ตนเคยพูดตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ว่าดาวเทียมมีความสำคัญในเรื่องของความมั่นคง ซึ่งไม่ใช่ความมั่นคงเฉพาะทางทหารเท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และที่สำคัญหากข้อมูลหลุดไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าประเทศอะไร นอกจากเศรษฐกิจจะพังแล้ว ประเทศอื่นยังรู้ความเคลื่อนไหว หรือแผนการต่างๆ ที่ประเทศไทยจะดำเนินการ ส่วนจะช้าไปหรือไม่ที่รัฐบาลเพิ่งจะคิดซื้อดาวเทียมคือในเวลานี้ ตนคงตอบไม่ได้ แต่เห็นว่ารัฐบาลที่สามารถทำได้ก็คงมีเพียงรัฐบาลนี้เท่านั้น



